‘สุชัชวีร์’ ฟาดรัฐบาลบริหารน้ำท่วมไร้ความรู้

3 ธ.ค. 2568 - 15:06

  • ‘สุชัชวีร์’ จวกรัฐบาลบริหารน้ำท่วมไร้ความรู้

  • โวถ้าเป็น ‘นายกฯ’ เหตุการณ์ไม่สูญเสียเท่านี้แน่นอน

  • ย้ำผู้สมัครฯ ภาคใต้-กทม.พร้อมแล้ว แต่ต้องดูแลประชาชนก่อน

‘สุชัชวีร์’ ฟาดรัฐบาลบริหารน้ำท่วมไร้ความรู้

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงการที่เลือกเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.ทั่วประเทศ ในวันนี้ ซึ่งเร็วกว่าปกติ เนื่องจากได้รับสัญญาณอะไรหรือไม่?

สุชัชวีร์ กล่าวว่า “จริงๆ อยู่ในตารางอยู่แล้ว ว่าเราจะแสดงความพร้อมในการส่งผู้สมัครทุกภาคทั่วประเทศไทย สําหรับผู้สมัครชุดนี้ ผ่านการสัมภาษณ์ และตั้งใจจะประกาศตัวตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เนื่องด้วยทีมงานพรรคไทยก้าวใหม่ และตนเองนั้นได้ไปช่วยผู้ประสบมหาอุทกภัยที่ภาคใต้ จึงเลื่อนมาวันนี้ ก็ครบ 2 เดือนที่เราประกาศเปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่พอดี วันนี้ถือเป็นวันดี อย่างที่เห็นว่า เราได้ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.ในนามพรรคไทยก้าวใหม่ ที่เป็นคนคุณภาพสูงจริง ๆ อยากกลับมาช่วยประเทศไทย”

ขณะที่การเปิดตัวผู้สมัคร กทม.ที่เหลือ และภาคใต้นั้น ยืนยันว่า “ตอนนี้ภาคใต้มีความพร้อม แต่จากที่เราทุกคนเห็นสถานการณ์ในภาคใต้ มีว่าที่ผู้สมัคร สส.ของเรา ทุ่มเทอยู่ในพื้นที่ ดูแลพี่น้องประชาชน ส่วนพื้นที่ กทม.อยากให้ติดตาม เพราะการเปิดตัวชุดต่อมา จะมีความโดดเด่น เก่ง หล่อ สวย และมีอุดมการณ์ เสียสละ ไม่แพ้ชุดแรกแน่นอน”

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุ ผู้บริหารประเทศที่ผ่านมา ไม่เคยบริหารด้วยหลักวิชาการนั้น สุชัชวีร์ ย้ำว่า “ประเทศไทยไม่ควรมาถึงจุดนี้ ผมเชื่อมั่นในคนไทยว่า เราเป็นคนขยัน เป็นคนดี และเป็นนักต่อสู้ แต่คําถามคือวันนี้ทําไมประเทศไทยเราต้องเจอภัยพิบัติ และสูญเสียอย่างที่ไม่ควรสูญเสีย นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งในการบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้จริงๆ เนื่องจากที่จริงแล้ว ข้อมูลต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีของประเทศไทย ไม่ได้น้อยหน้าประเทศอื่น แต่เป็นวิกฤติผู้นํา ในเรื่องภาวะผู้นําทุกระดับชั้น ตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ”

“เพราะขนาดมีข้อมูลและเทคโนโลยีในขณะนี้ เรายังตัดสินใจผิดพลาดได้ แล้วมันมาจากอะไร ก็มาจากการบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้ ไม่ยึดในหลักปฏิบัติ สุดท้ายความสูญเสียพวกนี้ โดยเฉพาะความสูญเสียในชีวิต ไม่สามารถเอากลับมาได้ ดังนั้น พรรคไทยก้าวใหม่ จึงประกาศตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อบริหารประเทศด้วยอุดมการณ์ มีความกล้าหาญ ที่เราต้องพูดความจริง และสิ่งสุดท้ายที่สําคัญที่สุดที่ทุกประเทศพัฒนาแล้วต้องมี คือต้องบริหารประเทศด้วยความรู้ พ้นความยากจน”

ต่อให้มีข้อมูลแค่ไหน คนดี คนขยันแค่ไหน แต่ผู้นําไม่บริหารประเทศด้วยความรู้ เพราะสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ กลาง ปัญหาฝุ่นพิษ เศรษฐกิจ บ่งบอกอยู่ว่า วันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้บริหารด้วยความรู้ พรรคไทยก้าวใหม่จึงขอเสนอตัว คัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ มีความเป็นมืออาชีพ ที่สําคัญเป็นคนที่มีซื่อสัตย์สุจริต เพื่อดูแลประชาชน ทําให้ประเทศไทยเจริญ เติบโตก้าวใหม่ พ้นจากความยากจน

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

เมื่อถามว่า หากในตอนนี้พรรคไทยก้าวใหม่เป็นรัฐบาล จะมีการบริหารจัดการสถานการณ์น้ําท่วมอย่างไร? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “ถ้าเกิดผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมบอกได้เลยว่า เหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้นอย่างนี้แน่นอน น้ำท่วมคือน้ำท่วม แต่ความสูญเสียจะไม่เป็นเช่นนี้”

น้ำจะลดเร็วกว่านี้ การป้องกันภัยจะมืออาชีพ การกู้ภัยจะไม่สับสน ชัดเจน แม่นยํากว่านี้ การฟื้นฟูจะได้รับการเตรียมตัวรวดเร็ว การเยียวยาจะได้รับการดูแลทั่วถึง เข้าใจหัวอกของประชาชนมากกว่านี้

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะในการจัดการภัยพิบัติขณะนี้ อยากฝากอะไรไปถึงรัฐบาล เนื่องจากยังมีขั้นตอนหลายอย่างซ้ำซ้อน แม้กระทั่งการลงทะเบียนเยียวยา? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “อันดับแรกอยากให้กําลังใจนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล แต่วันนี้ท่านต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ นอกจากจะพูดให้มีหลักในการปรับปรุงไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะแม้แต่คนในพรรคเดียวกับท่าน ก็มีการบอกว่าผิดพลาดอย่างไร หากผิดพลาด เราก็มาแก้กัน”

ผมแนะนําไปแล้วว่าควรแก้อย่างไร ไปถึงระบบการทํางาน ราชการ โครงสร้าง เพราะหากยังเป็นแบบนี้ หาดใหญ่ก็จะเจออีก ภาคกลาง กรุงเทพฯ ก็จะเจออีก ถ้าไม่กลับมาแก้ที่โครงสร้างทางวิศวกรรม ทำให้ยั่งยืน ทั้งที่วันนี้ต้องเข้าสู่ภาวะฟื้นฟูเยียวยา แต่เราก็เห็นว่า มันมั่วไปหมด ดังนั้น ในมิติการฟื้นฟู รัฐต้องจัดการให้เร็วกว่านี้ และเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้น จะทอดยาวเป็นเดือน และสุดท้ายแม้เคลียร์น้ำได้แล้ว แต่บ้านเคลียร์ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่ฟื้นสักที

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

พร้อมกล่าวว่า “ส่วนการเยียวยาในพื้นที่ เราเห็นว่ามีเอกสารเป็นตั้งๆ เห็นกับตา เป็นภาระประชาชนจริงๆ วันนี้ รัฐจะพูดปากเปล่าไม่ได้ว่า เอาแค่บัตรประชาชนใบเดียว แต่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ทําเอง แต่ท่านก็ต้องเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเขาก็ไม่อยากเจอความผิดย้อนหลัง เพราะฉะนั้น การคิดล่วงหน้าว่าจะเจอปัญหาอย่างไร ควรจัดการให้เบ็ดเสร็จทีเดียว ไม่ใช่ลักลั่นกลับไปกลับมาแบบนี้

เพราะสุดท้ายประชาชนก็เสียโอกาสไปเรื่อยๆ เงินภาษีแต่ก็ตั้งเยอะนะ ควรเอามาจัดการในการดูแลประชาชนให้มากกว่านี้ เร็วกว่านี้ ไม่ใช่สร้างความสับสนแบบที่เห็นทุกวันนี้

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

เมื่อถามถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะมีความชัดเจนภายในเดือนนี้หรือไม่ เนื่องจากพรรคอื่นๆ มีการเปิดตัวเยอะแล้ว? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “ที่แน่ๆ จะเห็นผมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งผมมีความพร้อม ทั้งชีวิตที่ทุ่มเท และประสบการณ์ความสําเร็จที่เสียสละเพื่อประชาชน”

วันนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่ยังมีทีมงานพรรค ถ้าเลือกเรา ท่านได้เราจริงๆ

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

Suchatchavee-criticizes-government-flood-management-SPACEBAR-Photo01.jpg

‘ไทยก้าวใหม่’ ลุยเปิดตัว 22 ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.

พรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคฯ จัดกิจกรรมแถลงเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. และเปิดนโยบายพลิกโฉมการศึกษาไทย

โดย สุชัชวีร์ กล่าวในงานว่า “วันนี้คนไทยกำลังอยู่ในโลกใบที่หนึ่ง แต่กำลังถูกโลกใบที่ใหญ่กว่า พอแล้วใบที่สองดูด ซึ่งจะเป็นหลุมดำที่ดูดทุกคน ถ้าประเทศไทยไม่เปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง จะทำให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ยากจนด้อยพัฒนา ดังนั้นประเทศไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยน และทุกคนนิ่งเฉยไม่ได้ ดังนั้นวันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ตั้งใจเปลี่ยนประเทศดียิ่งขึ้น โดยเรามีอุดมการณ์ที่จะไม่ยอมให้ประเทศตกอยู่ในหลุมดำ เปลี่ยนด้วยความกล้าหาญ เพราะหลายๆ คนอยู่ในโลกใบที่หนึ่งที่มีความพร้อม ความสมบูรณ์ เสียสละได้”

แต่ประเทศไทยทุกวันนี้เป็นเพราะผู้บริหารประเทศไม่เคยบริหารประเทศด้วยความรู้ และหลักวิชาการ พรรคไทยก้าวใหม่ จึงขอเสนอตัวเพื่อที่จะนำประเทศด้วยความรู้ ด้วยหลักวิชาการ โดยเรามีผู้ร่วมอุดมการณ์ กล้าหาญ เสียสละ เสนอตัวรับใช้ประชาชน และเป็นผู้นำประเทศ

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

จากนั้น สุชัชวีร์ และ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ได้มอบเสื้อและหมวกสัญลักษณ์ของพรรคฯ ให้กับผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. จำนวน 22 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะลงสมัครในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน

งานนี้ สุชัชวีร์ ยังได้แถลงนโยบายด้านการศึกษา ว่า “ปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมนุษย์แก้ได้ ถ้าเรามีความรู้ มีปัญญา ซึ่งการบริหารโดยไม่ใช้ความรู้ ไม่ใช้ปัญญา หนักหนายิ่งกว่าคอรัปชั่น และถ้าประเทศไม่มีความรู้ ไม่บริหารด้วยปัญญา ปัญหาจะใหญ่ขึ้น จะหนักหนาขึ้น และจะไม่น้อยลง โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ อุทกภัย หาดใหญ่ที่ว่าหนักแล้ว กรุงเทพฯ จะหนักกว่านี้ วาตภัย และอัคคีภัย แต่ภัยที่น่ากลัวที่สุด คือภัยจากความไม่รู้ ภัยจากความไม่มีปัญญา ที่เรียกว่า ‘ปัญญาภัย’ ซึ่งเป็นภัยที่ยิ่งใหญ่กว่าภัยทั้งมวล และวันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว”

ลูกหลานหลายคนไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพได้ พรรคไทยก้าวใหม่จึงชูเรื่องการศึกษา เพราะการศึกษาคือการแก้จน คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศ และประเทศจะเปลี่ยนแปลงได้ ต้องเริ่มต้นจากห้องเรียน วันนี้ที่ประเทศเต็มไปด้วยภัยทั้งหลาย ยาแก้เดียวคือ “เรื่องการศึกษา”

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

Suchatchavee-criticizes-government-flood-management-SPACEBAR-Photo02-1.jpg

จากนั้น วราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวเปิดนโยบายด้านการศึกษา ว่า “รัฐบาลแก้ปัญหาผิดวิธี เพราะเน้นผลประโยชน์ระยะสั้นเพื่อให้ได้คะแนนนิยม โดยการแจกเงิน เพื่อหวังจะได้คะแนน เป็นการซื้อเวลาแบบไม่สร้างอนาคต รัฐบาลเล่นง่าย แต่กำลังทำลายอนาคตของชาติ นโยบายของรัฐบาลไม่มีการลงทุนกับคนเลยแม้แต่บาทเดียว”

พร้อมเผยว่า “พรรคไทยก้าวใหม่ เชื่อว่าคนไทยทุกคนคือต้นน้ำของเศรษฐกิจ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำ คือการลงทุนสร้างคน และคนเท่านั้นที่จะเป็นทางรอดทางเดียวของประเทศ เพราะเราไม่เคยลงทุนสร้างคนมาก่อนเลย เราจะสร้างทุนมนุษย์ สร้างคนไทยทุกคนให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เราจะทำทันที โดยแบ่งคนไทยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มอนาคต ที่กำลังเรียนอยู่ และกลุ่มคนปัจจุบันคือคนที่จบไปแล้ว”

รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่อธิบายว่า นโยบายที่จะนำไปช่วยกลุ่มคนปัจจุบันคือ ต้องเอาเทคโนโลยีไปช่วยคนตัวเล็ก เกษตรกร SME และมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ดังนั้นจึงมีนโยบาย คือ

  • ให้ทุนกับเกษตรกรที่มีบุตรหลานเป็นยุวเกษตรอัจฉริยะ โดยจะส่งอุปกรณ์และคนลงไปสอน
  • นโยบายพลิกชีวิต SME รายย่อย จะไม่สอนแต่จะส่งทีมไปช่วย
  • สกิลปังกระเป๋าตุง ด้วยการทำรีสกิล-อัปสกิล

ขณะที่กลุ่มอนาคต เราต้องรื้อโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบ เพราะมีความเหลื่อมล้ำ เด็กหลุดออกจากระบบจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเด็กไทยต้องมีทักษะในอนาคต คนมาไม่ตรงปัญหาการศึกษาที่ผลิตคนไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ทั้งมหาวิทยาลัยและอาชีวะ ทำให้ต้องมี 5 นโยบายในระบบการศึกษา คือ

  • Digital transformation ทำแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษาระดับชาติที่เป็น Big Data ที่ไม่ใช่แค่กระทรวงศึกษา อาชีวศึกษา แต่รวมถึงอุดมศึกษาด้วย ต้องมีระบบการจัดการโรงเรียน ที่จะต้องไม่ใช่หน้าที่ของครู ความรู้ที่ดีขึ้นระบบออนไลน์ เพื่อให้ครูรุ่นใหม่ได้ศึกษา และจะต้องมีครูเพิ่มขึ้นจาก 4 แสนคน เป็น 8 แสนคน โดยใช้ AI เป็นครูผู้ช่วยในการทำการเรียนการสอน และจะนำงานวิจัยขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • Re-Engineering ต้องบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ ยกเลิกภารกิจครูที่ไม่เกี่ยวกับการสอนโดยสิ้นเชิง ยกเลิกระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน เรียนรู้ได้จากผู้เชี่ยวชาญ ครูครบชั้น ครูตรงวุฒิต้องมี งบประมาณต้องมีการเสนอขึ้นมาจากเขต
  • Re-Design เด็กวันนี้ต้องมีทักษะ 4C และเน้นการเรียนรู้แบบทำความเข้าใจ จะต้องมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ต้องสอน AI ตั้งแต่ ป.1 เลิกฟัง จด ท่องสอบ และสร้างอาชีวะเฉพาะทาง และต้องเพิ่มสาขาในมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น
  • “อัปสกิล-รีสกิล” ข้าราชการทุกระดับชั้นที่เกี่ยวกับการศึกษาต้องอัปสกิลทั้งหมด-ครูอาชีวะต้องไปทำงานตอนปิดเทอม
  • “โรงเรียนดีใกล้บ้าน” จะลดความเหลื่อมล้ำ มีครูตรงวุฒิครบชั้นและทันสมัยได้

เราจะเลิกทน เลิกจน ลงทุนสร้างคนกับไทยก้าวใหม่ ถ้าเราเป็นรัฐบาล ปีหน้าเศรษฐกิจจะโตเป็น 2%

วราวิช กำภู ณ อยุธยา

รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ยังเผยถึงนโยบายสำหรับเด็ก ว่า “ต้องเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่มีหนี้ เรียน 3 ปีเพียงพอแล้ว ยกเว้นบางวิชาชีพ ต้องจะเพิ่มอาหารเช้า 5 วัน 5 หมู่ 10 มื้อ ส่งลูกเรียนได้เงิน”

ส่วนนโยบายสำหรับคนเรียนจบแล้ว คือ

  • เลิกทำงานไร้ประโยชน์
  • เลิกทำงานที่เพิ่มภาระและไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง
  • เลิกทำวิทยฐานะแบบไร้เหตุผล
  • มีเงินใช้ระหว่างเรียน
  • Portfolio แบบดิจิตอลตลอดชีวิต

ด้าน สุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นโยบายการศึกษาของพรรคไทยก้าวใหม่ เราต้องรื้อ และนี่คือสิ่งที่ทำได้จริง พรรคไทยก้าวใหม่ทำแล้ว และจะทำให้กับโรงเรียนทุกโรงเรียนในประเทศไทย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์