มหากาพย์ ‘เรือดำน้ำ’ สังเวียน ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’

24 ต.ค. 2566 - 16:48

  • ‘สุทิน’ แก้ข่าวเปลี่ยนจาก ‘เรือดำน้ำ’ เป็น ‘เรือฟริเกตจีน’ ตั้งงบไว้ 14,000 ล้าน ส่วนงบที่ตั้งไวั 17,000 ล้าน เป็นการตั้งงบเผื่อปี 2567 สำหรับ ‘เรือฟริเกตยุโรป’ เร่งคุย ‘จีน’ ให้จบ พ.ย.นี้ ‘วิโรจน์’ จ่อเชิญ ผบ.ทร. แจง กมธ.ทหาร 26ต.ค.นี้ จี้ถามหลังอียู มีข้อตกลง ห้ามส่งยุทโธปกรณ์ให้จีน ก่อนลงนามต่อเรือปี 2560 ได้ทำหนังสือขอยืนยันจีน-ซีเอสโอซี หรือไม่ และไทยได้ ‘ค่าปรับ-ขอคืนเงิน’ ได้ไหม

Sutin_Wiroj_Thai_Navy_Submarine_China_Frigate_SPACEBAR_Hero_a2f94c78d7.jpg

สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูสัญญา การร่างสัญญาแบบจีทูจีในเปลี่ยนจากเรือดำน้ำ เป็นเรือฟริเกต ว่า กระทรวงกลาโหม และกองทัพเรือ จะมีการหารือกันในเรื่องนี้ ส่วนในการประชุมคณะมนตรี นายกฯไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องเรือดำน้ำ โดยจะให้ทางกระทรวงไปพูดคุยกันเอง และเรื่องเรือดำน้ำขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า  

แต่มีความสับสนอยู่ว่าเรือฟริเกตของประเทศจีน ราคา 14,000 ล้านบาท ส่วนราคา 17,000 ล้านบาท เป็นการตั้งงบเผื่อไว้ในปี 2567 สำหรับเรือฟริเกตของยุโรป ซึ่งกองทัพยังไม่รู้เลยว่าจะเอาของประเทศไหนจึงต้องตั้งเผื่อไว้ แต่ที่จะแลกเปลี่ยนกับเรือดำน้ำราคาอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท โดยที่เรือดำน้ำอยู่ที่ราคา 13,000 ล้านบาท

ซึ่งทางเรากำลังจะไปต่อรอง และถ้าเกิดประเทศจีนยอมให้เปลี่ยนเป็นเรือฟริเกตราคาจะเป็นเท่าไหร่แน่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ราคา 14,000 ล้านบาท อาจจะลดลง 

เมื่อถามว่า การที่จีนผิดสัญญาจะต้องมีการปรับเงินหรือไม่ สุทิน กล่าวว่า การทำสัญญามี 2 แบบ ถ้าทำกับเอกชนเราเรียกว่า ‘สัญญาซื้อขาย’

แต่การทำจีทูจีคือ ‘ข้อตกลง’ เพราะฉะนั้นคำว่าข้อตกลงจึงมีการเขียนข้อความไว้ที่ท้ายข้อตกลงว่า ถ้าฝ่ายใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามข้อตกลง ก็ให้มีการเจรจากัน

เพราะฉะนั้นจึงยังไม่บังคับเป็นสัญญาและมีความยืดหยุ่น ซึ่งเมื่อจีนไม่สามารถทำได้ตามข้อตกลงเราจึงต้องเจรจาก่อน

เมื่อถามว่า ประเทศไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในการเจรจาหรือไม่ สุทิน กล่าวว่า ก็พยามทำให้เราไม่เสียประโยชน์ และจะต้องเจรจาให้ถึงที่สุด ทั้งเรื่องลดราคาและเงื่อนไขต่างๆ โดยเราต้องเจรจาให้ได้ประโยชน์ที่สุด 

เมื่อถามว่า ดูข้อกฎหมายแล้วการเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกต ทำได้ใช่หรือไม่ สุทิน ระบุว่า มันสามารถทำได้ คือการแก้ไขข้อตกลง เพราะไม่ใช่สัญญา เหมือนว่าเป็นการทำในระดับกองทัพ เพราะว่าการเซ็นสัญญาจีทูจีเรื่องเรือดำน้ำ เป็นทางกองทัพเรือทำกับจีน 

เมื่อถามว่า การแก้สัญญากับเริ่มต้นใหม่ อะไรยากกว่ากัน สุทิน กล่าวว่า ในเรื่องเดียวกันต้องแก้จากเรื่องของเก่าเป็นเรื่องของใหม่ เดิมเราตกลงว่าจะเป็นเรื่องเรือดำน้ำฉะนั้นก็ขอแก้เป็นเรือฟริเกตเท่านั้น  

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลออกมาเรียกร้องให้ขอเงินคืนจากจีน หรือเปลี่ยนเป็นสิทธิประโยชน์อย่างอื่น สุทิน ระบุว่า อันนั้นต้องลองเจรจาในพื้นฐานของเดิมไปก่อน และถ้ามันไม่บรรลุผลค่อยว่ากันถึงตอนนั้น  

แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อตกลงแบบจีทูจีมันมีมิติของความร่วมมือกันหลายด้าน ก็ต้องนำมาคิดควบคู่ด้วย การคิดแบบขอคืนเงินหรือยกเลิกสัญญา มันจะกระทบกระเทือนถึงความร่วมมือทางด้านอื่นและความสัมพันธ์และความสัมพันธ์ด้วยจึงต้องคิดให้คุ้ม  

ซึ่งในช่วงที่เราเดินทางไปจีนในครั้งที่ผ่านมา ขอความร่วมมือกับทางจีนได้เป็นจำนวนมาก แต่หากเราต้องไปหักกันด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มันอาจจะทำให้เสียประโยชน์ในด้านอื่น 

เมื่อถามว่า การแก้ไขสัญญาจีทูจีจากเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต วางกรอบระยะเวลาไว้นานเท่าใด สุทิน ระบุว่า จะเชิญกองทัพเรือและกระทรวงกลาโหม มาหารือกัน  

ส่วนการไปพูดคุยกับทางการจีน ก็ยังไม่ได้คุยแต่จะไปเร็วๆ นี้ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องเงื่อนไขของเวลาอยู่ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพราะข้อตกลงจะหมดอายุจึงต้องเร่งทำให้เร็วที่สุด โดยตนคิดว่าจะให้เค้าไปเจรจาได้ภายในไม่เกินสัปดาห์หน้า แต่ต้องรอทางจีนด้วยว่าจะพร้อมเจรจาหรือไม่ 

เมื่อถามว่า กองทัพเรือพอใจข้อเสนอนี้หรือไม่ เพราะมีการสร้างอู่เรือดำน้ำรอไว้แล้ว สุทิน กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทางกองทัพเรือเสนอมา พอเขารู้ว่าเรื่องเครื่องยนต์เยอรมันปิดประตูสนิทแล้ว เราจึงบอกว่าถ้าประตูน้ำปิดสนิทแล้ว จะเอาอย่างไร  

ทางกองทัพเรือก็เสนอมาเป็นสองทางเลือก ข้อแรกคือเลือกฟริเกต ข้อสองคือเรือโอพีวี ซึ่งทางรัฐบาลจึงบอกว่าเอาเป็นเรือฟริเกตดีกว่า หากถามว่ากองทัพเรือพอใจหรือไม่พอใจ แต่เขาก็ให้ทางเลือกมา และเขาก็ต้องสนองนโยบายรัฐบาล พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ต้องมีความชัดเจนก่อนหมดสัญญาในเดือนพฤศจิกายนนี้ 

ขณะที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเชิญผู้บัญชาการทหารเรือมาแจงเรื่องการกู้เรือหลวงสุโขทัย และการจัดซื้อเรือดำน้ำในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ว่า กองทัพเรือจะอ้างเรื่องความมั่นคงแล้วไม่เปิดเผยรายละเอียดปัญหาไม่ได้ เพราะเป็นเงินภาษีประชาชนที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว  

เชื่อประชาชนต้องการทราบว่า โครงการที่เกี่ยวกับค่าจอด การฝึกอบรม โรงเก็บทุ่นระเบิดสนับสนุน โรงเก็บตอปิโด ที่ตั้งงบประมาณไว้ 11,000 ล้านบาท มีการเบิกใช้ไปแล้วเท่าไหร่  

รวมถึงเรือหลวงช้าง ที่เป็นเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำมีการดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง เกิดความเสียหายมูลค่าเท่าไหร่  

"มีหลายคำถามต่อ ทร. ประเด็นแรกที่สหภาพยุโรปหรืออียู มีข้อตกลงห้ามส่งยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศจีน ก่อนลงนามปี 2560 มีการทำหนังสือขอการยืนยันจากประเทศจีนหรือ CSOC ว่ามีปัญหาหรือไม่หรือการลงนามสัญญามีความหละหลวม

สองคือความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่แค่ 7,000 ล้าน เสียหายไปเท่าไหร่

สามต้องคุยในรายละเอียดสัญญาขอคืนเงินได้ไหม

วันนี้นายสุทินให้สัมภาษณ์ว่าจะเปลี่ยนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เดิมเปลี่ยนเป็นปุ๋ย ล่าสุดเปลี่ยนเป็นฟริเกต ก่อนที่จะรู้ไปแลกกับอะไร ในสัญญาขอคืนเงินได้ไหม เรื่องนี้กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือต้องบอกประชาชนก่อน  และค่าปรับในรายละเอียดสัญญาเป็นอย่างไร ขอแนะในฐานะกัลยาณมิตรให้พูดตรงๆ"  วิโรจน์ กล่าว 

วิโรจน์ ยังกล่าวว่า หากไทยเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกตสามารถทำให้ไทยไม่เสียเปรียบในสัญญาได้และเชื่อว่าทางจีนไม่มีแนวคิดที่จะเอาเปรียบไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่า สเปคเรือฟริเกตมีหลายรุ่น ดาต้าลิ้งค์กับฟริเกตลำอื่นๆ มีอุปสรรคหรือไม่  

สำหรับเรือต่างสัญชาติต่างรุ่น และที่สำคัญการสำรองอะไหล่ในการบำรุงรักษาจากมีเรือรบหลายรุ่นหลากผู้ผลิต  

พร้อมฝากถามนำไปยังนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ว่าได้อ่านหนังสือปกขาวยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือหรือยัง ที่กำหนดไว้ในหน้า 17 ข้อ 36 ว่า จะสร้างกองทัพเรือที่กะทัดรัดทันสมัย ขอกองทัพเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เชื่ออาจมีโอกาสได้พูดคุยกับนายสุทิน นอกรอบเรื่องเรือดำน้ำ 

ประธาน กมธ.ทหาร เชื่อว่าหากไทยจะสรุปเปลี่ยนเป็นเรื่องฟริเกต เชื่อว่าสามารถใช้อู่ต่อเรือของไทยได้ร่วมกับเอกชน ซึ่งเป็นโอกาสการสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หรือเศรษฐศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์