สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เผยสำรวจ เรื่อง 'เปิดใจคนไทย อนาคตการเมือง' โดยเมื่อถามถึงความต้องการเร่งด่วนของประชาชนต่อรัฐบาลอนาคต หลังการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.4 ต้องการให้แก้ปัญหาปากท้อง เรื่อง รายได้ อาชีพ รองลงมา ร้อยละ 62.1 ต้องการให้แก้ปัญหาสุขภาพ ค่าใช้จ่ายน้อย เข้าถึงง่าย อยู่ใกล้ สะดวก ตามด้วยร้อยละ 61.8 ต้องการให้แก้ปัญหาหนี้สิน พักหนี้ ปลดหนี้ และร้อยละ 48.9 ต้องการให้แก้ปัญหาพลังงาน ราคาแพง เช่น ไฟฟ้า น้ำมัน ส่วนร้อยละ 43.1 ต้องการให้แก้ปัญหามลพิษ โลกร้อน ใช้พลังงานสะอาด ตามลำดับ
เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเชื่อมั่นช่วยแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ และปัญหาหนี้สินของประชาชนได้ พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 50.7 เชื่อมั่น อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 47.2 เชื่อมั่น แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 46.4 เชื่อมั่น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 19.8 เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และร้อยละ 17.6 เชื่อมั่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล ตามลำดับ
ส่วนประเด็นที่ว่า อะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.8 ระบุ ปัญหาเดือดร้อนที่กำลังเจอเป็นอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง รองลงมา ร้อยละ 56.9 ระบุ พรรคการเมืองเป็นอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส่วนร้อยละ 52.0 ระบุ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมือง ขณะที่ร้อยละ 51.8 ระบุ นโยบายพรรคการเมืองที่บอกประชาชน และร้อยละ 46.7 ระบุ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามลำดับ
เมื่อถามถึงผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 47.8 ระบุ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด รองลงมาคือร้อยละ 44.9 ระบุ แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 44.4 ระบุ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ร้อยละ 17.2 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และร้อยละ 14.5 ระบุเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามลำดับ
ทั้งนี้ นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ระบุ จากผลโพลชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเจอจะเป็นอะไรที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ตัดสินใจเลือกตั้ง โดยพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพ อาชีพ การแก้ปัญหาสุขภาพ ค่าใช้จ่ายน้อย เข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีได้ง่าย อยู่ใกล้และสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ปัญหาหนี้สิน พักหนี้ ปลดหนี้ เป็นความต้องการสำคัญอันดับต้นๆ ของประชาชนในโพล
ที่น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่นต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งนำหน้าไล่เรียงลงไปคือ แพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีสัดส่วนฐานสนับสนุนสูงทิ้งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ถูกทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสจะเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด พบว่า อันดับแรกได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองลงไปคือ แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีสัดส่วนฐานสนับสนุนทิ้งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ถูกทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีคะแนนนิยมลดลงตกไปอยู่อันดับท้ายๆ ของตารางผลสำรวจครั้งนี้ น่าจะมาจากปัจจัยสำคัญคือ ความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนเรื่องปัญหาปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพ อาชีพการงาน ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้อาจมีจุดอ่อนด้านทีมเศรษฐกิจ และปัญหาขัดแย้งแยกทางกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้แฟนคลับผิดหวัง พลังสนับสนุนอ่อนลง บวกกับภาพลักษณ์ของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ
และกระแสต่อต้านของคนไทยที่แรงต่อทุนจีนสีเทากับอดีตรัฐมนตรี ที่ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะความไม่ชัดเจนและความไม่เข้มแข็งเพียงพอของ ‘3 ป.’ ปล่อยปละละเลยไม่สะสางปัญหาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในห้วงเวลาที่ยาวนาน ผลที่ตามมาคือ ประชาชนส่วนใหญ่กำลังมองหาผู้นำประเทศคนใหม่ที่เป็นความหวังและเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาปากท้องและอื่นๆ ที่สำคัญต่อชีวิตของประชาชนแทนคนเดิมที่อยู่มาช้านาน ก็เป็นไปได้
เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเชื่อมั่นช่วยแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ และปัญหาหนี้สินของประชาชนได้ พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 50.7 เชื่อมั่น อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 47.2 เชื่อมั่น แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 46.4 เชื่อมั่น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 19.8 เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และร้อยละ 17.6 เชื่อมั่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล ตามลำดับ
ส่วนประเด็นที่ว่า อะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.8 ระบุ ปัญหาเดือดร้อนที่กำลังเจอเป็นอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง รองลงมา ร้อยละ 56.9 ระบุ พรรคการเมืองเป็นอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส่วนร้อยละ 52.0 ระบุ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมือง ขณะที่ร้อยละ 51.8 ระบุ นโยบายพรรคการเมืองที่บอกประชาชน และร้อยละ 46.7 ระบุ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามลำดับ
เมื่อถามถึงผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 47.8 ระบุ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด รองลงมาคือร้อยละ 44.9 ระบุ แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 44.4 ระบุ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ร้อยละ 17.2 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และร้อยละ 14.5 ระบุเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามลำดับ
ทั้งนี้ นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ระบุ จากผลโพลชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเจอจะเป็นอะไรที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ตัดสินใจเลือกตั้ง โดยพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพ อาชีพ การแก้ปัญหาสุขภาพ ค่าใช้จ่ายน้อย เข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีได้ง่าย อยู่ใกล้และสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ปัญหาหนี้สิน พักหนี้ ปลดหนี้ เป็นความต้องการสำคัญอันดับต้นๆ ของประชาชนในโพล
ที่น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่นต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งนำหน้าไล่เรียงลงไปคือ แพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีสัดส่วนฐานสนับสนุนสูงทิ้งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ถูกทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสจะเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด พบว่า อันดับแรกได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองลงไปคือ แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีสัดส่วนฐานสนับสนุนทิ้งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ถูกทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีคะแนนนิยมลดลงตกไปอยู่อันดับท้ายๆ ของตารางผลสำรวจครั้งนี้ น่าจะมาจากปัจจัยสำคัญคือ ความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนเรื่องปัญหาปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพ อาชีพการงาน ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้อาจมีจุดอ่อนด้านทีมเศรษฐกิจ และปัญหาขัดแย้งแยกทางกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้แฟนคลับผิดหวัง พลังสนับสนุนอ่อนลง บวกกับภาพลักษณ์ของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ
และกระแสต่อต้านของคนไทยที่แรงต่อทุนจีนสีเทากับอดีตรัฐมนตรี ที่ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะความไม่ชัดเจนและความไม่เข้มแข็งเพียงพอของ ‘3 ป.’ ปล่อยปละละเลยไม่สะสางปัญหาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในห้วงเวลาที่ยาวนาน ผลที่ตามมาคือ ประชาชนส่วนใหญ่กำลังมองหาผู้นำประเทศคนใหม่ที่เป็นความหวังและเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาปากท้องและอื่นๆ ที่สำคัญต่อชีวิตของประชาชนแทนคนเดิมที่อยู่มาช้านาน ก็เป็นไปได้




