สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ มารายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ และรับบัตรประจำตัวที่รัฐสภา พร้อมกล่าวถึง กระแสข่าวที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯรัฐมนตรี ก่อนมารายงานตนเข้ารับ ส.ส. โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวลือ ที่ถูกปล่อยออกมาโดยผู้หวังดี ซึ่งไม่ได้อยู่ในพรรค ยืนยันว่า ขณะนี้พีระพันธุ์ ยังเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ในส่วนทิศทางของพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากนี้ แม้ว่าจะเป็นพรรคเกิดใหม่แต่ก็มีส.ส.ถึง 36 คน นับว่าไม่น้อย มีประชาชน 4-5 ล้านเสียงเลือกเข้ามา จากนี้ก็จะต้องทำให้พรรคเข้มแข็งต่อไป
ส่วนทิศทางการลงมติเลือกประธานสภา จะต้องรอดูว่าพรรคการเมืองไหน เสนอชื่อใครบ้าง ซึ่งมั่นใจว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีความสามัคคีภายในพรรค การจะลงมติในทิศทางใด จะต้องมีการหารือกัน ทุกคนจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ซึ่งการเลือกประธานสภาฯถือเป็นการเริ่มต้นเปิดสภา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ส่วนปัญหาแย่งชิงเก้าอี้ประธานสภาของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล สุชาติ กล่าวว่า ต้องไปถามเขามากกว่า เพราะอยู่คนข้าง แต่ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติถือว่ามีความสำคัญ จะเอาใครมาเป็นก็ต้องมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของส.ส.ทั้ง 500 คน มิเช่นนั้น พวกตนจะไปมองหน้าประเทศอื่นได้อย่างไร แต่ยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เสนอชื่อประธานสภาฯแข่ง เเต่ส่วนตัวก็มองว่า สุชาติ ตันเจริญ ในฐานะที่อยู่จังหวัดติดกัน เหมาะสมและเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของสภา ของบ้านเมือง เหมาะสมที่จะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะตนมาเป็น ส.ส. หลังสุชาติรู้ว่า ท่านผ่านอะไรมาบ้าง
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายตรงข้ามจะเสนอชื่อของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี สุชาติ กล่าวว่า ตามกฎหมายแล้ว ฝ่ายใดรวมเสียงได้มากกว่า จะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ใครจะได้มากกว่ากันนั้นตนไม่ได้อยู่ในวงประชุม ข่าวที่ออกมามีคนช่วยคิด ตอนนี้ก็มีหลายสูตร แต่ว่าเราไม่สามารถตอบแทนคนอื่นได้ รวมถึงไม่ขอออกความเห็นของ วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ที่กล่าวถึงแนวทางที่ พรรคร่วมรัฐบาลเดิม 181 เสียง จับมือกับ 200 ส.ว. เพราะสูตรตั้งรัฐบาลมีหลายสูตรอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ แต่ตอนนี้ต้องให้โอกาสพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน
สุชาติ ยังกล่าวถึงโอกาสที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกประวิตรลาออก ว่า เรื่องนี้เป็นเพียงแค่กระแส ไม่ใช่ความจริง ต้องดูที่ปัจจุบัน แต่ส่วนตัว ถ้าต้องเลือกระหว่างพิธา ลิ้มเจริญรัตน์และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องเลือกพลเอกประวิตร เพราะอยู่พรรคพลังประชารัฐมาก่อนจะไปโหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้อย่างไร เขาเป็นคู่แข่งกับผม ความคิดคนละมุมแบบสุดโต่ง จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร
“คนเลือกตั้งมารอบนี้ เกือบ 40 ล้านคน ไม่ใช่ผู้มีสิทธินะแต่คือผู้มาใช้สิทธิ จะให้ผมไปอยู่ในส่วน 14 ล้านคนมันก็ไม่ใช่นะ อีก 27 ล้านคนจะไม่โกรธตนเหรอ เพราะตนอยู่ใน 27 ล้านคน“ สุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนทิศทางของพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากนี้ แม้ว่าจะเป็นพรรคเกิดใหม่แต่ก็มีส.ส.ถึง 36 คน นับว่าไม่น้อย มีประชาชน 4-5 ล้านเสียงเลือกเข้ามา จากนี้ก็จะต้องทำให้พรรคเข้มแข็งต่อไป
ส่วนทิศทางการลงมติเลือกประธานสภา จะต้องรอดูว่าพรรคการเมืองไหน เสนอชื่อใครบ้าง ซึ่งมั่นใจว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีความสามัคคีภายในพรรค การจะลงมติในทิศทางใด จะต้องมีการหารือกัน ทุกคนจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ซึ่งการเลือกประธานสภาฯถือเป็นการเริ่มต้นเปิดสภา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ส่วนปัญหาแย่งชิงเก้าอี้ประธานสภาของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล สุชาติ กล่าวว่า ต้องไปถามเขามากกว่า เพราะอยู่คนข้าง แต่ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติถือว่ามีความสำคัญ จะเอาใครมาเป็นก็ต้องมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของส.ส.ทั้ง 500 คน มิเช่นนั้น พวกตนจะไปมองหน้าประเทศอื่นได้อย่างไร แต่ยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เสนอชื่อประธานสภาฯแข่ง เเต่ส่วนตัวก็มองว่า สุชาติ ตันเจริญ ในฐานะที่อยู่จังหวัดติดกัน เหมาะสมและเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของสภา ของบ้านเมือง เหมาะสมที่จะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะตนมาเป็น ส.ส. หลังสุชาติรู้ว่า ท่านผ่านอะไรมาบ้าง
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายตรงข้ามจะเสนอชื่อของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี สุชาติ กล่าวว่า ตามกฎหมายแล้ว ฝ่ายใดรวมเสียงได้มากกว่า จะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ใครจะได้มากกว่ากันนั้นตนไม่ได้อยู่ในวงประชุม ข่าวที่ออกมามีคนช่วยคิด ตอนนี้ก็มีหลายสูตร แต่ว่าเราไม่สามารถตอบแทนคนอื่นได้ รวมถึงไม่ขอออกความเห็นของ วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ที่กล่าวถึงแนวทางที่ พรรคร่วมรัฐบาลเดิม 181 เสียง จับมือกับ 200 ส.ว. เพราะสูตรตั้งรัฐบาลมีหลายสูตรอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ แต่ตอนนี้ต้องให้โอกาสพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน
สุชาติ ยังกล่าวถึงโอกาสที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกประวิตรลาออก ว่า เรื่องนี้เป็นเพียงแค่กระแส ไม่ใช่ความจริง ต้องดูที่ปัจจุบัน แต่ส่วนตัว ถ้าต้องเลือกระหว่างพิธา ลิ้มเจริญรัตน์และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องเลือกพลเอกประวิตร เพราะอยู่พรรคพลังประชารัฐมาก่อนจะไปโหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้อย่างไร เขาเป็นคู่แข่งกับผม ความคิดคนละมุมแบบสุดโต่ง จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร
“คนเลือกตั้งมารอบนี้ เกือบ 40 ล้านคน ไม่ใช่ผู้มีสิทธินะแต่คือผู้มาใช้สิทธิ จะให้ผมไปอยู่ในส่วน 14 ล้านคนมันก็ไม่ใช่นะ อีก 27 ล้านคนจะไม่โกรธตนเหรอ เพราะตนอยู่ใน 27 ล้านคน“ สุชาติ กล่าว



