‘เพื่อไทย’ มีวุฒิภาวะทางการเมือง

26 พ.ค. 2566 - 14:09

  • ‘สุธรรม’ เชื่อปม ‘ประธานสภาฯ’ ไม่เป็นแรงกดดันทำ ‘เพื่อไทย’ ถอนตัว

  • บอกมีวุฒิภาวะทางการเมืองเพียงพอ ปัดตอบใครเหมาะนั่งเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

  • อ้าง ‘ทักษิณ’ ไม่มีเอี่ยวการเคลื่อนไหว ลั่นเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นคนซื่อๆ

Sutham_believes_Pheua_Thai_Party_will_not_withdraw_SPACEBAR_Thumbnail_f100279750.jpeg
สุธรรม แสงประทุม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาว่า ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองในทิศทางที่ถูกต้อง โดยให้ความไว้วางใจฝ่ายประชาธิปไตย 30 ล้านเสียงเป็นอย่างน้อย พร้อมขอชื่นชมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์พอสมควร แต่อยากให้ กกต. ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการให้ชัดเจน เพื่อให้กลไกทางสภาฯ ที่ประชาชนคาดหวังสามารถเดินหน้าต่อไป ทั้งการสรรหาตำแหน่งประธานสภาฯ ภายใน 15 วัน ทั้งยังชื่นชมฝ่ายประชาธิปไตย ที่ฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าเมื่อกลไกที่ประชาชนมอบความไว้วางใจเดินต่อไป ความเชื่อมั่นต่างๆ ทั้งการลงทุน ความเชื่อมั่นของประชาชน และนักลงทุนของนานาประเทศ จะดีขึ้น 

ส่วนกรณีตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังมีความเห็นต่างกันอยู่บ้างนั้น อยากให้ฝ่ายประชาธิปไตยปรึกษาหารือกัน ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 15 วัน เพื่อหาคนที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่ดีที่สุดสำหรับพรรคใดพรรคหนึ่ง อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ โดยตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นกลไกสำคัญในการจะต้องมาทำงาน ไม่อยากให้กลไกลนอกสภาฯ มาพลิกผันเจตนาลวงจากการเลือกตั้ง เชื่อว่าทุกฝ่ายตกลงกันได้ในเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ โดยเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ขณะที่เอ็มโอยูก็เดินหน้าไปได้ 90% แล้ว ไม่อยากให้การแสดงความเห็นนอกระบบ มาก่อกวนหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย  

“เพราะประชาชนฝ่าฟันใช้ปากกาเข้าคูหาสู้กับอำนาจมืด มากำจัดวงจรสืบทอดอำนาจอย่างมหัศจรรย์ที่สุด จึงไม่อยากให้สิ่งที่ประชาชนมอบหมายมาเสียของ ชนะตามครรลองระบอบประชาธิปไตย การแสดงเจตจำนงประชาธิปไตยที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ชีวิตตนเคยเห็น เช่น 14 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ ครั้งนี้เป็นการแสดงออกตามระบอบรัฐสภาที่เป็นเจตจำนงของประชาชน” สุธรรม ระบุ 

เมื่อถามถึงปัญหาเก้าอี้ประธานสภาฯ จะเป็นแรงกดดันถึงขั้นให้พรรคเพื่อไทย ถอนตัวจากการจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ สุธรรม ตอบว่า ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เพราะพรรคเพื่อไทย มีวุฒิภาวะ ทางการเมืองผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ประสบความสูญเสียที่หนัก การยึดอำนาจแต่ละครั้ง การทำลายพรรคหลายหนทุกรูปแบบ ทำให้เราทนทานและมีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอ จึงเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย จะรับรู้ความรู้สึก ความคาดหวังของประชาชน และเป็นผู้ใหญ่ที่จะนำพาเจตนารมณ์นี้ให้ประสบความสำเร็จได้  

“เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรค มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง และคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องการหาทางออกให้บ้านเมืองสงบสันติ ซึ่งอาจจะมีอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ และระหว่างกระบวนการอาจดูยุ่งเหยิงบ้าง แต่อยากให้เห็นผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ตนคาดหวังเช่นนั้น” สุธรรม ระบุ  

ส่วนข้อเสนอให้คนของพรรคการเมืองอื่น เช่น พรรคประชาชาติ ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ หากสองพรรคตกลงกันไม่ได้นั้น สุธรรม มองว่า ต้องให้สภาฯ เป็นผู้หาคำตอบ เข้าใจว่าความคาดหวังมีหลายแบบแต่ท้ายที่สุด ที่ลงทุนเลือกตั้งใช้งบประมาณมหาศาลและรอคอยกันมา อยากเห็นดอกผลนี้ปรากฏเป็นจริง ไม่อยากให้มีคำว่าเสียของเสียโอกาส เพราะถ้าเสียโอกาสครั้งนี้ จะน่าเสียใจมาก ไม่อยากทำให้ประชาชนเสียใจ อยากให้เดินไปอย่างราบรื่น เพราะหนทางข้างหน้ายังมีอีกเยอะที่ต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน เชื่อว่าเรื่องจุกจิกต่างๆ จะคลี่คลายได้ถ้าร่วมมือร่วมใจกัน พร้อมปฏิเสธถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหัวขบวนร่วมต่อกรกับพรรคก้าวไกล และไฟเขียวให้คนของพรรคเพื่อไทย ทำเช่นนั้น  

“นายทักษิณ ให้ความเมตตาคนรุ่นใหม่เสมอ และเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน และเป็นผู้ถูกกระทำโดยละเมิดหลักการมาโดยตลอด เชื่อว่านายทักษิณ เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนง่ายๆ ซื่อๆ ตรงไปตรงมาที่สุด เท่าที่ตนคบมา บางครั้งแสดงออกง่ายเกินไป ซื่อเกินไป ก็ทำให้เกิดความเข้าใจท่านผิดไปอีก ส่วนตัวปรารถนาให้นายทักษิณ กลับมาเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน และนำประสบการณ์มาช่วยบ้านเมืองต่อไป ตามช่องทางที่คนสูงอายุคนหนึ่งให้กับบ้านเมืองได้ ไม่เชื่อว่าจะมีใครสามารถชี้นำเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของประชาชนได้” สุธรรม ระบุ  

ส่วนกรณี ทักษิณ รีทวิตข้อความของ ดวงฤทธิ์ บุนนาค อาจถูกตีความถึงนัยยะที่เปิดไฟเขียวนั้น สุธรรม มองว่าเป็นเพียงความเห็นประกอบ แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะหยุดท้วงติงได้แล้ว ให้สภาฯ เป็นทางออกรวม เพราะตั้งแต่นี้ไป รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง จะเป็นที่ถกเถียงทุกปัญหาลดข้อขัดแย้ง หาข้อสรุปที่ดีกว่าให้ได้ทุกเรื่อง และขอเรียกร้องให้กรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการเรื่องนี้ตามครรลองเพื่อจะเลือกประธานสภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาล นำนโยบายดีๆ ไปดำเนินการ อย่างน้อยดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่แน่นอน แต่ไม่ขอให้ความเห็นกรณีที่มีการเทียบตัวเต็งว่าที่ประธานสภาฯ ระหว่างสองพรรคการเมือง เช่น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 

“เรื่องความเหมาะสม ขอให้สภาฯ เป็นผู้ตัดสินเพราะรอบคอบกว่า แต่ฟังความเห็นจากหลักหลายคนก็อาจจะแตกต่างกัน เช่น นายชวน หลีกภัย ก็อาจจะมีความเห็นดีๆ เพียงแต่ไม่ได้แสดงความเห็นมา และเชื่อว่าสภาฯ จะมีครรลองในการหาทางออกที่สงบสันติที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นทางออกที่ดีมากกว่าต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างแสดง” สุธรรม ระบุ  

เมื่อถามว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ แล้วมีแฟนคลับสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย เป็นฝ่ายค้าน สุธรรม ก็ตอบว่า “อยากให้ตกลงกันได้ เพราะประชาชนตกลงมาให้เรา ไม่อยากให้เราทำเรื่องเล็กที่เสียเจตจำนงของประชาชน” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์