“คดีจำนำข้าว” เดินมาถึงอีกจุดสำคัญ เมื่อความพยายามเปิดประตูให้คดีถูกหยิบกลับมาพิจารณาใหม่ ต้องเผชิญกับคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดอีกครั้ง
ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง ไม่รับคำขอพิจารณาคดีใหม่ ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ อนุสรณ์ อมรฉัตร (สามี) ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ ในคดีที่ ยิ่งลักษณ์ กับสามี ฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 9 คน ร่วมกันให้กระทรวงการคลัง มีคำสั่งที่ ยิ่งลักษณ์ รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเงิน 10,028,861,880.83 บาท โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยให้เหตุผลว่า ศาลปกครองสูงสุดได้ใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานต่างๆ อันเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเสียหายในขั้นตอนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ที่ปรากฏอยู่ในสำนวนคดี ทั้งในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด ซึ่งประกอบด้วยคำคู่ความที่คู่กรณีได้ยื่นต่อศาลแล้ว ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวมีลักษณะเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลปกครองสูงสุดในการพิจารณาพิพากษาหรือวินิจฉัยชี้ขาดคดีเท่านั้น มิใช่เป็นกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดหรือมีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ หรือมีข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนพิจารณาพิพากษาที่ทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะรับไว้พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีปกครองนั้นใหม่ได้
คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของ ยิ่งลักษณ์ ฟังไม่ขึ้น




