'สุชาติ ชมกลิ่น' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 สส. ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตทางการเมือง จะไปสังกัดพรรคใด หรือไปตั้งพรรคใหม่ว่า สำหรับตนคนเดียวไม่ได้ไปสังกัดพรรคไหน แต่เพื่อนที่ยังสังกัดพรรคเดิมเราก็มีต้องมารยาท ถ้าพูดอะไรออกไปทุกคนอาจจะไม่สบายใจ เพราะทุกคนยังต้องลงพื้นที่อยู่ แต่ระยะเวลาอีก 4 เดือนข้างหน้าที่เราตกลงกันไว้ก็มีระยะเวลาในการที่จะไปสังกัดพรรคการเมืองภายใน 30 วันอยู่แล้ว อย่างไรก็ทัน วันนี้เรามาร่วมรัฐบาล มาดูและมาเป็นกำลังให้กับ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกฯ และรมว.มหาดไทย เราตั้งใจและเลือกเฟ้นคนที่จะนำพาประเทศไปสู่เป้าหมาย มีความเจริญรุ่งเรือง มีความเท่าเทียมกันของประชาชนไทยทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่ม 16 สส.มีความชัดเจนหรือไม่ว่า จะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือยังไม่ได้คิด สุชาติ กล่าวว่า เราคุยกันทุกวัน หากเราจะเดินหน้าหรือไปสังกัดพรรคใดต้องดูว่าเราไปทับซ้อนกับเขตใครหรือไม่ มันยากตรงที่ว่าเราจะไปทับพื้นที่กัน ซึ่งเต้องมีการเจรจาหากเราจะไปตรงจุดที่ตั้งเป้ากันไว้ สำ
"สำหรับ สส.ไม่ทับซ้อนอยู่แล้ว เพราะ สส. 1 คน ก็ 1 เขตอยู่แล้ว แต่แค่บางจังหวัดอาจจะมีแกนนำซึ่งจะต้องไปทำความเข้าใจว่าถ้าเพื่อนเราไปอยู่ด้วยแล้วจะตัดขัดอะไรหรือไม่ ถ้าติดขัดตรงนี้ก็ต้องไปหาที่อยู่ให้เหมาะสม"
— สุชาติ กล่าว
เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าแนวโน้มจะสังกัดพรรคใหม่ไปเลย เพื่อไม่ให้เป็นการทับซ้อนกับพรรค ภท. หรือพรรคอื่นหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการพูดคุยกันในอนาคต ต้องยอมรับว่า สส.ในกลุ่มบางพื้นที่หากอยู่พรรค ภท.ก็มีความง่ายในการหาเสียง แต่บางพื้นที่ก็มีบ้าง ซึ่งมีความยากในการจัดสรร หาคน เมื่อถามว่า ในระยะเวลา 4 เดือน จะมีการประกาศให้ประชาชนรู้หรือไม่ว่า สส.จะอยู่ที่ไหน นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่จำเป็น
เพราะวันนี้เรามาร่วมรัฐบาล เราเชื่อว่าผลงานที่ออกมาในระยะเวลา 4 เดือน สามารถจับต้องได้แน่นอน โดยนายอนุทินเป็นนักการเมือง รู้ความต้องการประชาชน รู้ระบบการบริหารประเทศ รู้ระบบการบริหารพรรคการเมือง รู้ระบบกฎหมาย ครบเครื่องอยู่แล้ว เชื่อว่า 4 เดือนนายกฯทำงานได้ และเราที่ทำงานร่วมกับนายกฯก็จะมีผลงานเอง ถึงเวลานั้นประชาชนจะเลือกตัว สส.เป็นหลักก่อน เพราะมองแล้วเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกลุ่ม 16 สส. เวลาไปๆ ทั้งกลุ่ม หรือแยกกันตามสถานการณ์ สุชาติ กล่าวว่า น่าจะทั้งหมด เพราะเราอยู่ในฐานะพี่น้องร่วมกันมา ส่วนจะมีเพิ่มหรือไม่ อาจมีบ้าง แต่เป้าหมายการเมืองของเราไม่ได้มองที่มีจำนวนคนมากหรือน้อย แต่เรามองคนที่มีคุณภาพและอยู่กันแบบพี่น้อง ซึ่งเราเดินมาขนาดนี้แล้วอาจจะมีคนเข้ามาบ้าง แต่กลัวเรื่องคำพูด หากพูดไปแล้วว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เป็นไปตามคำพูดเราจะเสียคน
เมื่อถามอีกว่า ฝ่ายค้านระบุว่าจะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯ ตกลงก็ต้องเป็นไปตามคำพูด นักการเมืองทุกคนถ้าไม่ทำตามคำพูด ครั้งต่อไปก็ไม่รู้จะไปเดินเจอชาวบ้านได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนจะมีการจัดสรรโควตารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้กลุ่ม 16 สส. หรือไม่ ไม่ได้อยู่ในเรื่องการพูดคุยกันตอนนี้ เราไม่ได้คุยกันตรงนั้น
เล็งคุยปลัด 'ทส.- อธิบดี' โยกคนมีคุณภาพมาทำงานให้เร็วที่สุด
ในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในกระทรวง ทส. ว่า ได้มีการคุยกับปลัด ทส.แล้ว เมื่อเข้าทำงานได้ก็ดำเนินการได้ทันที อันดับแรกตนจะคุยกับปลัดและอธิบดีทุกคนว่าข้าราชการที่พวกท่านมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายให้เอาคนที่มีคุณภาพมาทำงาน
"ถ้าใครมีปัญหาก็ต้องย้าย ปรับหลังบ้านตัวเองให้เร็วที่สุด เอาคนที่มีคุณภาพมาทำงานให้เร็วที่สุด ต่อมาคือ เรื่อง PM 2.5 แผนแม่บทกฎหมายที่ต้องเร่ง ขั้นตอนถึงไหน เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่าที่จะต้องคงไว้และเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น โดยได้คุยกับอธิบดีคร่าวๆ แล้ว ขอให้ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด"
ยืนยันว่า ส่วนตัวมาเพียงแค่กำกับนโยบายที่ติดขัดต่างๆ ทั้งนี้ จะเดินทางเข้ากระทรวง ทส.ในวันศุกร์ที่ 26 ก.ย. พร้อมกับมอบนโยบายและแนวทางการทำงานให้ข้าราชการ ซึ่งยังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน




