เป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ที่ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งปลด พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยร้ายแรง และนับจากมีคำสั่งดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยังไม่เคยปรากฏตัวหรือออกมาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลย

โดยวันนี้ (3 ก.ย.) พล.ต.อ.สุรเชษษฐ์ ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ มีกำหนดการปรากฏตัวเป็นประธานเปิดงานครบรอบ 92 ปี วันคล้ายวันสถาปนาสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ และงานแถลงข่าวการจัดงานบุญสารทเดือนสิบ ในเวลา 09.00 - 12.00 น. แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ไม่ได้เดินทางมา

เมื่อสอบถามทางทีมงานและอุปนายกสมาคมฯ ยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เดินทางมาร่วมงานแน่นอน โดยครั้งแรกบอกว่าจะมาถึงานประมาณ 10.20 น. และขยับมาเป็น 11.50 น. ซึ่งตามกำหนดจะเป็นช่วงของการแถลงข่าว แต่ทีมงานของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ บอกว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กำลังเดินทางมา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้การแถลงข่าวเลื่อนออกไปเป็นเวลา 13.30 น.

ต่อมาเวลาประมาณ 13.15 น. ทางทีมงานได้เริ่มแถลงข่าว โดยบอกว่าจะไม่รอแล้ว และจะแถลงข่าวไปพลางก่อน หาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มาถึงก็จะเข้าร่วมการแถลงข่าวทันที แต่ครู่หนึ่งทางทีมงานได้นำป้ายชื่อของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออก และเปลี่ยนเป็นชื่อของ พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว อุปนายกสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เป็นผู้แถลงแทน

หลังจบการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวได้ถาม พ.ต.อ.สีหเดช อีกครั้งว่าเหตุใด พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถึงไม่เดินทางมาร่วมงาน โดย พ.ต.อ.สีหเดช ตอบว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ติดธุระ แต่จะเข้ามาที่สมาคมฯ แน่นอน แต่ไม่ทราบกำหนดการที่ชัดเจน
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์หา พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เพื่อยืนยันว่าจะมาร่วมงานหรือไม่ แต่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ไม่รับสาย

ทั้งนี้ คาดว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ต้องการเลี่ยงที่จะพบสื่อ หลังวานนี้ (2 ก.ย.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่งให้ลูกน้องคนสนิท จำนวน 8 นาย ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ปมพัวพันเว็บพนันเครือข่ายมินนี่

สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้ คือ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ จะวางบทบาทของตัวเองอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้เคยแสดงท่าทีว่าจะลงการเมืองในสนาม สว. แต่เมื่อสนามนี้จบไปแล้ว ต้องรอดูว่าจะลงเล่นการเมืองในสนามอื่นหรือไม่ รวมถึงประเด็นที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ จะยังยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีถูกปลดออกจากตำแหน่ง และต้องรอดูว่าจะมีการตอบโต้ในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่







