วันนี้ (28 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ตอบคำถามกรณี ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์สื่อไม่ขอร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย หากรัฐบาลเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เพราะเป็นคู่แข่งกัน
‘สุทิน’ มองว่าเป็นเรื่องจุดยืนของแต่ละคน ต้องเคารพความเห็นเขา แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยไม่เคยปิดประตูใคร มีแต่คนอื่นที่ปิดประตู ถ้าเสียงเราพอก็พร้อมเดินหน้า และพร้อมรับคนที่มีใจให้ร่วมทำงานไปกับเรา ถ้าใครไม่พร้อมทำงานด้วยร่วมงานกันก็ไม่มีประโยชน์ รวมถึงเป็นสิทธิที่พรรคก้าวไกลจะคิดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะกวาดที่นั่ง สส. ได้ถึง 250 ที่นั่ง
ส่วนผลโพลของสถาบันพระปกเกล้าที่พบว่าพรรคก้าวไกลมีคะแนนนิยมนำพรรคเพื่อไทย ‘สุทิน’ ยืนยันว่าไม่หวั่นไหว เเต่เป็นเรื่องที่ต้องนำมาคิดเพื่อวางแผนการทำงาน มั่นใจว่าเวลา 3 ปี ที่เหลืออยู่ของรัฐบาลมากพอที่จะสร้างผลงานได้อย่างเหลือเฟือ แต่จะมากพอให้พรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งนั้น ‘สุทิน’ ตอบว่า ถ้าพูดไปก็เหมือนโม้ แต่มั่นใจว่าด้วยเวลาที่เหลืออยู่คิดว่าประชาชนจะกลับมา
ส่วนกระแสข่าวที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ สมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ‘สุทิน’ มองว่าป็นดุลยพินิจของนายกฯ หากเห็นว่าใครมีความรู้ความสามารถและสามารถช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้น คิดว่านายกฯ คงคิดดีแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลขาดมือกฎหมายที่จะพิจารณาเรื่องต่างๆ ใช่หรือไม่ ‘สุทิน’ ตอบว่า ไม่ถึงกับขาด แต่นายกฯ อาจหาคนมาช่วยเสริม ซึ่งวิษณุเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นักกฎหมายของรัฐบาลก็มีแต่อาจเชี่ยวชาญคนละด้าน
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยเคยต่อว่าการทำงานของวิษณุในสมัยรัฐบาลที่แล้วไว้เยอะ การดึงตัวมาร่วมงานด้วยทำให้มีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจหรือไม่ ‘สุทิน’ อธิบายว่า มันเป็นบริบทแต่ละช่วง บริบทตอนนั้นก็ว่ากันอย่างนั้น แต่บรรยากาศวันนี้มันเปลี่ยนไป และที่สำคัญทางใดที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ดีที่สุดไม่ควรมีเงื่อนไข ทุกคนควรลืมเรื่องความหลังบ้าง และเชื่อว่า นายกฯ จะอธิบายเหตุผลและความจำเป็นให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเข้าใจได้




