‘ชพน.’ เว้นวรรค! ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งปี 69

18 ธ.ค. 2568 - 16:31

  • ‘ชพน.’ เว้นวรรค ไม่ส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งปี 69 เหตุมีหลายปัจจัยที่ไม่เอื้อให้พรรคเล็ก พร้อมเปิดทางให้ ‘อดีต สส.’ ย้ายสังกัดตามดุลยพินิจ

  • ‘สุวัจน์’ ประเมินภาพการเมือง 3 พรรคใหญ่แข่งดุเดือด เหตุชิงการนำจัดตั้งรัฐบาล

  • ด้าน ‘เทวัญ’ ยืนยันเดินหน้าลงเลือกตั้งต่อ แต่ขอหารืออดีตสส. ก่อนตัดสินใจย้ายสังกัด ‘วุฒิพงศ์’ ปัดข่าวย้ายซบ ‘กล้าธรรม’

‘ชพน.’ เว้นวรรค! ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งปี 69

การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา นัดพิเศษ ที่บ้านเลขที่ 333 ราชวิถี เพื่อหารือถึงทิศทางการทำงานของพรรคหลังจากที่มีการยุบสภา เมื่อ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา  และ กกต.เตรียมเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 

suwat-18dec25-SPACEBAR-Photo03.jpg

สำหรับบรรยากาศพบว่า มีแกนนำพรรค อาทิ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา ,นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครราชสีมา ,ประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตนายกเทศมนตรีนครราชสีมา ,เทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ,วัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา อดีตสส.บัญชีรายชื่อ ,วุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีต สส.ปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา ,เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรค เข้าร่วมประชุม

suwat-18dec25-SPACEBAR-Photo01.jpg

ก่อนการประชุม สุวัจน์ กล่าวกับที่ประชุมว่าเป็นการนัดประชุมด่วนของกรรมการบริหารพรรค เพื่อหาแนวทางในการทำงานของพรรคว่าจะไปในทิศทางไหน หลังจากยุบสภาแล้ว

suwat-18dec25-SPACEBAR-Photo04.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที  จากนั้นสุวัจน์แถลงผลประชุมว่าที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็นในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันพรรคควรตัดสินใจอย่างไร ผลดี ผลเสียและโอกาสที่จะกลับมาทำงานสส. เพื่อทำงานให้ประเทศ  ซึ่งมีข้อสรุปว่า

1.         ขณะนี้สถานการณ์การเมืองเข้มข้น ที่ผ่านมาอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่ปี 2531 ผ่านการเลือกตั้งหลายครั้ง ทุกครั้งเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ แต่รอบนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่ต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค ดังนั้นประเมินว่าการต่อสู้รอบนี้จะดุเดือด เข้มข้น จะเห็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงมีการย้ายพรรค สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงว่า เป็นการเลือกตั้งแบบการเมือง 3 ขั้ว เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ ทำให้พรรคเล็กเสียเปรียบมากยิ่งขึ้นจากเดิมที่เสียเปรียบอยู่แล้ว

2.         ในระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญทำให้พรรคเล็กเสียเปรียบ ไม่ได้ทำให้สส.บัญชีรายชื่อ 

3.         เป็นการยุบสภาแบบกะทันหัน ทำให้กระบวนการเตรียมความพร้อมไพรมารีโหวตเป็นไปแบบมีขีดเวลาจำกัด 

4.         สถานการณ์ปัจจัยภายนอกประเทศ

suwat-18dec25-SPACEBAR-Photo05.jpg

“การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และการเมืองเข้มแข็งเพียงพอสร้างความเชื่อมั่นที่ดีต่อระบบการเมือง รัฐบาลใหม่ ดังนั้น คำนึงถึงด้วยว่า จากนี้ไปต้องให้การเมืองเข้มแข็ง มีคุณภาพ ระบบพรรคใหญ่เข้มแข็ง จากเหตุผล พรรคชาติพัฒนาจะไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เทอมนี้ขอบายก่อน แต่พรรคยังอยู่ ส่วนอดีตสส.และแกนนำพรรคนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่จะตัดสินใจ”

สุวัจน์ แถลง

ส่วนการตัดสินใจส่วนตัว สุวัจน์ กล่าวว่า ยังป็นประธานพรรค และช่วยการเมืองท้องถิ่นที่ จ.นครราชสีมา และจะอยู่กับพรรคตามที่ พล.อ.ชาติชาญ ชุณหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาสั่งไว้  และพร้อมจะดูแลน้องๆ 

เมื่อถามถึงกระแสของการตัดสินใจที่จะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย สุวัจน์ กล่าวว่า ไม่เป็นมติพรรค แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนที่ตัดสินใจ เช่น ประสาท ตันประเสริฐ อดีต สส.นครสวรรค์ ได้ตัดสินใจไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ ฐานะเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองจะปูทางคุยกับพรรคใดให้หรือไม่ เพราะขณะนี้หลายพรรคโควตาใกล้เต็มแล้ว สุวัจน์ กล่าวว่า เชื่อว่าคนของสุวัจน์มีคุณภาพ และทำพื้นที่มาตลอด ทั้งในจ.นครราชสีมาและจ.ปราจีนบุรี ดังนั้นมั่นใจในความรู้ความสามารถและได้รับการยอมรับต่อการทำงานในพื้นที่กับประชาชน มั่นใจว่าการตัดสินใจไปอยู่ในจุดที่ได้กลับมาเป็นผู้แทน เป็นสินค้าคุณภาพ เชื่อว่าตัดสินใจได้

ส่วนประเมินว่า ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย มองว่าพรรคไหนภาษีดีกว่ากันนั้น สุวัจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งงนี้เป็นครั้งแรกที่พรรคใหญ่ 3 พรรค จะหายใจรดต้นคอ ดังนั้นคงสูสีกันหมด ทั้งนี้ ประเมินว่าทั้ง 3 พรรคอยู่ในระดับร้อย

“เป็นการเมืองที่ต่อสู้รุนแรง 3 ขั้ว ทุกคนต้องแย่งชัยชนะเป็นรัฐบาล วันนี้ต้องอยู่ในระดับ 100 เสียงและการจัดรัฐบาลเสถียรภาพและหน้าตาจะอยู่ในการบริหารจัดการของ 3 พรรคใหญ่ เป็นคนกุมชะตาตั้งรัฐบาล เพื่อสร้างเสถียรภาพและแก้ปัญหาให้ประชาชน อยู่ในมือ 3 พรรคใหญ่”

สุวัจน์ กล่าว

ส่วนจะประเมินว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน สุวัจน์ กล่าวว่า จะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเป็น สส.กลับมาให้ได้ เชื่อมั่นว่าการตัดสินใจของน้องๆ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ตัดสินใจให้เป็นสส. แต่การเป็นรัฐบาลหรือค้านเป็นจังหวะการเมืองที่ควบคุมไม่ได้

ขณะที่ เทวัญ กล่าวว่า สำหรับทิศทางของอดีตสส.ของพรรค และสมาชิกพรรคจะไปสังกัดที่ไหนนั้น ขอหารืออีกครั้ง ดังนั้นหากจะไปพรรคไหนต้องไปเป็นกลุ่มก้อน อย่างไรก็ดีในส่วนของเทวัญนั้นแม้ไม่ได้เป็น สส. แต่ยังทำงานในพื้นที่มาหลายปี และทุกคนพร้อมจะลงสมัคร

suwat-18dec25-SPACEBAR-Photo02.jpg

ด้าน วุฒิพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปสังกัดพรรคใด แม้ว่าจะมีข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะติดต่อมา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะคิดว่าเมื่อยามลำบาก พรรคชาติพัฒนาให้โอกาส ดังนั้นเมื่อพรรคไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง การย้ายไปสังกัดพรรคใด ต้องรอหารือและพร้อมไปด้วยกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์