ปมร้อน “ฮั้ว สว.” นับวันยิ่งขยายวงไปสู่สงครามข้อมูลระหว่างสองขั้วการเมือง หลัง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาเปิดเผยรายชื่อบุคคลระดับรัฐมนตรี สส. และผู้เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยรวม 9 ราย โดยอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “ฮั้ว สว.”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ฝั่งพรรคภูมิใจไทยเปิดเกมตอบโต้ทันที ทั้งการเตรียมดำเนินคดี และการเปิดประเด็นย้อนกลับไปยังกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “สว.ประชาชน” หรือ “สว.ส้ม” โดยมี ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เป็นหัวหอกสำคัญในการตั้งคำถามถึงกระบวนการรวมกลุ่มผู้สมัคร สว. ก่อนการเลือกตั้ง
‘นันทนา’ โต้เดือด ‘ศุภชัย’
หนึ่งในบุคคลที่ออกมาตอบโต้ ศุภชัย อย่างดุเดือด คือ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งยืนยันว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการเลือก สว.มาตั้งแต่วันเลือกระดับประเทศ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นันทนาระบุว่า ตั้งแต่วันเลือกตั้งได้สังเกตเห็นความผิดปกติของผลคะแนนที่มีผู้สมัครบางรายได้รับคะแนนเป็นก้อนใหญ่ระดับ 70-80 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ได้รับเพียง 20-30 คะแนน ก่อนที่ต่อมาจะมีข้อมูลและหลักฐานทยอยปรากฏออกมา ทั้งเรื่องโพยเลือกตั้ง การนัดหมาย การจัดขบวนรถ การใช้เสื้อสีเดียวกัน รวมถึงการถือแฟ้มสีเดียวกัน
ชี้ผลวิเคราะห์บัตรเลือกตั้งสะท้อนความผิดปกติ
นันทนายังกล่าวถึงข้อมูลการวิเคราะห์บัตรลงคะแนนจากภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งพบว่ามีผู้สมัครจำนวนมากเลือกหมายเลขผู้สมัครตรงกันและเรียงลำดับเหมือนกันทุกตำแหน่ง
“ลองให้คน 2 คนเลือกเลข 10 ตัวจาก 150 ตัวเลข เชื่อว่าไม่มีทางเลือกตรงกัน และการจะเลือกให้ตรงกัน 10 ลำดับเป๊ะ ตั้งแต่บ็อกซ์ที่ 1 ถึงบ็อกซ์ที่ 10 มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในหลายพันล้าน แต่กลับพบว่ามีผู้สมัครประมาณ 60 - 70 คน ที่เลือกเลขตรงกันและเรียงลำดับเหมือนกันเป๊ะ”
— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นันทนา นันทวโรภาส (30 กรกฎาคม 2569)
ย้อนถาม “หากไม่เกี่ยวข้องจะเดือดร้อนทำไม”
นันทนาตั้งคำถามกลับไปยัง ศุภชัย ว่า หากไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน เหตุใดจึงต้องออกมาเคลื่อนไหวปกป้องอย่างต่อเนื่อง
“ดิฉันเริ่มเห็นแล้วว่า การออกมาทำเหมือนหมาหางด้วน ที่พยายามจะบอกว่าถ้าฉันชั่ว คนอื่นก็ชั่วเหมือนกัน ทำชั่วทั่วมุมแบบที่ฉันทำ ซึ่งดิฉันคิดว่าประชาชนเขามีตา และเห็นอยู่ว่าหลักฐานการฮั้วมันชัดเจนขนาดไหน”
— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นันทนา นันทวโรภาส (30 กรกฎาคม 2569)
แจงประชุม 300 คน เป็นกิจกรรมเปิดเผย ไม่ใช่การฮั้ว
สำหรับกรณีที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการจัดประชุมผู้สมัคร สว.ประชาชนกว่า 300 คน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นันทนายืนยันว่า เป็นกิจกรรมที่เปิดเผยต่อสาธารณะและมีเจ้าหน้าที่ กกต. เข้าสังเกตการณ์
เธออธิบายว่า จุดเริ่มต้นของการรวมตัวเกิดจากเว็บไซต์ Senate67 ของ iLaw ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต. ไม่มีระบบแนะนำตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ
“พวกเราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก มาสมัคร สว.ต้องจ่ายค่าสมัคร 2,500 บาท ด้วยเงินตัวเอง ค่าเช่าห้องประชุมเราก็รวมตัวลงขันช่วยกันจ่าย เราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดที่จะต้องให้ใครเอารถมารับส่ง ซื้อเสื้อสีเดียวกันให้ ซื้อแฟ้มให้ หรือพาไปพักโรงแรมไหน”
— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นันทนา นันทวโรภาส (30 ก.ค. 2569)
นันทนายังยืนยันว่า ในวันดังกล่าวไม่มีการแจกอาหารหรือเครื่องดื่ม ทุกคนเดินทางและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเองทั้งหมด
ปมผู้ช่วย สว. กับข้อสงสัยเรื่อง “ผลตอบแทนทางการเมือง”
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ กรณีการแต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว. เข้ามาเป็นผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว.
นันทนาระบุว่า ในส่วนของตนไม่ได้แต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว. เข้ามาทำหน้าที่ แต่สิ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบคือกรณีที่มีการแต่งตั้งอดีตผู้สมัครบางรายเข้ามาเป็นผู้ช่วย ก่อนจะมีการโอนเงินตอบแทนย้อนกลับไปยังบุคคลบางกลุ่ม
เธอมองว่าหากมีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการตอบแทนผู้สนับสนุนทางการเมืองและควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง
‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ด้าน ศุภชัย ใจสมุทร ยังคงเดินหน้าตั้งคำถามถึงกระบวนการรวมกลุ่มของผู้สมัคร สว. ที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับคณะก้าวหน้าและ iLaw โดยชี้ว่า การเลือก สว. เป็นระบบที่มีความซับซ้อน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้สมัครในทุกพื้นที่
ศุภชัยตั้งคำถามว่า หากกลุ่มหนึ่งถูกกล่าวหาว่า “ฮั้ว” จากการรวมตัวและวางแผนเลือกตั้ง เหตุใดอีกกลุ่มที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายกันจึงไม่ถูกตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกัน
“สิ่งที่ท่านกล่าวหากลุ่มที่ท่านเรียกว่า สว.สีน้ำเงินมีพฤติการณ์ต่างๆ ผมถามว่าทั้งสองกลุ่มก็ทำวิธีเดียวกัน แล้วความแตกต่างมันอยู่ตรงไหน คุณบอกการทำแบบสีน้ำเงินมันฮั้ว มันผิด แต่พอของคุณก็ทำเหมือนกันกลับบอกว่าฮั้ว แต่ไม่โกง”
— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ ศุภชัย ใจสมุทร ที่โพสต์โดยเพจพรรคภูมิใจไทย (31 ก.ค. 2569)
อ้างมีข้อมูลกลุ่มไลน์-โพย-บล็อกโหวต
ศุภชัยยังอ้างว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว.ประชาชนในหลายจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่ามีการตั้งกลุ่มสื่อสารภายใน การกำหนดผู้สมัครเป้าหมาย และการแบ่งบทบาทให้ผู้สมัครบางรายทำหน้าที่เป็น “โหวตเตอร์” เพื่อสนับสนุนผู้สมัครหลัก
พร้อมยืนยันว่ามีข้อมูล เอกสาร และพยานหลักฐานจำนวนหนึ่งอยู่ในครอบครอง และเตรียมนำส่งให้ กกต. พิจารณาตรวจสอบ
จี้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายจัดประชุมเมืองทองธานี
นอกจากนี้ ศุภชัยยังโต้แย้งคำชี้แจงของนันทนาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมผู้สมัคร สว. กว่า 300 คน ที่เมืองทองธานี โดยอ้างว่ามีหลักฐานใบเสร็จที่ระบุว่าการเช่าสถานที่มีผู้แทนจาก สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ศุภชัยจึงเรียกร้องให้ตรวจสอบที่มาของค่าใช้จ่ายดังกล่าว รวมถึงพิจารณาว่าพฤติการณ์การรวมกลุ่มและการจัดกิจกรรมก่อนการเลือกตั้งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สว. หรือไม่
“มีหลักฐานใบเสร็จชัดเจนว่า การเช่าห้องจัดเลี้ยงดังกล่าวมีตัวแทนจาก สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เป็นผู้จองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จึงอยากให้ไปดูว่าสำนักพิมพ์ดังกล่าวนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายนี้ไปใช้ยื่นหักภาษีประจำปี 2567 หรือไม่”
— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ ศุภชัย ใจสมุทร ที่โพสต์โดยเพจพรรคภูมิใจไทย (31 ก.ค. 2569)
ศึก “ฮั้ว สว.” ได้ขยายตัวจากการกล่าวหาเรื่องขบวนการจัดตั้งในฝั่ง “สีน้ำเงิน” ไปสู่การโต้กลับเรื่อง “ฮั้ว สว.ส้ม” อย่างเต็มรูปแบบ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่ามีข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริงรองรับจุดยืนของตนเอง
แต่ไม่ว่าข้อกล่าวหาจะพุ่งไปยังฝ่ายใด คำตอบสุดท้ายยังคงอยู่ที่กระบวนการสืบสวนของ กกต. และการวินิจฉัยของศาลที่มีอำนาจตามกฎหมาย ขณะที่สังคมกำลังจับตาว่า สงครามแฉข้อมูลครั้งนี้จะนำไปสู่การเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน หรือจะกลายเป็นเพียงอีกหนึ่งสมรภูมิทางการเมืองที่ต่างฝ่ายใช้ตอบโต้กันท่ามกลางคดี “ฮั้ว สว.” ที่ยังไร้บทสรุป




