สุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัยกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 นี้ ว่า คิดว่าสิ่งที่รัฐสภาดำเนินการไปนั้น พิจารณาเป็นลำดับด้วยความรอบคอบ ตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มาจนถึงรัฐสภา
“คำวินิจฉัยที่ออกมานั้น เชื่อว่าจะเป็นทางออกของประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่หลายส่วนมีความกังวลว่าถ้าคำวินิจฉัยออกมาทางลบ ก็ต้องไปคิดกันต่อว่าจะแก้ไขที่จุดไหนถึงจะนำไปสู่การเลือกตั้งได้ เช่นกรณี กฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ ต้องดูว่าจะแก้ที่กฎหมายลูกหรือที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งสองทางจะมีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาที่อาจไม่เพียงพอต่อกรอบเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล”
เมื่อถามว่าหากที่สุดแล้วต้องออกเป็น พ.ร.ก. ฝ่ายค้านรับได้หรือไม่ สุทิน กล่าวว่า เรายังไม่มั่นใจว่าการใช้ พ.ร.ก.จัดการเลือกตั้งนั้นจะสามารถทำได้ และชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะไม่เคยมีการทำเช่นนี้มาก่อน คงต้องมีองค์กรใดออกมาชี้ เพื่อให้มั่นใจว่าทำได้จริงแล้วค่อยเดินหน้าไปทางนั้น ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
เมื่อถามกรณี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กดดันนายกรัฐมนตรีให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) สุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของรัฐบาล ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว แต่ระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาลอีก 4 เดือนข้างหน้าตามอายุสภาฯนั้น รัฐบาลควรเร่งรัดแก้ปัญหาที่คั่งค้างให้เกิดประโยชน์ประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะนโยบายต่างๆ ที่เคยแถลงต่อสภาไว้ ไม่ใช่เข้าเกียร์ว่างเหมือนที่ผ่านมา 3 ปีกว่า เพราะประชาชนลำบากขึ้นทุกวันจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา
“คำวินิจฉัยที่ออกมานั้น เชื่อว่าจะเป็นทางออกของประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่หลายส่วนมีความกังวลว่าถ้าคำวินิจฉัยออกมาทางลบ ก็ต้องไปคิดกันต่อว่าจะแก้ไขที่จุดไหนถึงจะนำไปสู่การเลือกตั้งได้ เช่นกรณี กฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ ต้องดูว่าจะแก้ที่กฎหมายลูกหรือที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งสองทางจะมีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาที่อาจไม่เพียงพอต่อกรอบเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล”
เมื่อถามว่าหากที่สุดแล้วต้องออกเป็น พ.ร.ก. ฝ่ายค้านรับได้หรือไม่ สุทิน กล่าวว่า เรายังไม่มั่นใจว่าการใช้ พ.ร.ก.จัดการเลือกตั้งนั้นจะสามารถทำได้ และชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะไม่เคยมีการทำเช่นนี้มาก่อน คงต้องมีองค์กรใดออกมาชี้ เพื่อให้มั่นใจว่าทำได้จริงแล้วค่อยเดินหน้าไปทางนั้น ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
เมื่อถามกรณี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กดดันนายกรัฐมนตรีให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) สุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของรัฐบาล ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว แต่ระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาลอีก 4 เดือนข้างหน้าตามอายุสภาฯนั้น รัฐบาลควรเร่งรัดแก้ปัญหาที่คั่งค้างให้เกิดประโยชน์ประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะนโยบายต่างๆ ที่เคยแถลงต่อสภาไว้ ไม่ใช่เข้าเกียร์ว่างเหมือนที่ผ่านมา 3 ปีกว่า เพราะประชาชนลำบากขึ้นทุกวันจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา




