สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เผยผลสำรวจเรื่อง ‘สถาบันหลักของชาติกับคนไทย’ ผลปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 80.1 พบว่ามีการยุยง ปลุกปั่นมากถึงมากที่สุดให้เด็กและเยาวชนสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในโลกโซเชียลฯ
ส่วนความคิดเห็นและประสบการณ์ของประชาชนต่อการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 85.9 ระบุ มีพรรคการเมืองบางพรรค นักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางสังคมบางคน ยุยง ปลุกปั่น เด็กและเยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.9 ระบุ ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลบางคน ปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการเชิงรุก ไม่เด็ดขาดจัดการขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ และส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 78.4 ระบุต่างชาติ สนับสนุน ขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติไทย ขณะเดียวกัน พบว่าประชาชนร้อยละ 81.8 ระบุ พร้อมมากถึงมากที่สุด ในการปฏิเสธพรรคการเมืองที่สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ
ด้าน นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ต่อสถาบันหลักของชาติ จิตใจของคนไทยส่วนใหญ่จดจ่อต่อเหตุการณ์ใกล้ชิด จากการเกาะติดสถานการณ์สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในโลกโซเชียลฯ และการสำรวจอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า สถานการณ์การสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ ยังน่าเป็นห่วง เพราะในข้อเท็จจริงที่ค้นพบยังคงมีการยุยงปลุกปั่นเด็กเยาวชนสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในโลกโซเชียลฯ อย่างกว้างขวาง มีการยุยงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำให้ความสนใจของเด็กเยาวชนที่ตอนแรกเพียงแค่ ‘อยากรู้อยากเห็น’ ต้องการหาความจริง แต่เมื่อทดลองเข้าไปดู ก็จะถูกขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติปล่อยข้อมูลในทางลบเข้ามายังการรับรู้ของเด็กและเยาวชนต่อเนื่องในลักษณะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้กลุ่มเด็กเยาวชนที่เคยแค่อยากรู้อยากเห็น เปลี่ยนมาเป็น ข้อสงสัย จากข้อสงสัยเปลี่ยนมาเป็นคิดว่า น่าจะจริง จากที่คิดว่าน่าจะจริงกลายเป็น อคติฝังใจ ถูกบิดเบือนว่าจริงไปแล้วพัฒนาไปสู่ขั้วข้างสร้าง ความเกลียดชัง ขึ้นในทัศนคติและพฤติกรรมที่แสดงออก น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ถ้าวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลหันมาเอาจริงเอาจังกับขบวนการในโลกโซเชียลฯ ออกแบบสถาปัตยกรรมทางไซเบอร์ ปรับปรุงกฎหมายทางไซเบอร์ รณรงค์เสริมสร้างความตระหนักและดึงความร่วมมือจากภาคประชาสังคม (Civil Society) ทำให้คนไทยมั่นคงแข็งแกร่งเกิดจิตสำนึกทัศนคติที่ดีต่อความมั่นคง ปลอดภัยของชาติ ผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ส่วนตัวของประชาชน ผลที่ตามมาคือ คนไทยจะเลือกปฏิเสธและไม่สนับสนุนขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในทุกรูปแบบทั้งพรรคการเมือง นักการเมือง นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่กำลังพยายามสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในเวลานี้
ส่วนความคิดเห็นและประสบการณ์ของประชาชนต่อการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 85.9 ระบุ มีพรรคการเมืองบางพรรค นักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางสังคมบางคน ยุยง ปลุกปั่น เด็กและเยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.9 ระบุ ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลบางคน ปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการเชิงรุก ไม่เด็ดขาดจัดการขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ และส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 78.4 ระบุต่างชาติ สนับสนุน ขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติไทย ขณะเดียวกัน พบว่าประชาชนร้อยละ 81.8 ระบุ พร้อมมากถึงมากที่สุด ในการปฏิเสธพรรคการเมืองที่สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ
ด้าน นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ต่อสถาบันหลักของชาติ จิตใจของคนไทยส่วนใหญ่จดจ่อต่อเหตุการณ์ใกล้ชิด จากการเกาะติดสถานการณ์สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในโลกโซเชียลฯ และการสำรวจอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า สถานการณ์การสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ ยังน่าเป็นห่วง เพราะในข้อเท็จจริงที่ค้นพบยังคงมีการยุยงปลุกปั่นเด็กเยาวชนสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในโลกโซเชียลฯ อย่างกว้างขวาง มีการยุยงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำให้ความสนใจของเด็กเยาวชนที่ตอนแรกเพียงแค่ ‘อยากรู้อยากเห็น’ ต้องการหาความจริง แต่เมื่อทดลองเข้าไปดู ก็จะถูกขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติปล่อยข้อมูลในทางลบเข้ามายังการรับรู้ของเด็กและเยาวชนต่อเนื่องในลักษณะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้กลุ่มเด็กเยาวชนที่เคยแค่อยากรู้อยากเห็น เปลี่ยนมาเป็น ข้อสงสัย จากข้อสงสัยเปลี่ยนมาเป็นคิดว่า น่าจะจริง จากที่คิดว่าน่าจะจริงกลายเป็น อคติฝังใจ ถูกบิดเบือนว่าจริงไปแล้วพัฒนาไปสู่ขั้วข้างสร้าง ความเกลียดชัง ขึ้นในทัศนคติและพฤติกรรมที่แสดงออก น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ถ้าวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลหันมาเอาจริงเอาจังกับขบวนการในโลกโซเชียลฯ ออกแบบสถาปัตยกรรมทางไซเบอร์ ปรับปรุงกฎหมายทางไซเบอร์ รณรงค์เสริมสร้างความตระหนักและดึงความร่วมมือจากภาคประชาสังคม (Civil Society) ทำให้คนไทยมั่นคงแข็งแกร่งเกิดจิตสำนึกทัศนคติที่ดีต่อความมั่นคง ปลอดภัยของชาติ ผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ส่วนตัวของประชาชน ผลที่ตามมาคือ คนไทยจะเลือกปฏิเสธและไม่สนับสนุนขบวนการสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในทุกรูปแบบทั้งพรรคการเมือง นักการเมือง นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่กำลังพยายามสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติในเวลานี้





