ศาลฎีกาเร่งไต่สวนคดี ‘2 สว.อำนาจเจริญ’ สมัครผิดกลุ่มอาชีพ ไฟเขียว ‘สมชัย-ยิ่งชีพ’ เป็นพยานฝ่ายผู้ร้อง

6 พ.ย. 2569 - 17:19

  • ศาลฎีกาเดินหน้าไต่สวนคดีร้อง 2 สว.อำนาจเจริญ “สมัครผิดกลุ่มอาชีพ” นัดสืบพยาน 24 พ.ย.

  • อนุญาตไต่สวนพยานผู้ร้อง 4 ปาก ไฟเขียว ‘สมชัย-ยิ่งชีพ’ เบิกความ ส่วนฝ่าย กกต.นัด 8 ธ.ค.นี้

  • ‘สมชัย’ กาง 3 ประเด็นชี้ขาด ตั้งแต่อำนาจศาลถึงคุณสมบัติ สว. คาดมีคำสั่งภายใน ธ.ค. 2569

ศาลฎีกาเร่งไต่สวนคดี ‘2 สว.อำนาจเจริญ’ สมัครผิดกลุ่มอาชีพ ไฟเขียว ‘สมชัย-ยิ่งชีพ’ เป็นพยานฝ่ายผู้ร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง นัดตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 คดีที่ อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ยื่นคำร้องตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2561 ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว.จาก จ.อำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ แดง กองมา และ สมพาน พละศักดิ์ กรณีถูกกล่าวหาว่าสมัครผิดกลุ่มอาชีพ พร้อมขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ผู้ร้องระบุว่า ผู้สมัครทั้ง 2 คนแจ้งอาชีพค้าขายหมูสดและขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งควรอยู่ในกลุ่ม 19 กลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้เป็น สว.ในกลุ่ม 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น จึงขอให้ศาลพิจารณาว่าการลงสมัครและการรับรองคุณสมบัติดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่

‘อัครวัฒน์’ เผยศาลยกคำร้อง กกต.ขอเลื่อนคดี เดินหน้าสืบพยาน 2 ฝ่าย

ภายหลังการตรวจพยานหลักฐาน อัครวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ต่อสู้และพยายามนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดี สว.เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการลงสมัคร สว.ของ แดง และสมพาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานมาแล้ว 1 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ส่งคำคัดค้านเพิ่มเติม

สำหรับการพิจารณาครั้งนี้ ฝ่ายผู้คัดค้านได้ยื่นเรื่องขอเลื่อนการพิจารณาต่อศาล โดยมีประเด็นเกี่ยวกับคำวินิจฉัย คุณสมบัติของผู้สมัคร อำนาจของผู้ร้องในการยื่นคำร้อง รวมถึงข้อสงสัยว่าสามารถนำคำร้องของ กกต.ที่มีมติยกคำร้องไปแล้วกลับมาพิจารณาได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม อัครวัฒน์ระบุว่า ศาลเห็นว่าฝ่ายผู้ร้องยังไม่ได้ยื่นเรื่องดังกล่าว และไม่มีข้อมูลว่าจะยื่นเมื่อใด จึงมีคำสั่งยกคำร้องของ กกต.ในฐานะผู้คัดค้าน

อัครวัฒน์กล่าวอีกว่า ฝ่ายผู้ร้องพยายามนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งเอกสารและบุคคลเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยเสนอพยานบุคคลทั้งหมด 11 ปาก แต่ศาลอนุญาตให้ไต่สวนพยานบุคคล 4 ปาก พร้อมพยานเอกสารอื่น ๆ ขณะที่ฝ่ายผู้ร้องจะดำเนินการขอเอกสารเพิ่มเติมมาใช้ประกอบการพิจารณา

ชี้คดีโกง สว.เป็นมหากาพย์ หวั่นกระทบองค์กรอื่น

อัครวัฒน์กล่าวว่า ต้องการสื่อสารให้ประชาชนเห็นว่าคดีโกง สว.เป็นมหากาพย์ที่สร้างความเสียหายให้ประเทศ หากไม่เร่งดำเนินการผ่านกระบวนการยุติธรรม อาจส่งผลกระทบลุกลามไปยังองค์กรอื่น ๆ

พร้อมยกกรณีที่ กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อโต้แย้งคำตัดสินของศาลฎีกา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมองว่าจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ และเชื่อว่าไม่ว่าฝ่ายใดจะมีความเห็นแตกต่างกัน สุดท้ายต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา

อัครวัฒน์ระบุด้วยว่า เดิม กกต.ในฐานะผู้คัดค้านพยายามขยายระยะเวลาการสืบพยานออกไปจนถึงเดือนมกราคม 2570 แต่ศาลต้องการเร่งรัดให้คดีเสร็จสิ้นโดยเร็ว จึงกำหนดนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 24 พฤศจิกายน และฝ่ายผู้คัดค้านในวันที่ 8 ธันวาคมนี้

‘สมชัย’ มองศาลรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มไม่รับคำร้อง กกต.

ด้าน สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณี กกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาประเด็นอำนาจของศาลฎีกาในการรับคดีดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยว่า เป็นความพยายามใช้สิทธิของ กกต.ในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าคำวินิจฉัยของ กกต.ถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว

สมชัยมองว่า ประเด็นดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาตามมาตรา 120 วรรค 2 เกี่ยวกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยการทำหน้าที่ของศาลอื่นว่าทำได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุอำนาจดังกล่าวไว้โดยตรง

โดยรัฐธรรมนูญระบุเพียงอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สส. สว. รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ โดยไม่ได้ระบุถึงศาลอื่น

ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาตั้งแต่ต้นหรือไม่ ซึ่งสมชัยประเมินว่ามีแนวโน้มที่ศาลจะไม่รับคำร้องดังกล่าว

ศาลอนุญาต ‘สมชัย-ยิ่งชีพ’ เป็นพยาน เร่งไต่สวนก่อนสิ้นปี

สมชัยกล่าวถึงการตรวจบัญชีพยานหลักฐานในคดีนี้ด้วยว่า ในช่วงแรกศาลมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความจำเป็นในการนำพยานบุคคลบางปากมาให้ถ้อยคำ โดยเฉพาะตัวเองและ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) ซึ่งฝ่ายผู้ร้องเสนอให้เป็นพยาน

อย่างไรก็ตาม หลังจากฝ่ายทนายความชี้แจงเหตุผลว่า พยานทั้ง 2 คนมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นการเบิกความเรื่องคุณสมบัติการลงสมัคร สว. ศาลจึงอนุญาตให้นำเข้าเป็นพยานในคดีนี้

สมชัยมองว่า การที่ศาลกำหนดกรอบเวลาไต่สวนให้รวดเร็วกว่าที่ฝ่าย กกต.ผู้คัดค้านร้องขอ ซึ่งต้องการเลื่อนออกไปถึงเดือนมกราคม 2570 ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะศาลจะเริ่มไต่สวนตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะมีคำสั่งภายในเดือนธันวาคม 2569

ตีกรอบคำวินิจฉัย 3 ประเด็น ชี้ขาดอำนาจศาล-สมัครผิดกลุ่ม-สถานะ สว.

สำหรับประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณา สมชัยระบุว่า สามารถแบ่งกรอบการวินิจฉัยออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. อำนาจของศาลฎีกา ว่ามีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณาหรือไม่
  2. คุณสมบัติและการสมัครผิดกลุ่มอาชีพ โดยต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หลักฐานการสมัคร และหลักเกณฑ์การรับสมัคร สว.ว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนเข้าข่ายสมัครผิดกลุ่มอาชีพหรือไม่
  3. ผลทางกฎหมายจากคำวินิจฉัย ว่าศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไรต่อคำวินิจฉัยของ กกต. รวมถึงจะมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของ กกต. และเพิกถอนสถานะการเป็น สว.ของบุคคลทั้ง 2 คนหรือไม่

เผยคดี สว. 5 คนถูกร้อง ศาลรับแล้ว 3 คดี ยังมีผู้ร้องอีกจำนวนมาก

สมชัยยังกล่าวถึงกรณี สว. 5 คนที่ถูกร้องเรียนว่า ขณะนี้มีคดีที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้ว 3 คดี โดยเป็นคดีที่กลุ่ม สว.สำรองยื่นคำร้อง นอกจากนี้ยังมีผู้ร้องอีกจำนวนไม่น้อยที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้เป็นคดีหรือไม่

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจึงยังต้องติดตามทั้งผลการไต่สวนคุณสมบัติของผู้สมัคร สว. 2 คนจาก จ.อำนาจเจริญ รวมถึงประเด็นข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจศาลฎีกาและผลทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นต่อสถานะของผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์