ตลอดหลายปีบนเส้นทางการเมือง ชื่อของ ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ ถูกจดจำในฐานะนักกฎหมายและนักการเมืองที่ทำหน้าที่อธิบายข้อกฎหมายให้กับ ‘พรรคภูมิใจไทย’ อยู่เสมอ แต่ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 บทบาทของเขายิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อกลายเป็นบุคคลที่ออกมาแถลงข่าว ชี้แจงข้อพิพาท และประกาศใช้สิทธิทางกฎหมายแทบทุกประเด็นสำคัญที่พรรคหรือแกนนำถูกพาดพิง จนถูกมองว่าเป็น ‘นิติกร’ คนสำคัญของพรรคในทางปฏิบัติ
จาก ‘นักกฎหมาย’ สู่ ‘นิติกร’ สีน้ำเงิน
ย้อนอ่านประวัติของ ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ พบว่าเป็นคนจังหวัดตรัง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เส้นทางการเมืองของเขา เริ่มต้นจากการลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม ‘พรรคไทยรักไทย’ ก่อนเข้ามามีบทบาทใน ‘พรรคพลังประชาชน’ โดยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองโฆษกพรรค ในยุค 'สมัคร สุนทรเวช’ รวมถึงเคยเป็นที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ‘ชัย ชิดชอบ’ ผู้บุกเบิก ‘ค่ายบุรีรัมย์’ คนแรก
ภายหลังย้ายมาร่วมงานกับ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ได้รับเลือกเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2554 และได้รับเลือกอีกครั้งในปี 2562 และปี 2569 รวมเป็นสส. มาแล้ว 3 สมัย ระหว่างนั้นยังดำรงตำแหน่งสำคัญภายในพรรค ทั้งรองเลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค และได้รับมอบหมายงานในฝ่ายบริหารหลายตำแหน่ง อาทิ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วย
อย่างไรก็ตาม บทบาทที่โดดเด่นที่สุดในช่วงหลัง คือการทำหน้าที่ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ซึ่งรับผิดชอบการชี้แจงประเด็นข้อกฎหมาย และกระบวนการนิติศาสตร์ในคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคเสมือน ‘มือกฎหมาย’ ที่พรรคภูมิใจไทยขาดไม่ได้
โดยเฉพาะห้วงที่ ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ เข้าบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งในหลายกรณีก็กลายเป็น ‘ตำบลกระสุนตก’ จากฝ่ายค้าน หรือกลุ่มการเมืองที่อยู่คนละขั้วกับฝ่ายบริหารอยู่ ภาพของ ‘บังซุป’ ในมิติของ ‘นิติกร’ จึงมีให้เห็นความเคลื่อนไหวอยู่เนื่องๆ
ย้อนกรณีพิพาท ‘ภูมิใจไทย’หลังศึกเลือกตั้ง 2569 : บทบาทนิติกรของ ‘ศุภชัย’
8 มีนาคม 2569 : เปิดศึกปมจัดตั้งรัฐบาล
หนึ่งในบทบาทสำคัญเกิดขึ้นหลังการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อ ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส’ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยนำเสียงของพรรคเสรีรวมไทยไปร่วมรัฐบาล พร้อมพาดพิงกรณีการจัดงาน MotoGP และกล่าวหาถึงการใช้งบประมาณ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยระบุว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ
ศุภชัยยืนยันว่าพรรคไม่เคยทาบทามพรรคเสรีรวมไทย พร้อมระบุว่าพรรคได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในประเด็นดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว และประกาศว่าพรรคภูมิใจไทยรวมถึง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะใช้สิทธิดำเนินคดีหมิ่นประมาท
9 มิถุนายน 2569 : ที่ดินปู่ชัย
ศุภชัยออกมาแถลงชี้แจงกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง โดยยืนยันว่า ‘ที่ดินปู่ชัย’ ไม่ใช่พื้นที่ 5,083 ไร่ที่เป็นข้อพิพาท พร้อมระบุว่าควรรอคำพิพากษาคดีแพ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทยฟ้องผู้ถือครองที่ดินเป็นรายแปลง และไม่ควรนำคำพิพากษาบางคดีมาใช้กับผู้ถือครองทั้งหมด
นอกจากนี้ยังประกาศว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นว่าจงใจใส่ร้ายพรรคหรือบุคคลในพรรค รวมถึงสื่อมวลชน หากการนำเสนอข้อมูลก่อให้เกิดความเสียหาย
12 มิถุนายน 2569 : คดีแลนด์บริดจ์
หลัง ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ วิพากษ์วิจารณ์โครงการแลนด์บริดจ์และกล่าวหาว่าเป็นการ "ขายชาติ" พรรคภูมิใจไทยได้มอบอำนาจยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาท ศุภชัยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้พรรคได้รับความเสียหาย พร้อมย้ำว่าโครงการยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้
มิถุนายน-กรกฎาคม 2569 : ศึกกฎหมายเขากระโดง
อีกหนึ่งข้อพิพาทสำคัญคือกรณีระหว่างศุภชัยกับ ‘ภัทรพงศ์ ศุภักษร’ หรือ ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ คดีหมิ่นประมาทที่ศุภชัยเป็นผู้ฟ้อง ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในช่วงต้นปี 2569 ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน ทนายอั๋นยื่นฟ้องกลับในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ก่อนที่วันที่ 2 กรกฎาคม ศาลอาญาจะมีคำสั่งยกฟ้องคดีดังกล่าวเช่นกัน ภายหลังศุภชัยระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกลับ
21 กรกฎาคม 2569 : ปมคำร้อง ‘ฮั้วเลือก สว.’
ศุภชัยแถลงตอบโต้กรณี ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อฝ่ายค้าน โดยเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวไม่มีพยานหลักฐานรองรับและทำให้ผู้ถูกพาดพิงได้รับความเสียหาย พร้อมระบุว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะใช้สิทธิดำเนินคดีตามกฎหมาย
22 กรกฎาคม 2569 : ปมสอบท้องถิ่น
ล่าสุด ศุภชัยแถลงข่าวตอบโต้กรณีสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบอำนาจรัฐ ภาคประชาชน (สตป.) ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่นและพาดพิง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ระบุว่าเป็นการกล่าวหาและใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ พร้อมประกาศดำเนินคดีกับผู้ยื่นเรื่อง และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการใช้อำนาจตรวจสอบอย่างเหมาะสม ไม่ใช้กลไกของรัฐสภาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

บทบาทที่ถูกจับตาของ 'บังซุป'
หากพิจารณาจากไทม์ไลน์ตลอดหลายเดือนหลังการเลือกตั้งปี 2569 จะเห็นว่าศุภชัยทำหน้าที่มากกว่าการเป็น สส. หรือประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค แต่ยังเป็นผู้รับบทอธิบายข้อกฎหมายและเป็นด่านหน้าของพรรคในการตอบโต้ข้อกล่าวหาทางการเมืองผ่านกระบวนการยุติธรรม หลายคดียังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม บทบาทที่ต่อเนื่องในหลายเหตุการณ์ ทำให้ชื่อของ 'ศุภชัย' ถูกจับตาในฐานะ 'นิติกร' ของ 'พรรคภูมิใจไทย' ผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการต่อสู้ในมิติทางกฎหมายควบคู่ไปกับเกมการเมืองอย่างชัดเจน





