กรณี ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติออกหมายจับ สีกากอล์ฟ ในข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตาม ม.147 ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร หลังพบเส้นทางการเงินของ อดีตพระเทพพัชราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โอนเงินให้ 3.8 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินจากบัญชีของวัด
ประเด็นนี้ สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ระบุว่า หลังจากไปดูประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 เห็นช่องทางที่จะเอาผิดสีกากอล์ฟได้ มีการข่มขู่เพื่อรีดทรัพย์ โดยทำเป็นปกติธุระ เข้ามาตรา 3 กฎหมายการฟอกเงิน ซึ่งสามารถเอาผิดเพิ่มได้เป็นข้อหาหนัก และจากข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวยังพบเข้าข่ายการข่มขู่รีดทรัพย์พระด้วย เชื่อว่าตำรวจมีหลักฐานจำนวนมาก
พร้อมมองว่ากรณีนี้ จะเป็นกรณีตัวอย่างที่จะป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาได้ ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่ สุชาติ ระบุว่า ต้องพูดคุยกับพนักงานสอบสวน เราไม่ได้ดูรายละเอียดลึก และส่วนตัวอยากให้ตำรวจดำเนินการเอาผิดโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้เกิดกรณีเลียนแบบ
“ใครทำผิดก็ต้องจับทันที ต้องมีโทษรุนแรง คนอื่นจะได้ไม่กล้า ศาสนาพุทธจะต้องเรียกศรัทธากลับมา ไม่ใช่มีแต่ข่าวแบบนี้”
— สุชาติ กล่าว
สุชาติ ยังระบุถึงกรณีที่พระผู้ใหญ่ยอมสึกเพิ่มเติมว่า ยอมสึกด้วยตัวเองดีกว่ารอหมายจับจากศาล ถ้าทำผิดก็ควรจะต้องสึก ไม่ต้องรอให้จับสึก ท่านต้องรู้ตัวเอง เป็นถึงพระชั้นผู้ใหญ่ด้วย ไม่มีข้อยกเว้นแม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว เป็นการโอนเงินอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเงินไม่ใช่เงินพระ เป็นทรัพย์ของวัดที่ได้มาจากคนทำบุญ เพื่อให้ทำนุบำรุงศาสนา จะเอาไปให้ใครไม่ได้ ถ้าอ้างว่าเป็นเงินส่วนตัว ขอถามกลับว่าเอาเงินส่วนตัวมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินชาวบ้าน พระไม่ควรถือครองเงิน ควรจะสมรรถะมีเท่าที่พอใช้กินอยู่ตามปัจจัย4
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่สุชาติให้สัมภาษณ์กับสื่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่ แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรมว.วัฒนธรรม เดินลงมาจากตึกบัญชาการเพื่อไปตึกไทยคู่ฟ้าพอดี สุชาติได้ยกมือสวัสดี และพูดว่า เรื่องพระตามที่ท่านสั่ง ได้ทำ




