การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152
โดยสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงถึงการตัดลดงบประมาณเรือฟริเกตของกรรมาธิการงบประมาณ ที่วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายพาดพิงถึงว่า ตนยอมรับว่า ในการตั้งงบอาวุธจัดซื้อเรือฟริเกตของรัฐบาลนั้น รัฐบาลหนักใจที่สุด เพราะกลัวพรรคก้าวไกล ที่ด่ามาทุกปี จึงตัดงบประมาณดังกล่าว และในปีต่อไปจะมียุทธศาสตร์การจัดซื้อ ไม่ให้ซ้ำซ้อน และไม่ให้เงินค้างท่อ แต่กลายเป็นว่า รัฐบาลแทงม้าผิดตัว หลงมุม เพราะพรรคก้าวไกล กลับสนับสนุน ดังนั้น หากพรรคก้าวไกลสับขาหลอกได้ ตนเองก็สับขาหลอกเป็นเช่นกัน ในปีหน้าหากรัฐบาล ให้งบประมาณแก่กองทัพเรือจัดซื้อเรือฟริเกต
“ก็ขอฝ่ายค้านอย่าบ่น หรือตำหนิรัฐบาลอีก ขอให้ฝ่ายค้าน จำคำของผมไว้ให้ดี ที่เชียร์ให้ซื้อเรือฟริเกต หรือหากรัฐบาลอนุมัติให้ 2 ลำ ก็ขอฝ่ายค้านอย่าบ่นอีก และหากซื้ออาวุธอย่างอื่นอีก ก็ขออย่ามาด่ากัน” รมว.กลาโหม กล่าว
สุทิน กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าการสั่งการของตนเองที่มีการขอนั้น ไม่ได้ขอแบบหน่อมแน้ม แต่เพราะคนก้าวร้าว จะไม่เคยเห็นคุณค่าของความนุ่มนวล เพราะคำว่าขอของตนเองนั้น คือการสั่งการ และชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องไปคำรามใส่กองทัพ
สุทิน ยังกล่าวถึงปัญหาภายในกองทัพว่า มีปัญหาในโครงสร้าง ส่วนตัวไม่ปฏิเสธว่า นโยบายกองทัพของรัฐบาล ไม่ใช่เป็นการคิดใหม่ แต่เป็นการทำต่อจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเมื่อมารับตำแหน่งรมว.กลาโหม แล้ว ก็ได้พบว่า กองทัพก็มีการปฏิรูปกองทัพตัวเองเช่นเดียวกัน ส่วนตัวจึงใช้ไม้อ่อน ให้คนในได้ปฏิรูปกันเอง เพราะการปฏิรูป กับการปฏิวัติต่างกัน เพราะถ้าปฏิวัติ คือ ฉับพลันทันด่วน ไม่ต้องมีส่วนร่วม แต่ปฏิรูป คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ
“ถ้าผมเป็นเด็ก มีอายุเท่านายวิโรจน์ ผมก็จะใช้วิธีการปฏิวัติ แต่เมื่อผ่านมาหลายเรื่อง ผมจึงคิดว่า การร่วมคิดร่วมทำดีที่สุด และผมได้ตั้งคณะทำงาน 10 ชุดมาแก้ปัญหาในกองทัพ เช่น การเลือกทหารกองประจำการ การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร การดำเนินการด้านสวัสดิการกำลังพล การแก้ไขร่างกฎหมายความมั่นคง การศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกับการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นต้น” สุทิน กล่าว
สุทิน ยังกล่าวถึงการอภิปรายของวิโรจน์ว่า ไปโฆษณาว่า จะอภิปรายแบบคุณภาพคับแก้ว แต่พอเอาเข้าจริง กลับเป็นเรื่องเก่า เรื่องเดิม ที่เคยพูด และส่วนตัวเคยตอบไปแล้ว และ 90% เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่วิโรจน์ กลับอภิปรายให้ชาวบ้านเข้าใจว่า ปัญหาเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้
รมว.กลาโหม ยังชี้แจงถึงการกู้เรือหลวงสุโขทัย ที่จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายระบุเป็นการปาหี่ว่า ยืนยันว่า ตนก็ยังติดตามว่า จะเป็นการปาหี่หรือไม่ แต่ขณะนี้ การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ การจะไปลงโทษเอาผิด ไม่ใช่วิธีการบริหารที่ถูกต้อง เพราะขั้นตอน ยังไม่แล้วเสร็จ และต้องรอรายงานผลการสอบสวน เพื่อนำไปตรวจสอบ
“ถ้าเป็นลักษณะปาหี่จริง ก็ยืนยันว่า ผมสามารถตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบชุดใหม่ได้ โดยเป็นการตั้งคณะกรรมการจากภายนอก แต่ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ กองทัพเรือจะสรุปผลสอบสวนว่าใครผิด หรือใครถูก และใครต้องได้รับการลงโทษ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีแพะเด็ดขาด” สุทิน กล่าว




