ศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี มนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ปราศรัยกล่าวหาพรรคเสียงข้างน้อยนำงบดิจิทัลวอลเล็ตไปทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ประชาชนสูญเสียประโยชน์ว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และดำเนินต่อมาจนถึงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ในที่สุดไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากถูกทักท้วงจากหลายหน่วยงาน มีคำถามเรื่องกระบวนการสร้าง Token หรือสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ซึ่งถึงเวลาน่าสงสัยว่าอาจเกี่ยวโยงไปถึง MOU กับบริษัทในสิงคโปร์ ที่เบน สมิธ อยู่เบื้องหลัง ในสมัยที่ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ซึ่งปัจจุบันไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี กำลังตรวจสอบอยู่
ศุภชัย กล่าวต่อว่า ขอย้ำว่าเมื่อรัฐบาลทำโครงการแจกเงินหมื่นไม่ได้ งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท แทนที่จะแจกเงินคนละ 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรงให้ประชาชน กลับพลิกโครงการนำเงินไปสนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สร้างถนน สร้างอาคาร พัฒนาแหล่งน้ำ แทนที่จะจ่ายเงินถึงมือชาวบ้าน เปลี่ยนเป็นเอาเงินให้ผู้รับเหมา โดยรัฐบาลอ้างว่าเพื่อกระตุ้น GDP ในระยะยาว
“นี่คือสิ่งที่ต้องตอบกับประชาชนว่า เหตุผลที่ต้องระงับไปเพราะอะไร เงิน 1.57 แสนล้านบาทในที่สุดกลายเป็นเงินเข้ากระเป๋าผู้รับเหมารายใหญ่ทั้งหลาย ที่ผมพูดมาเพื่อตอกย้ำว่าสิ่งที่มนพร พูดมันเป็นการใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย เมื่อท่านระงับแล้วเงินดังกล่าวยังอยู่กับรัฐบาลแพทองธาร เรื่องนี้เราดำเนินคดีกับท่านแน่นอน อยู่ระหว่างยื่นเรื่องต่อกกต. ฝากถึงพี่น้องชาวนครพนมที่ได้ฟัง โปรดรับรู้ว่าเรื่องที่มนพรพูดไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย”
— ศุภชัย กล่าว




