ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงตั้งข้อสังเกตถึง “การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย” ว่า ภายใต้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ตัวเลขการโยกย้ายข้าราชการล่าสุดคือ 395 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไม่มีที่สิ้นสุด คาดว่าคิวต่อไปจะเป็นหัวหน้าสำนักงานระดับจังหวัด
เรามีผู้ว่าฯ ทั้งหมด 76 จังหวัด มี 50 คนถูกโยกย้ายไปแล้ว ในส่วนของกรมทั้งหมด 6 กรม ย้ายไปแล้ว 5 กรม ปลัดจังหวัด 76 จังหวัด ย้ายไปแล้ว 40 คน ขณะที่นายอำเภอมี 787 อำเภอ ถูกโยกย้ายไปแล้ว 200 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่น่าตกใจมาก เป็นสัดส่วนที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในระยะสั้นๆ แค่นี้
ศึกษิษฏ์ กล่าวอีกว่า นอกจากตัวเลขที่น่าตกใจแล้ว สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือความใกล้ชิดกับเครือข่ายของบางจังหวัด สองปีที่ อนุทิน เป็น รมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลเพื่อไทย อธิบดีกรมการปกครองเป็นอดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ทั้งสองคน ขณะที่กรมการปกครองมีความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างมาก สามารถควบคุมกลไกในพื้นที่ได้หมด โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้าน 2.9 แสนคน และอาสาสมัครรักษาดินแดนอีก 2.7 หมื่นคน รวมแล้ว 3.1 แสนคน
ในส่วนของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งมีความสำคัญมากกับ “คดีเขากระโดง” ก็เป็นลูกชายของอดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ขณะที่ในส่วนของนายอำเภอ ตัวเลขการโยกย้ายใกล้เคียงกับข่าวบ้านใหญ่ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างมาก เช่น จ.ชลบุรี มี 11 อำเภอ ย้ายไปแล้ว 6 อำเภอ, จ.สุพรรณบุรี มี 10 อำเภอ ย้ายไป 4 อำเภอ, จ.นครราชสีมา เขต 6 เขตเดียว ย้ายไป 2 อำเภอ, จ.นครปฐม เขต 4 และเขต 6 มีการโยกย้ายนายอำเภออีก ซึ่งเปรียบเทียบสัดส่วนกับการเลือกตั้งเห็นได้ชัดเจนว่ามีความเกี่ยวโยงกัน
การโยกย้ายมีรูปแบบทั้งจำนวน ที่มาที่ไป และแนวทางที่บังเอิญคล้ายคลึงกับที่ “บ้านใหญ่” ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่ใช่การโยกย้ายตามฤดูกาลแน่นอน
ศึกษิษฏ์ กล่าวต่อไปว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า อนุทินยังโชคดีและจริงอย่างที่ อนุทินเคยพูดว่าถ้ามี “ฝ่ายค้ำ” อยู่ ขณะที่แกนนำพรรคประชาชนก็ออกมาพูดแก้ตัวให้เรียบร้อยว่า การโยกย้ายข้าราชการแบบนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับการใช้กลไกข้าราชการไปช่วยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอตั้งข้อสังเกตว่า ไม่แน่ใจว่าการที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พูดแบบนี้เป็นเพราะไม่รู้เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน หรือไร้ประสบการณ์ ทั้งที่ตัวแทนของพรรคประชาชนเองเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบราชการมาโดยตลอด หรือ “รัฐพันลึก” เลยไม่แน่ใจว่าไร้ประสบการณ์หรืออะไรกันแน่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากยอมรับแล้วว่าถูกหลอกผิดสัญญา MOA ดังนั้นพูดไม่ได้ว่าเป็นการโทษเหยื่อหรืออะไร ซึ่งเกิดขึ้นจากการถูกหักหลังไปแล้ว
และขอตั้งข้อสังเกตว่า “มีสินน้ำใจติดค้างอะไรกันอยู่หรือเปล่าระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนไปตกลงอะไรกันไว้ ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะดูท่าทางแล้วไม่ค่อยอยากจะตรวจสอบการทำงานรัฐบาลเท่าไหร่”
ในฐานะพรรคเพื่อไทย แม้ยุบสภาแล้ว เราจะยังตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลรักษาการอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพราะเราถือว่าเป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในระยะยาว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาดูด้วยว่า การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเหล่านี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์พี่น้องประชาชนหรือไม่ หรือทำเพื่อผลประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เพื่อเตรียมการเลือกตั้งที่มาถึงเร็วๆ นี้




