ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคําร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงกับ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีร่วมลงชื่อแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112


โดยวันนี้ศาลฎีกาได้นัดพร้อม เพื่อกำหนดจำนวนพยาน และวันไต่สวนพยาน สำหรับฝ่ายผู้ร้อง คือ สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. เดินทางมาด้วยตัวเอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ 1คน ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน หรือฝั่ง 44 สส.พรรคก้าวไกล นำโดย นิธิ ละเอียดดี ทีมกฎหมายพรรคประชาชน, ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.พรรคประชาชน, สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อดีต สส.กทม.พรรคก้าวไกล และพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล
ศาลสอบคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายได้ตรวจพยานหลักฐานเบื้องต้น ซึ่งรับข้อเท็จจริงที่มีการแถลง และเห็นควรตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทางฝ่ายผู้คัดค้านได้ส่งเอกสารโต้แย้งในบางประเด็น จึงมีการนัดไต่สวน ฝั่งผู้ร้อง ป.ป.ช. มีพยาน 9 ปาก นัดไต่สวน 4 ครั้ง ส่วนฝั่งผู้คัดค้าน นัดไต่สวน 17 ครั้ง มีพยาน 60 ปาก แบ่งเป็น ผู้คัดค้านที่เป็นอดีต สส. 25 ปาก นักวิชาการ 15 ปาก ผู้รู้เหตุการณ์ข้อเท็จจริง 20 ปาก

กำหนดนัดไต่สวนพยานปากแรกฝั่งผู้ร้อง วันที่ 25 ส.ค. 2569 ส่วนพยานผู้คัดค้าน หรือ อดีต สส.พรรคก้าวไกล เริ่มนัดแรกวันที่ 3 พ.ย. 2569 และนัดสุดท้าย 18 พ.ค. 2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาในปี 2570 ศาลได้สั่งให้ผู้คัดค้านทําตารางรายชื่อบุคคลพยาน โดยต้องระบุชื่อและประเด็นในการเรียกสอบพยาน ส่งให้ศาลภายใน 30 วัน พร้อมกำชับให้ฝ่ายคู่ความทำบัญชีรายชื่อพยานทั้ง 60 ปาก เพื่อให้ศาลพิจารณาว่า จะอนุญาติให้มีการถามคำถามดังกล่าวหรือไม่

นิธิ เปิดเผยภายหลังถึงประเด็นหลักที่ใช้ในการต่อสู้คดี คือ การกระทำของฝ่ายผู้คัดค้าน 44 อดีต สส. ไม่ได้เป็นการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม โดย 44 อดีต สส. แต่ละคนมีข้อต่อและเหตุผลของตัวเอง การนำเสนอต่อศาลอาจมีแนวทางแตกต่างกัน แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีการขัดแย้ง ส่วนกรณีของ สมเกียรติ ที่ไม่มีทนายความนั้น ตนเองคงไม่สามารถตอบแทนได้ โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการยื่นพยานไปเกิน 80 ปาก แต่ได้มีการปรับลดลง เนื่องจากมีความซ้ำซ้อน และตัดประเด็นออกตามที่ศาลพิจารณา
สำหรับพยาน ในกลุ่มผู้คัดค้าน หรืออดีต สส. คาดว่า บุคคลสำคัญอย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตสส.กทม.พรรคก้าวไกล (ปัจจุบัน หัวหน้าพรรคประชาชน) จะเข้าเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง แต่จะต้องมีการหารือ เพื่อยืนยันตารางเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองคนมีภารกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กลุ่มนักวิชาการ จะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ขอให้รอติดตาม ยังอยู่ในขั้นตอนระหว่างการดำเนินการเพื่อคัดเลือกพยาน และจะมีการนำเสนอต่อศาลอีกครั้ง ขอสื่อสารในกรอบกว้างไว้ก่อน
ส่วนกลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์นั้น หมายรวมทั้งผู้ที่รับทราบข้อเท็จจริง และที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ในสมัยดังกล่าว


นิธิ ยังแสดงความเห็นถึงไทม์ไลน์สืบพยานที่ยาวไปถึงกลางปีหน้า นานไปหรือไม่ว่า ด้วยจำนวนพยาน สภาพคดี ไม่ได้เร็วหรือช้า และไม่ได้มองว่า เป็นการยื้อ ยืนยันว่า ศาลให้ตามที่ร้องขอ อยากให้ต่อสู้คดีกันอย่างเต็มที่ รวมถึงอยากถามข้อเท็จจริง ความเห็น พยานหลักฐานต่างๆ เข้าสู่กระบวนการอย่างเต็มที่ ขอบคุณที่ศาลท่านเปิดโอกาสให้นำเสนอ
เรื่องลำดับการนำสืบพยานนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องนำกลับไปหารือร่วมกับทีมฝ่ายผู้คัดค้าน เพื่อจัดตารางความเหมาะสม ต้องบริหารจัดการกันเอง ตามความสะดวก






