สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตา ศาลยาย ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสุทิน กล่าวว่า ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่หนึ่งที่ต้องเข้าทำงานเหมือนกระทรวงกลาโหม
เมื่อถามถึงกรณีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตี นโยบายของกองทัพที่ไม่มีความชัดเจน สุทิน กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับกองทัพได้เขียนไว้ชัดเจน ซึ่งจะต้องไปดูรายละเอียดที่กระทรวงกลาโหม เพราะนโยบายของรัฐบาลต้องเขียนกว้างอยู่แล้ว และค่อยไปขยายความที่กระทรวง จนลงไปถึงเหล่าทัพอื่น หากจะให้เขียนครอบคลุมทุกเรื่องคงทำไม่ได้ รวมถึงการเข้าไปดูเรื่องงบลับ ซึ่งอยู่ในนโยบายในเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงการบริหารงานด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้
เมื่อถามย้ำว่า มีนโยบายเรื่องใดที่ต้องทำทันทีภายหลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ สุทิน กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะไปคุยในเรื่องรายละเอียด โดยจะต้องฟังผู้บัญชาการเหล่าทัพรวมถึงรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าสิ่งที่เราคิดว่า ใช่ อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ ก็อาจจะไม่ใช่ ดังนั้นต้องฟังผู้บัญชาการเหล่าทัพและนำเหตุผลมาประกอบ กับสิ่งที่เรารับรู้แล้วค่อยผลักดันเป็นนโยบายที่ถูกต้อง
เมื่อถามอีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องฟังความคิดเห็นของผู้บัญชาการเหล่าทัพด้วยหรือไม่ สุทิน กล่าวว่า ยืนยันว่า ต้องฟังทุกส่วน คนทุกสาขาอาชีพ ไม่ใช่เฉพาะแต่กองทัพ ส่วนการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายสุทินกล่าวว่า คณะเจรจาคงได้พูดคุยกัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาอาจจะเห็นไม่ตรงกัน 100% โดยอาจจะต้องมีการมาพูดคุยกันอีกครั้ง แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทำใหม่ทำให้มันดี ส่วนจะดีอย่างไรต้องมาปรับจูนเข้าหากัน
เมื่อถามถึงบุคคลที่จะเข้ามาช่วยงานภายในกระทรวงกลาโหม สุทิน กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ได้เสนอครม. เป็นวาระจร สำหรับตำแหน่งพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและตำแหน่งที่ปรึกษาฯ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เพราะมีคุณสมบัติและรู้เรื่องกองทัพมาช่วย รวมถึงมีจิตใจที่อยากมาช่วยงาน มีความรู้ และมีความสามารถ เข้าใจเรื่องระบบการบริหารของกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่ใช่เด็กฝากของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์พักผ่อนแล้ว ไม่ควรมองว่าทุกคนที่ทุกคนที่ช่วยงานกองทัพเป็นลูกพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ ไปเสียหมด ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีคงจะเข้ามาอีกล็อต พร้อมกับของทุกกระทรวง
เมื่อถามต่อถึงความชัดเจนกรณีการแต่งตั้ง พายัพ ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทยที่ดูแลภาคอีสาน และน้องชายทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และพอพงษ์ ชินวัตร บุตรชายของพายัพ เป็น เลขานุการประจำตัว รมว.กลาโหม เป็นเอกสารปลอมหรือเอกสารที่ร่างไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เซ็นนั้น สุทิน กล่าวว่า เป็นเอกสารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และตัวพายัพก็ไม่ทราบ เรื่องเหล่านี้ทำกันง่ายมากในปัจจุบัน ใครจะพิมพ์ก็ได้แล้วนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ทราบ และทางพายัพ ก็ไม่ได้พูดคุยถึงขนาดนั้น มีแต่พูดแซวกันเล่นว่า มีอะไรก็จะปรึกษา และ ที่ผ่านมา สุทินได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน ส่วนพายัพก็พูดคุยกันมีอะไรก็แนะนำกันและยืนยันว่าไม่มีคนนามสกุลชินวัตร อยู่ในคณะทำงาน ส่วนการตั้งโฆษกกระทรวงกลาโหมนั้น จะแต่งตั้งหลังจากที่มอบนโยบายกับกองทัพแล้ว ก็จะพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงกรณีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตี นโยบายของกองทัพที่ไม่มีความชัดเจน สุทิน กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับกองทัพได้เขียนไว้ชัดเจน ซึ่งจะต้องไปดูรายละเอียดที่กระทรวงกลาโหม เพราะนโยบายของรัฐบาลต้องเขียนกว้างอยู่แล้ว และค่อยไปขยายความที่กระทรวง จนลงไปถึงเหล่าทัพอื่น หากจะให้เขียนครอบคลุมทุกเรื่องคงทำไม่ได้ รวมถึงการเข้าไปดูเรื่องงบลับ ซึ่งอยู่ในนโยบายในเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงการบริหารงานด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้
เมื่อถามย้ำว่า มีนโยบายเรื่องใดที่ต้องทำทันทีภายหลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ สุทิน กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะไปคุยในเรื่องรายละเอียด โดยจะต้องฟังผู้บัญชาการเหล่าทัพรวมถึงรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าสิ่งที่เราคิดว่า ใช่ อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ ก็อาจจะไม่ใช่ ดังนั้นต้องฟังผู้บัญชาการเหล่าทัพและนำเหตุผลมาประกอบ กับสิ่งที่เรารับรู้แล้วค่อยผลักดันเป็นนโยบายที่ถูกต้อง
เมื่อถามอีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องฟังความคิดเห็นของผู้บัญชาการเหล่าทัพด้วยหรือไม่ สุทิน กล่าวว่า ยืนยันว่า ต้องฟังทุกส่วน คนทุกสาขาอาชีพ ไม่ใช่เฉพาะแต่กองทัพ ส่วนการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายสุทินกล่าวว่า คณะเจรจาคงได้พูดคุยกัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาอาจจะเห็นไม่ตรงกัน 100% โดยอาจจะต้องมีการมาพูดคุยกันอีกครั้ง แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทำใหม่ทำให้มันดี ส่วนจะดีอย่างไรต้องมาปรับจูนเข้าหากัน
เมื่อถามถึงบุคคลที่จะเข้ามาช่วยงานภายในกระทรวงกลาโหม สุทิน กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ได้เสนอครม. เป็นวาระจร สำหรับตำแหน่งพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและตำแหน่งที่ปรึกษาฯ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เพราะมีคุณสมบัติและรู้เรื่องกองทัพมาช่วย รวมถึงมีจิตใจที่อยากมาช่วยงาน มีความรู้ และมีความสามารถ เข้าใจเรื่องระบบการบริหารของกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่ใช่เด็กฝากของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์พักผ่อนแล้ว ไม่ควรมองว่าทุกคนที่ทุกคนที่ช่วยงานกองทัพเป็นลูกพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ ไปเสียหมด ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีคงจะเข้ามาอีกล็อต พร้อมกับของทุกกระทรวง
เมื่อถามต่อถึงความชัดเจนกรณีการแต่งตั้ง พายัพ ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทยที่ดูแลภาคอีสาน และน้องชายทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และพอพงษ์ ชินวัตร บุตรชายของพายัพ เป็น เลขานุการประจำตัว รมว.กลาโหม เป็นเอกสารปลอมหรือเอกสารที่ร่างไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เซ็นนั้น สุทิน กล่าวว่า เป็นเอกสารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และตัวพายัพก็ไม่ทราบ เรื่องเหล่านี้ทำกันง่ายมากในปัจจุบัน ใครจะพิมพ์ก็ได้แล้วนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ทราบ และทางพายัพ ก็ไม่ได้พูดคุยถึงขนาดนั้น มีแต่พูดแซวกันเล่นว่า มีอะไรก็จะปรึกษา และ ที่ผ่านมา สุทินได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน ส่วนพายัพก็พูดคุยกันมีอะไรก็แนะนำกันและยืนยันว่าไม่มีคนนามสกุลชินวัตร อยู่ในคณะทำงาน ส่วนการตั้งโฆษกกระทรวงกลาโหมนั้น จะแต่งตั้งหลังจากที่มอบนโยบายกับกองทัพแล้ว ก็จะพูดคุยกัน




