สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดผลสำรวจ เรื่อง “รัฐบาลใหม่ ในใจประชาชน” กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,137 ตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติ ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-2 กันยายน 2566
โดย ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 ระบุไม่มีช่วงเวลาของนักการเมืองฉลองความสุขชัยชนะได้เป็นรัฐมนตรี (ไม่มีเวลาฮันนีมูน) ในขณะที่ร้อยละ 15.7 ระบุมีได้
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.8 ต้องการให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เร่งลงพื้นที่สัญจร ครบทุกภาคทั่วประเทศ ในขณะที่ ร้อยละ 14.2 ไม่ต้องการ
ที่น่าพิจารณาคือเมื่อถามถึง ปัญหาเร่งด่วนให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่แก้ไขทันที ลดความเดือดร้อนของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.4 ระบุ ปัญหาปากท้อง สินค้าราคาแพง ค่าใช้จ่ายสูง ร้อยละ 72.5 ระบุ ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพ หลอกลวง อาชญากรรมออนไลน์ ร้อยละ 71.1 ระบุปัญหายาเสพติด ร้อยละ 68.9 ระบุ ปัญหา อาชญากรรมทั่วไป ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ลัก จี้ ชิง ปล้น อันธพาล มาเฟีย
ร้อยละ 65.2 ระบุ ปัญหาเด็กเยาวชน การศึกษา ร้อยละ 62.4 ระบุ ปัญหา ทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 57.8 ระบุ ปัญหา มลพิษ สิ่งแวดล้อม ปัญหาฝุ่น รถควันดำ ขยะล้นเมือง ร้อยละ 56.4 ระบุ ปัญหา สุขภาพ การเข้าถึงยากสถานพยาบาลที่ดีในการรักษาโรค ร้อยละ 43.3 ระบุ ปัญหา เกษตรกร ราคาพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 12.7 ระบุ ปัญหา อื่นๆ คนเร่ร่อน คนว่างงาน อุบัติเหตุ ปัญหาที่ทำกิน
เมื่อถามถึงระดับการยอมรับของประชาชนต่อ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เศรษฐา ทวีสิน พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.9 ยอมรับมากถึงมากที่สุด เพราะมีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะทำตามที่พูด จะได้เงินก้อน แก้ปัญหาได้ตรงที่ต้องการคือแจกเงินก้อน เพราะเป็นคนประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก่อน เชื่อมั่นจะแก้ปัญหาปากท้องได้ และชอบพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ ร้อยละ 32.5 ยอมรับระดับปานกลาง เพราะจะลองดู ใครเป็นก็ได้ ไม่เกี่ยวกัน เฉยๆ ใครเป็นก็เป็นไป และ ร้อยละ 13.6 ยอมรับน้อยถึงไม่ยอมรับเลย เพราะอยากให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
โดย ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 ระบุไม่มีช่วงเวลาของนักการเมืองฉลองความสุขชัยชนะได้เป็นรัฐมนตรี (ไม่มีเวลาฮันนีมูน) ในขณะที่ร้อยละ 15.7 ระบุมีได้
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.8 ต้องการให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เร่งลงพื้นที่สัญจร ครบทุกภาคทั่วประเทศ ในขณะที่ ร้อยละ 14.2 ไม่ต้องการ
ที่น่าพิจารณาคือเมื่อถามถึง ปัญหาเร่งด่วนให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่แก้ไขทันที ลดความเดือดร้อนของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.4 ระบุ ปัญหาปากท้อง สินค้าราคาแพง ค่าใช้จ่ายสูง ร้อยละ 72.5 ระบุ ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพ หลอกลวง อาชญากรรมออนไลน์ ร้อยละ 71.1 ระบุปัญหายาเสพติด ร้อยละ 68.9 ระบุ ปัญหา อาชญากรรมทั่วไป ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ลัก จี้ ชิง ปล้น อันธพาล มาเฟีย
ร้อยละ 65.2 ระบุ ปัญหาเด็กเยาวชน การศึกษา ร้อยละ 62.4 ระบุ ปัญหา ทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 57.8 ระบุ ปัญหา มลพิษ สิ่งแวดล้อม ปัญหาฝุ่น รถควันดำ ขยะล้นเมือง ร้อยละ 56.4 ระบุ ปัญหา สุขภาพ การเข้าถึงยากสถานพยาบาลที่ดีในการรักษาโรค ร้อยละ 43.3 ระบุ ปัญหา เกษตรกร ราคาพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 12.7 ระบุ ปัญหา อื่นๆ คนเร่ร่อน คนว่างงาน อุบัติเหตุ ปัญหาที่ทำกิน
เมื่อถามถึงระดับการยอมรับของประชาชนต่อ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เศรษฐา ทวีสิน พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.9 ยอมรับมากถึงมากที่สุด เพราะมีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะทำตามที่พูด จะได้เงินก้อน แก้ปัญหาได้ตรงที่ต้องการคือแจกเงินก้อน เพราะเป็นคนประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก่อน เชื่อมั่นจะแก้ปัญหาปากท้องได้ และชอบพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ ร้อยละ 32.5 ยอมรับระดับปานกลาง เพราะจะลองดู ใครเป็นก็ได้ ไม่เกี่ยวกัน เฉยๆ ใครเป็นก็เป็นไป และ ร้อยละ 13.6 ยอมรับน้อยถึงไม่ยอมรับเลย เพราะอยากให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี




