มวยถูกคู่! ‘ศุภชัย vs นันทนา’ สมรภูมิแฉ ‘ฮั้ว สว. น้ำเงิน-ส้ม’

31 ก.ค. 2569 - 19:15

  • ศึก “ฮั้ว สว.” เดือดระอุอีกระลอก เมื่อ ‘นันทนา’ เปิดหน้าสวนกลับ ‘ศุภชัย’ ปมกล่าวหาเครือข่าย “สว.ส้ม”

  • ขณะที่ภูมิใจไทยเดินหน้าเปิดข้อมูลโต้กลับ อ้างมีหลักฐานจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร เตรียมยื่นตรวจสอบเพิ่มเติม

มวยถูกคู่! ‘ศุภชัย vs นันทนา’ สมรภูมิแฉ ‘ฮั้ว สว. น้ำเงิน-ส้ม’

ปมร้อน “ฮั้ว สว.” นับวันยิ่งขยายวงไปสู่สงครามข้อมูลระหว่างสองขั้วการเมือง หลัง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาเปิดเผยรายชื่อบุคคลระดับรัฐมนตรี สส. และผู้เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยรวม 9 ราย โดยอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ฝั่งพรรคภูมิใจไทยเปิดเกมตอบโต้ทันที ทั้งการเตรียมดำเนินคดี และการเปิดประเด็นย้อนกลับไปยังกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “สว.ประชาชน” หรือ “สว.ส้ม” โดยมี ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เป็นหัวหอกสำคัญในการตั้งคำถามถึงกระบวนการรวมกลุ่มผู้สมัคร สว. ก่อนการเลือกตั้ง

‘นันทนา’ โต้เดือด ‘ศุภชัย’

หลังถูกทิ้งบอมบ์เอาคืนปม “ฮั้ว” หนึ่งในบุคคลที่ออกมาตอบโต้ ศุภชัย อย่างดุเดือด คือ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งร่ายยาวยืนยันว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการเลือก สว.มาตั้งแต่วันเลือกระดับประเทศ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นันทนาระบุว่า ตั้งแต่วันเลือกตั้งได้สังเกตเห็นความผิดปกติของผลคะแนนที่มีผู้สมัครบางรายได้รับคะแนนเป็นก้อนใหญ่ระดับ 70-80 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ได้รับเพียง 20-30 คะแนน ก่อนที่ต่อมาจะมีข้อมูลและหลักฐานทยอยปรากฏออกมา ทั้งเรื่องโพยเลือกตั้ง การนัดหมาย การจัดขบวนรถ การใช้เสื้อสีเดียวกัน รวมถึงการถือแฟ้มสีเดียวกัน

ชี้ผลวิเคราะห์บัตรเลือกตั้งสะท้อนความผิดปกติ

นันทนายังกล่าวถึงข้อมูลการวิเคราะห์บัตรลงคะแนนจากภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งพบว่ามีผู้สมัครจำนวนมากเลือกหมายเลขผู้สมัครตรงกันและเรียงลำดับเหมือนกันทุกตำแหน่ง

“ลองให้คน 2 คนเลือกเลข 10 ตัวจาก 150 ตัวเลข เชื่อว่าไม่มีทางเลือกตรงกัน และการจะเลือกให้ตรงกัน 10 ลำดับเป๊ะ ตั้งแต่บ็อกซ์ที่ 1 ถึงบ็อกซ์ที่ 10 มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในหลายพันล้าน แต่กลับพบว่ามีผู้สมัครประมาณ 60 - 70 คน ที่เลือกเลขตรงกันและเรียงลำดับเหมือนกันเป๊ะ”

— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นันทนา นันทวโรภาส (30 กรกฎาคม 2569)

ย้อนถาม “หากไม่เกี่ยวข้องจะเดือดร้อนทำไม”

นันทนาตั้งคำถามกลับไปยัง ศุภชัย ว่า หากไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน เหตุใดจึงต้องออกมาเคลื่อนไหวปกป้องอย่างต่อเนื่อง

“ดิฉันเริ่มเห็นแล้วว่า การออกมาทำเหมือนหมาหางด้วน ที่พยายามจะบอกว่าถ้าฉันชั่ว คนอื่นก็ชั่วเหมือนกัน ทำชั่วทั่วมุมแบบที่ฉันทำ ซึ่งดิฉันคิดว่าประชาชนเขามีตา และเห็นอยู่ว่าหลักฐานการฮั้วมันชัดเจนขนาดไหน”

— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นันทนา นันทวโรภาส (30 กรกฎาคม 2569)

แจงประชุม 300 คน เป็นกิจกรรมเปิดเผย ไม่ใช่การฮั้ว

สำหรับกรณีที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการจัดประชุมผู้สมัคร สว.ประชาชนกว่า 300 คน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นันทนายืนยันว่า เป็นกิจกรรมที่เปิดเผยต่อสาธารณะและมีเจ้าหน้าที่ กกต. เข้าสังเกตการณ์

เธออธิบายว่า จุดเริ่มต้นของการรวมตัวเกิดจากเว็บไซต์ Senate67 ของ iLaw ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต. ไม่มีระบบแนะนำตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ

“พวกเราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก มาสมัคร สว.ต้องจ่ายค่าสมัคร 2,500 บาท ด้วยเงินตัวเอง ค่าเช่าห้องประชุมเราก็รวมตัวลงขันช่วยกันจ่าย เราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดที่จะต้องให้ใครเอารถมารับส่ง ซื้อเสื้อสีเดียวกันให้ ซื้อแฟ้มให้ หรือพาไปพักโรงแรมไหน”

— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นันทนา นันทวโรภาส (30 ก.ค. 2569)

นันทนายังยืนยันว่า ในวันดังกล่าวไม่มีการแจกอาหารหรือเครื่องดื่ม ทุกคนเดินทางและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเองทั้งหมด

ปมผู้ช่วย สว. กับข้อสงสัยเรื่อง “ผลตอบแทนทางการเมือง”

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ กรณีการแต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว. เข้ามาเป็นผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว.

นันทนาระบุว่า ในส่วนของตนไม่ได้แต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว. เข้ามาทำหน้าที่ แต่สิ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบคือกรณีที่มีการแต่งตั้งอดีตผู้สมัครบางรายเข้ามาเป็นผู้ช่วย ก่อนจะมีการโอนเงินตอบแทนย้อนกลับไปยังบุคคลบางกลุ่ม

เธอมองว่าหากมีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการตอบแทนผู้สนับสนุนทางการเมืองและควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง

‘ศุภชัย’ ตั้งคำถาม “มาตรฐานเดียวกันหรือไม่”

ด้าน ศุภชัย ใจสมุทร ยังคงเดินหน้าตั้งคำถามถึงกระบวนการรวมกลุ่มของผู้สมัคร สว. ที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับคณะก้าวหน้าและ iLaw โดยชี้ว่า การเลือก สว. เป็นระบบที่มีความซับซ้อน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้สมัครในทุกพื้นที่

ศุภชัยตั้งคำถามว่า หากกลุ่มหนึ่งถูกกล่าวหาว่า “ฮั้ว” จากการรวมตัวและวางแผนเลือกตั้ง เหตุใดอีกกลุ่มที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายกันจึงไม่ถูกตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกัน

“สิ่งที่ท่านกล่าวหากลุ่มที่ท่านเรียกว่า สว.สีน้ำเงินมีพฤติการณ์ต่างๆ ผมถามว่าทั้งสองกลุ่มก็ทำวิธีเดียวกัน แล้วความแตกต่างมันอยู่ตรงไหน คุณบอกการทำแบบสีน้ำเงินมันฮั้ว มันผิด แต่พอของคุณก็ทำเหมือนกันกลับบอกว่าฮั้ว แต่ไม่โกง”

— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ ศุภชัย ใจสมุทร ที่โพสต์โดยเพจพรรคภูมิใจไทย (31 ก.ค. 2569)

อ้างมีข้อมูลกลุ่มไลน์-โพย-บล็อกโหวต

ศุภชัยยังอ้างว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว.ประชาชนในหลายจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่ามีการตั้งกลุ่มไลน์ การกำหนดผู้สมัครเป้าหมายเพื่อบล็อกโหวต และการแบ่งบทบาทให้ผู้สมัครบางรายทำหน้าที่เป็น “โหวตเตอร์” เพื่อสนับสนุนผู้สมัครหลัก พร้อมยืนยันว่ามีพยานหลักฐานจำนวนหนึ่งอยู่ในมือ

“คุณไม่คิดว่าจะมีคลิปเสียง มีโพยที่คุณเขียนกันว่าจะต้องเลือกใคร ผมมาตรวจดู และพบว่าคนที่บอกให้เลือก กทม. 40 คน คุณได้มากี่คนผมรู้หมด เพราะฉะนั้นอย่าประมาท อย่ากล่าวหาคนอื่น และบอกว่าตัวเองกลุ่มเดียวรักประชาธิปไตย คุณจัดตั้งให้เลือกเบอร์อะไรผมรู้หมด ในที่สุดท่านก็ได้เป็น สว. อย่าดัดจริต อย่าทำตัวเป็นคนดี”

— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ ศุภชัย ใจสมุทร ที่โพสต์โดยเพจพรรคภูมิใจไทย (31 ก.ค. 2569)

จี้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายจัดประชุมเมืองทองธานี

นอกจากนี้ ศุภชัยยังโต้แย้งคำชี้แจงของนันทนาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมผู้สมัคร สว. กว่า 300 คน ที่เมืองทองธานี โดยอ้างว่ามีหลักฐานใบเสร็จที่ระบุว่าการเช่าสถานที่มีผู้แทนจาก “สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน” เป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ศุภชัยจึงเรียกร้องให้ตรวจสอบที่มาของค่าใช้จ่ายดังกล่าว รวมถึงพิจารณาว่าพฤติการณ์การรวมกลุ่มและการจัดกิจกรรมก่อนการเลือกตั้งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สว. หรือไม่

“มีหลักฐานใบเสร็จชัดเจนว่า การเช่าห้องจัดเลี้ยงดังกล่าวมีตัวแทนจาก สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เป็นผู้จองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จึงอยากให้ไปดูว่าสำนักพิมพ์ดังกล่าวนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายนี้ไปใช้ยื่นหักภาษีประจำปี 2567 หรือไม่”

— บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ ศุภชัย ใจสมุทร ที่โพสต์โดยเพจพรรคภูมิใจไทย (31 ก.ค. 2569)

ศึก “ฮั้ว สว.” ได้ขยายตัวจากการกล่าวหาเรื่องขบวนการจัดตั้งในฝั่ง “สีน้ำเงิน” ไปสู่การโต้กลับเรื่อง “ฮั้ว สว.ส้ม” อย่างเต็มรูปแบบ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่ามีข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริงรองรับจุดยืนของตนเอง

แต่ไม่ว่าข้อกล่าวหาจะพุ่งไปยังฝ่ายใด คำตอบสุดท้ายยังคงอยู่ที่กระบวนการสืบสวนของ กกต. และการวินิจฉัยของศาลที่มีอำนาจตามกฎหมาย ขณะที่สังคมกำลังจับตาว่า สงครามแฉข้อมูลครั้งนี้จะนำไปสู่การเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน หรือจะกลายเป็นเพียงอีกหนึ่งสมรภูมิทางการเมืองที่ต่างฝ่ายใช้ตอบโต้กันท่ามกลางคดี “ฮั้ว สว.” ที่ยังไร้บทสรุป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์