ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) จำนวน 3 ฉบับ ของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพิ่มหมวด15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นวันที่ 2
สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายสรุปในส่วนของร่างพรรคเพื่อไทย ก่อนเข้าสู่ช่วงลงมติในวาระรับหลักการว่า ประเทศไทยเขียนรัฐธรรมนูญบ่อยและเยอะที่สุด ถูกค่อนแคะว่าสภาไทยคิดแต่แก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว แต่ไม่คิดแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แต่เหตุที่ไทยมีรัฐธรรมนูญบ่อย เพราะวงจรอุบาทว์คือ เขียนแล้วฉีก ฉีกแล้วเขียน อย่าโทษคนเขียน ต้องไปโทษคนฉีก รัฐธรรมนูญหลังรัฐประหารมักไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน เพราะเนื้อหาไม่เป็นที่ยอมรับ จึงต้องเขียนใหม่ จึงเกิดปัญหาความขัดแย้งตามมา
พร้อมระบุว่า ส่วนตัวรู้สึกเบื่อที่สุดเรื่องการเขียนรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ปัญหาปากท้องประชาชนก็ต้องเริ่มจากสร้างระบบที่ดี รัฐธรรมนูญปี 2560 พยายามแก้มาหลายครั้ง ต่างชาติไม่ยอมรับ เวลาหาเสียงทุกพรรคก็ชูให้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะหากไม่แก้เข้าไปก็ทำงานยาก เป็นรัฐธรรมนูญที่คนได้ที่1 แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล คนได้ที่ 3-4ได้ตั้งรัฐบาล แต่ โฆษณาชวนเชื่อเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง ยุบพรรคมาไม่รู้กี่พรรค สร้างผู้นำ 3 ปี 3 คน และยังมีมาตรา144 ที่ทำให้สส.-สว.ขนลุก โยกงบมาใช้ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หมุนเงินเข้าหาประชาชน แต่สส.-สว. อาจถูกตัดสิทธิการเมือง ถามว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมหรือลดทอนบทบาทตัวแทนประชาชน
สุทิน ย้ำว่า ที่สำคัญคือเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ยากที่สุด อภิปรายมา 2 วัน เอาเข้าจริงจะแก้ได้หรือไม่ ส่วนตัวก็ไม่หวังเท่าไร แต่ต้องทำ คนที่ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จได้คือ พรรคภูมิใจไทยเท่านั้น เพราะเป็นแกนนำรัฐบาล โดยมี สว. เป็นคนชี้ขาด และคนที่ประสาน สว. ได้ดีสุดคือ พรรคภูมิใจไทย ดังนั้นเส้นทางแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่พรรคภูมิใจไทย จึงกังวลใจเพราะไม่รู้พรรคภูมิใจไทยเต็มใจจะแก้หรือไม่ หรือต้องทำเพราะเอ็มโอเอ สิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจคือ ไปไว้ใจคนที่ไม่อยากแก้ แต่กลับไม่ไว้ใจคนที่อยากแก้
“ไม่อยากจี้ใจดำใคร แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้อย่าคิดว่าจะง่าย คนที่ไม่อยากแก้ก็ไปบังคับให้มาแก้ จึงฝากข้อกังวลว่า เรากำลังร่วมมือแก้รัฐธรรมนูญกับคนที่อยากหรือไม่อยากแก้ ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จ อนาคตประเทศจะมืดมน”
— สุทิน กล่าว




