ส่ง ‘กฤษฎีกา - กต.’ ก่อนแล้ว ‘สุชาติ’ แจงข้อตกลง ‘แรร์เอิร์ธ’ ไม่ลักไก่

28 ต.ค. 2568 - 15:54

  • 'สุชาติ' แจง MOU 'แร่แรร์เอิร์ธ' ไทย-สหรัฐฯ ไม่ผูกมัด แค่ฉุกละหุก

  • ยัน ก่อนเซ็นส่งกฤษฎีกา-ก.ต่างประเทศ ตรวจสอบแล้ว

  • จ่อบินศรีลังกา ขอ 'ช้างพลายประตูผา' กลับไทยก่อน

ส่ง ‘กฤษฎีกา - กต.’ ก่อนแล้ว ‘สุชาติ’ แจงข้อตกลง ‘แรร์เอิร์ธ’ ไม่ลักไก่

'สุชาติ ชมกลิ่น' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการลงนาม MOU ระหว่างไทย-สหรัฐ เกี่ยวกับแร่หายาก ซึ่งหลายคนเป็นกังวลว่า ข้อมูลเหมือนเหรียญ 2 ด้าน

ด้านหนึ่งคนที่ไม่เห็น MOU ก็พูดไป ส่วนที่สื่อมวลชนได้ข่าวว่ามีการลงนาม ทุกอย่างผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงต่างประเทศ ผ่านการหารือข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง MOU ไม่ใช่ข้อผูกมัดอะไรตามที่ทุกคนคิด และจริงๆ แร่แรร์เอิร์ธ ในประเทศไทย ที่สื่อเห็นข่าวว่ามีการส่งออกอันดับต้นๆ ของโลก จริงๆแล้วไทยไม่มีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ แต่เราเอาจากประเทศอื่นแล้วเอามาปรับแต่ง ส่งออกไป

ทั้งนี้ MOU ที่เกิดขึ้นจึงเป็นมุมกว้างๆ ซึ่งตนได้ร่วมประชุมด้วยมีการหารือกันทุกฝ่าย ข้อสรุปคือ ไทยไม่ได้เสียเปรียบ หรือเสียประโยชน์อะไร และมีการระบุด้วยว่า ต้องมีเรื่องของการแลกเปลี่ยน หรือการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆด้วย

สุชาติ กล่าวต่อว่า เราไม่ได้บอกว่า เขาจะมาเอาของบ้านเรา เราไม่ได้บอกว่าจะเอาที่ให้เขา ไม่มีตรงนี้ พร้อมยอมรับว่าเทคโนโลยีในการสำรวจต่างๆ ก็ต้องใช้จากเมืองนอกที่มีความชำนาญ ส่วนจะทำหรือไม่ทำในอนาคต มันอยู่ที่รัฐบาลไทย และประชาชนคนไทย อะไรที่ได้ประโยชน์รัฐบาลจะทำ ทั้งนี้ MOU ในประเทศไทยมีเป็นแสนเป็นล้านฉบับ มีแล้วก็ไม่ใช่ว่าต้องทำตามทุกอย่าง แต่เป็นการเตือนความจำ มันไม่ใช่สัญญาผูกมัดเหมือนสัญญาซื้อขายที่ดิน ที่ต้องมีการมัดจำแล้วหลีกหนีไม่ได้ อย่างกระทรวง 'ทส.' ก็มี MOU กับกรุงเทพมหานครเรื่องมลพิษ ส่วนจะปฏิบัติไปถึงเป้าหมายแค่ไหนก็แล้วแต่

"อย่าไปกังวลว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีไปทำหน้าที่แทนคนไทย ต้องยิ่งต้องระมัดระวังมากกว่าเรื่องของครอบครัว เพราะนี่คือเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ ท่านคงไม่มีความสุขที่จะต้องมีเรื่องนี้เข้ามา นายกฯหารือวันนั้นทั้งวันกับพวกเรา ซึ่งกฤษฎีกาก็ตีความเห็นว่าเข้าข่ายมาตรานี้หรือไม่ คุยกับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าผลที่จะออกมาอย่างไรไม่ให้ผูกมัด เป็นแค่การเจอและตกลงกัน“

สุชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมั่นใจว่าจะไม่มีการเปิดช่องโหว่เข้ามาหาผลประโยชน์ใช่หรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า ไม่มีทางแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ ขอให้มั่นใจได้ ตนอาจจะพูดภาษาวิชาการไม่เหมือนคนอื่น แต่พูดจากใจได้ว่าไม่มีทาง เพราะตนอยู่ในรัฐบาล ถ้าไปเปิดช่องให้คนมาเอาแผ่นดินไทย หรือแร่ไทย ส่วนตัวก็อยู่ประเทศไทยไม่ได้ ถ้าทำตัวแบบนั้น

สำหรับกรณีประชาชนออกมาจับจ้องว่าการที่นายกฯ ไปเซ็น MOU กับสหรัฐฯ ทำไมไม่มีมติให้ได้รับทราบก่อน ลักษณะเหมือนการลักไก่นั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่ ซึ่งMOU ครั้งนี้ ขอพูดในสิ่งที่พูดได้ อาจจะมีการประสานกันมาแบบฉุกละหุก แต่ก่อนจะไปเรามีการประชุมเร่งด่วนไปแล้ว และทำงานทั้งวันเหมือนกัน ในการพิจารณาว่ามีอะไรผูกมัดหรือไม่ ที่จะต้องให้มีปัญหาเรื่องแร่หรือไม่

“ถ้าเขาพูดถึงหรือคุยกันก็โอเคเซ็น แต่พูดจริงๆเราไม่ได้อยากเซ็น แต่เป็นอะไรที่เราทำเผื่อไว้เฉยๆ ขอให้มั่นใจ และขอให้ฟังข้อมูลหลายด้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ การอ่านข่าว บางคนอ่านแค่ 2-3 บรรทัดก็ตกใจ แต่จริงๆต้องดูเนื้อข้างในด้วย ผมเป็นถึงรองนายกฯ ถ้ารัฐบาลทำแบบนี้ ผมจะอยู่อย่างไร ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ชื่อเสียงที่สร้างมาทั้งชีวิต จะเอาตรงไหนไปเหลือ และนายกฯอนุทิน ก็ไม่ใช่คนแบบนั้น ท่านไม่ได้มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไปยอมเขา เอาแลกไปให้เขา มันไม่มีประโยชน์ ถ้าคิดตรรกะตรงๆ เราพูดตรง ตอบตรง ไม่ต้องไปขยายความว่า MOU เพื่ออะไร แต่มันเป็นเรื่องของทางการทูตและอีกหลายอย่าง”

สุชาติ กล่าว

จ่อบินศรีลังกา ขอ 'ช้างพลายประตูผา' กลับไทยก่อน

นอกจากนี้ ในฐานะ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการขอนำ 'ช้างพลายประตูผา' ซึ่งเป็นช้างที่ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง' พระราชทานไปคู่กันกับ 'ช้างพลายศรีนรงค์' กลับคืนประเทศไทยว่า จะไปพูดคุยเนื่องจาก พลายประตูผา มีอายุมากกว่า 51 ปี โดยเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ได้เชิญ 'พจน์ หาญพล' อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคลัมโบ ซึ่งเป็นผู้ที่หาแนวทางในการเจรจาและได้ให้ความเห็นว่าช้างทั้ง 2 เชือกที่พระราชทานให้ประธานาธิบดีศรีลังกา ซึ่งในสมัยนั้นเป็นผู้หญิง และมีความสนิทสนมกับพระราชชนนีพันปีหลวง เมื่อนานมาแล้ว และช้างที่พระพระราชทานไปก็ไปอยู่ตามวัดต่างๆ ในศรีลังกา เพื่อนำไปใช้งานในการแห่พระเขี้ยวแก้ว เนื่องจากงาช้างของไทยสวย แต่ศรีลังกาช้างไม่มีงา

หลักการในการเจรจาครั้งนี้ เราจะนำสัตวแพทย์ ปลัดกระทรวง ทส. และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปตรวจสุขภาพช้าง ให้รู้ผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าช้างเรามีสุขภาพอย่างไร เจ็บป่วย และใช้งานได้ขนาดไหน ถ้าใช้งานได้ไม่นาน เช่น อายุ 50 ปีแล้ว อย่าง พลายประตูผา เราก็จะขอเขาตรงๆ เพราะเขาใช้งานได้อีกไม่นาน เรื่องดังกล่าวต้องใช้วิธีการเจรจา

ยอมรับว่า การเจรจาเป็นเรื่องที่ยากเพราะเขายังต้องการใช้งานช้างอยู่ แต่เราต้องให้เหตุผลไปว่าในเรื่องของการใช้งาน ที่อายุของการใช้งานได้อีกไม่นาน ก็ต้องปลดระวางการใช้งาน จะให้ได้หรือไม่ ตนจะต้องเดินทางไปด้วยตนเองอย่างแน่นอน โดยในวันนี้ (28ต.ค.) จะมีการประชุมเร่งด่วนในช่วงเวลา 13.00 น. ที่มีกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวง ทส. อธิบดีกรมอุทยานฯ และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคลัมโบ เพื่อหาข้อสรุป

ส่วนตัวไปทุกงานมีประชาชนมาสอบถามถึงช้าง 2 เชือกนี้ จึงได้มานำเรียนนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกับว่าทำอย่างไรก็ได้ให้นำช้างกลับมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยรู้สึกสบายใจ และให้คนรักช้างรู้สึกว่าช้างของเราไม่ได้ถูกทรมาน สิ่งไหนที่ประชาชนวิตกกังวล ขอให้ไปทำให้สำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันขึ้นอยู่กับวิธีการเจรจา เราต้องพูดอย่างไรที่จะไม่ให้ประเทศศรีลังการู้สึกว่าเราไปว่าเขาหรือด้อยความรู้เขา ถือเป็นจังหวะที่ตนเองต้องเร่งทำในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สุชาติจะเดินทางไปยังประเทศศรีลังกาในช่วงต้นเดือน พ.ย. ขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคลัมโบได้มีการประสานแล้ว เบื้องต้นจะเจรจาขอช้างกลับมาทีละเชือก โดยเฉพาะช้างที่มีอายุเยอะมากที่สุดจะขอกลับมาก่อน

////

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์