ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) วันที่ 16 พฤษภาคม 2566 นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงกรณี นายวันชัย สอนสิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระบุว่าพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งอันดับ 1 อาจไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะขึ้นอยู่กับการรวบรวมเสียงเหมือนการเลือกตั้งปี 62 ว่า เป็นไปได้ตามหลักการรวบรวมเสียง แต่ถ้าตามหลักประชาธิปไตยยังไงก็ต้องเคารพเสียงประชาชน และพรรคการเมืองที่ได้ลำดับ 1 ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็ต้องฟังเสียงประชาชน
“ซึ่งการที่นายวันชัยระบุว่าการได้เป็นพรรคอันดับ 1 อาจไม่ได้เป็นรัฐบาลเมื่อนำไปเทียบกับปี 62 ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งครั้งที่แล้วถือเป็นบทเรียนว่าการเลือกนายกฯ แบบนั้นทำให้มีปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทุกคนจะเดินตามวิถีประชาธิปไตยให้มากที่สุด เว้นแต่ว่าเดินเต็มที่แล้วไม่ได้ ค่อยมาว่ากัน แต่ยังไงก็ต้องเดินตามวิถีประชาธิปไตย ต้องเคารพประชาชน”
เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ว.อาจมีการงดออกเสียงโหวตเลือกนายกฯ จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ สุทิน กล่าวว่า หาก ส.ว.จะทำอย่างนั้นคงไปบังคับไม่ได้ ถือเป็นสิทธิ์ แต่ตนเชื่อว่า ส.ว.จะทำอะไรต้องคำนึงให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ซึ่งวันนี้ก็เดินมาตามวิถีที่ถูกต้องแล้ว จากผลของการเลือกตั้ง ที่ได้เห็นเจตนารมณ์ของประชาชน ดังนั้นเราทุกส่วนก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนให้บรรลุเป้าหมาย การออกเสียงใดที่บิดเบือนเจตนารมณ์หรือทำให้เป้าหมายของประชาชนไปไม่ถึงก็ไม่ควรทำ
เมื่อถามย้ำว่าหาก ส.ว.งดออกเสียงจนไม่สามารถโหวตนายกฯ ได้ในครั้งแรกจะนำไปสู่การมีนายกฯ คนนอกหรือไม่ รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่าตามรัฐธรรมนูญมีความเป็นไปได้ แต่โดยข้อเท็จจริงจากเสียงที่ออกมา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเลยเถิดไปถึงขั้นนั้น เพราะคนที่ผ่านการเลือกตั้งมายังอยู่ในวิถีทางที่จะจบได้
“คงไม่ไปถึงนายกฯ คนนอก แม้กฎหมายจะให้ มองว่าหากจะเกิดความวุ่นวายก็มาจากการที่ ส.ว.ไม่ทำตามฉันทามติของประชาชน ทำให้ ส.ว.กับประชาชนเป็นคู่กรณีกัน ไม่ใช่วุ่นวายด้วยเหตุอื่น เพราะถ้า ส.ว.จะทำแบบนั้นจะทำให้ประเทศถึงทางตัน แต่เชื่อว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น”
เมื่อถามว่าบางพรรคการเมืองมองว่าพรรค พท. มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล สุทิน กล่าวว่าทุกพรรคก็มีโอกาส แต่โอกาสแรกต้องเป็นพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 ทุกคนต้องสนับสนุนและให้กำลังใจ ให้เขาจัดตั้งได้ ย้ำว่าอย่างไรก็ตามอย่าหนีจากเสียงของประชาชน
เมื่อถามว่ามีเงื่อนไขใดหรือไม่ที่พรรค พท. จะไม่สามารถไม่ร่วมกับพรรคก้าวไกลได้ สุทิน กล่าวว่า ไม่มี หากจะมีก็คือถ้ารวมกันไม่ได้จริงๆ ค่อยมาว่ากัน แต่วันนี้พรรค พท. ไม่มีอะไรกับพรรคก้าวไกล และยินดีสนับสนุน พร้อมกับเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ รวมถึงตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นเพราะต้องให้พรรคก้าวไกลทำหน้าที่ในการประสาน แต่หากมีกรณีใดที่พรรคก้าวไกลช่วยก็ยินดี
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรค พท. จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ สุทิน กล่าวว่า “ไม่มี และพรรค พท. ก็แถลงการณ์อย่างชัดเจนแล้ว และหากไปทำอย่างนั้น ประชาชนจะไม่ยอมรับ ซึ่งไม่มีประโยชน์ เราก็อยากทำงานกับพรรคที่ประชาชนยอมรับ เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลก็จะอยู่ในช่วงเวลา 2 เดือน คิดว่าไม่นาน ภายในหนึ่งเดือนก็น่าจะเห็น”
“ซึ่งการที่นายวันชัยระบุว่าการได้เป็นพรรคอันดับ 1 อาจไม่ได้เป็นรัฐบาลเมื่อนำไปเทียบกับปี 62 ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งครั้งที่แล้วถือเป็นบทเรียนว่าการเลือกนายกฯ แบบนั้นทำให้มีปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทุกคนจะเดินตามวิถีประชาธิปไตยให้มากที่สุด เว้นแต่ว่าเดินเต็มที่แล้วไม่ได้ ค่อยมาว่ากัน แต่ยังไงก็ต้องเดินตามวิถีประชาธิปไตย ต้องเคารพประชาชน”
เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ว.อาจมีการงดออกเสียงโหวตเลือกนายกฯ จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ สุทิน กล่าวว่า หาก ส.ว.จะทำอย่างนั้นคงไปบังคับไม่ได้ ถือเป็นสิทธิ์ แต่ตนเชื่อว่า ส.ว.จะทำอะไรต้องคำนึงให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ซึ่งวันนี้ก็เดินมาตามวิถีที่ถูกต้องแล้ว จากผลของการเลือกตั้ง ที่ได้เห็นเจตนารมณ์ของประชาชน ดังนั้นเราทุกส่วนก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนให้บรรลุเป้าหมาย การออกเสียงใดที่บิดเบือนเจตนารมณ์หรือทำให้เป้าหมายของประชาชนไปไม่ถึงก็ไม่ควรทำ
เมื่อถามย้ำว่าหาก ส.ว.งดออกเสียงจนไม่สามารถโหวตนายกฯ ได้ในครั้งแรกจะนำไปสู่การมีนายกฯ คนนอกหรือไม่ รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่าตามรัฐธรรมนูญมีความเป็นไปได้ แต่โดยข้อเท็จจริงจากเสียงที่ออกมา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเลยเถิดไปถึงขั้นนั้น เพราะคนที่ผ่านการเลือกตั้งมายังอยู่ในวิถีทางที่จะจบได้
“คงไม่ไปถึงนายกฯ คนนอก แม้กฎหมายจะให้ มองว่าหากจะเกิดความวุ่นวายก็มาจากการที่ ส.ว.ไม่ทำตามฉันทามติของประชาชน ทำให้ ส.ว.กับประชาชนเป็นคู่กรณีกัน ไม่ใช่วุ่นวายด้วยเหตุอื่น เพราะถ้า ส.ว.จะทำแบบนั้นจะทำให้ประเทศถึงทางตัน แต่เชื่อว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น”
เมื่อถามว่าบางพรรคการเมืองมองว่าพรรค พท. มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล สุทิน กล่าวว่าทุกพรรคก็มีโอกาส แต่โอกาสแรกต้องเป็นพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 ทุกคนต้องสนับสนุนและให้กำลังใจ ให้เขาจัดตั้งได้ ย้ำว่าอย่างไรก็ตามอย่าหนีจากเสียงของประชาชน
เมื่อถามว่ามีเงื่อนไขใดหรือไม่ที่พรรค พท. จะไม่สามารถไม่ร่วมกับพรรคก้าวไกลได้ สุทิน กล่าวว่า ไม่มี หากจะมีก็คือถ้ารวมกันไม่ได้จริงๆ ค่อยมาว่ากัน แต่วันนี้พรรค พท. ไม่มีอะไรกับพรรคก้าวไกล และยินดีสนับสนุน พร้อมกับเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ รวมถึงตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นเพราะต้องให้พรรคก้าวไกลทำหน้าที่ในการประสาน แต่หากมีกรณีใดที่พรรคก้าวไกลช่วยก็ยินดี
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรค พท. จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ สุทิน กล่าวว่า “ไม่มี และพรรค พท. ก็แถลงการณ์อย่างชัดเจนแล้ว และหากไปทำอย่างนั้น ประชาชนจะไม่ยอมรับ ซึ่งไม่มีประโยชน์ เราก็อยากทำงานกับพรรคที่ประชาชนยอมรับ เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลก็จะอยู่ในช่วงเวลา 2 เดือน คิดว่าไม่นาน ภายในหนึ่งเดือนก็น่าจะเห็น”




