สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี “นายกรัฐมนตรีจะประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทุก 1 ปี เพื่อให้เร่งทำผลงาน” ว่า “ดี นายกฯ ทำถูกต้องแล้วที่จะประเมินทุกกระทรวงว่าใครเหมาะสมในการทำงาน แน่นอนว่า ถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่เหมาะก็เป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้วที่ผู้นำประเทศ หรือผู้ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลจำเป็นจะต้องพิจารณาในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่มีประสิทธิภาพ ทำงานไม่ได้ ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบของนายกฯ เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องดีที่นายกฯ จะพิจารณาการทำงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการกระตุ้นให้รัฐมนตรีได้เร่งทำงานหรือไม่ สุรศักดิ์ กล่าวว่า “แน่นอน เมื่อมีการประเมินก็ต้องกระตุ้นอยู่แล้ว ความจริงแล้ว ผมเชื่อว่าการที่นายกฯ พูดแบบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทุกคนจะต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งการเมืองถูกมองเป็นเรื่องของโควตามากจนคิดว่า บางคนอาจจะยังอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร หรือบางคนอาจจะเป็นบุคคลที่สำคัญ หรืออะไรก็ตาม ซึ่งตรงนี้นายกฯ แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่มีใครที่จะสามารถยึดเก้าอี้เป็นของตัวเองได้นาน ถ้าไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่นายกฯ พิจารณาเป็นหลักอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องว่าใครจะเป็นคนสนิท หรือก๊วนนั้นใหญ่ ก๊วนนี้เล็ก”
เวลาประชุมพรรค นายกฯ จะพูดกับ สส. และรัฐมนตรีเสมอว่า ต้องทำงาน เพราะเราเป็นแกนหลักของรัฐบาล ผลงานที่จะเกิดขึ้น นั่นคือความมั่นคงของรัฐบาล แต่ถ้าเราทำงานไม่ได้ รัฐบาลก็จะไม่มีความมั่นคง
เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมารัฐบาลถูกโจมตีหลายเรื่อง แล้วไม่ค่อยมีใครช่วยออกมาชี้แจงกันหรือไม่ สุรศักดิ์ กล่าวว่า “จริง ๆ แล้วเป็นธรรมชาติของทุกที่ ทุกกระทรวงคงจะต้องมีเรื่องที่นักข่าวให้ความสนใจ หรือเรื่องที่ต้องชี้แจงกับประชาชน ผมถือว่า ทุกเรื่องที่โดนโจมตีเป็นโอกาสที่ดีของรัฐมนตรีของกระทรวงนั้น ๆ ที่จะออกมาชี้แจงความจริงให้กับประชาชน และเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่รัฐมนตรีทุกคนต้องสื่อสาร เมื่อทำอะไรแล้วถ้าจะเกิดการโจมตีได้ ก็เพราะเกิดจากการสงสัย อาจจะพูดเรื่องที่สงสัยได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีทุกคน สมควรจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนและชี้แจง อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือกระทรวงไหนก็ตามก็ต้องชี้แจง”
แจงไทม์ไลน์แผน ‘ควบรวม–ตั้งกระทรวงใหม่’
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยังกล่าวถึงความคืบหน้า “การปรับโครงสร้างเพื่อแยกกระทรวงการท่องเที่ยวออกจากการกีฬา” ว่า ร่างการจัดตั้งกระทรวงเป็นการควบรวมกระทรวงและจัดตั้งกระทรวงโดยนำหมวดการท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกระทรวงที่จะเกิดใหม่คือ กระทรวงการกีฬา ส่วนรายละเอียดโครงสร้าง ทั้งเรื่องสินทรัพย์ บุคลากร อัตรากำลัง สำนักงาน และหน่วยงานภายใน จะไปอยู่ที่ส่วนใด รวมถึงชื่อหน่วยงานใหม่ที่เกิดขึ้นภายใต้กระทรวงใหม่ และภารกิจที่จะเติมเข้าไปในกระทรวงใหม่ จะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการที่เกี่ยวข้องด้วย
พร้อมกล่าวด้วยว่า ขั้นตอนกระบวนการอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่จะเสนอร่างดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เมื่อ ครม.เห็นชอบ ก็จะเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวคาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้
ส่วนขั้นตอนทั้งหมดนี้ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใดนั้น สุรศักดิ์ กล่าวว่า “ไทม์ไลน์ของ ก.พ.ร. คิดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะแล้วเสร็จ และคงเริ่มต้นได้ภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า”




