แบบจำลอง ‘ด้อมส้ม’ ในอนาคตแห่งกาลเวลา

12 ก.ค. 2566 - 17:26

  • อีก 4 ปีข้างหน้า พ.ศ.2570 ‘ด้อมส้ม’ จะมีราว 42.32% ของจำนวนคะแนนเสียงทั้งหมด

  • อีก 12 ปีข้างหน้า พ.ศ.2578 จำนวน ‘ด้อมส้ม’ จะมีเกินครึ่งของคะแนนเสียงราว 53.52%

  • หากพรรคก้าวไกลยังมั่นคงในอุดมการณ์ และตัวแปรอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม โอกาสที่จะคว้าชัยชนะทางการเมืองจะเพิ่มขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป

TAGCLOUD_domsom_future_of_time_SPACEBAR_Thumbnail_bd37e1044b.jpeg
นับเวลาถอยหลัง เหลืออีกวันเดียว พรุ่งนี้ (13 กรกฎาคม) ก็จะถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 

ชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นตัวเต็งในฐานะแคนดิเดตและหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ได้คะแนนเสียงจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง คือรายชื่อแรกที่ควรเสนอ และได้รับตำแหน่ง 

แต่ถึงนาทีนี้ ด้วยกติกา ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกฯ และปมหุ้นสื่อ iTV ที่ยังไม่มีบทสรุป การเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศของพิธาจึงยังไม่อาจการันตีได้ 

ทว่าพิธาเชื่อมั่นว่า นี่คือเก้าอี้ที่คนที่ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด มีสิทธิอันชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย 
INFO_01_1_e393a848da.jpeg
“ผมขอส่งสารไปถึงประชาชน เราพิสูจน์แล้วว่าไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าพวกเราร่วมมือกัน วันที่ 13 กรกฎาคม ผมพร้อมเป็นนายกฯ ของทุกคน ขอให้พิธาได้รับใช้ประชาชนทุกคน” 

พิธา ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อช่วงสายวันจันทร์ที่ผ่านมา (10 กรกฎาคม) ด้วยน้ำเสียงของความเชื่อมั่นและความหวัง “ถ้าเราตัดสินใจถูกต้อง ให้โอกาสประเทศไทยอยู่กับอนาคต ประเทศไทยจะเจริญไม่เป็นสองรองใคร แต่ถ้าเราฝืนมติประชาชน ทำให้ความไม่ปกติของการเมืองไทยคงอยู่ต่อไป ผมไม่รู้ว่าโอกาสทองแบบนี้จะมาอีกครั้งเมื่อไร” 
TAGCLOUD_domsom_future_of_time_SPACEBAR_Photo01_e1ceaf8562.jpeg
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยกับผู้สนับสนุนที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนการลงคะแนนเสียงของรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไปในวันที่ 13 กรกฎาคม. (AFP)
กติกาการโหวตเลือกนายกฯ จะต้องมีเสียงโหวตเกินกึ่งหนึ่งของเสียง ส.ส. และ ส.ว. รวมกัน หรือ 376 เสียง 

ตอนนี้พรรคก้าวไกลและ 8 พรรคร่วมฯ มัดรวมได้ 312 เสียง 

ยังขาดอีก 64 เสียง ซึ่งคาดว่าต้องอาศัยเสียงจาก ส.ว. เพื่อให้พิธาถึงเส้นชัยในการเป็นนายกรัฐมนตรี (ถ้าปมหุ้น iTV ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ‘พิธาไม่ผิด’) 

สมมติว่ามีอุบัติเหตุให้พิธาไม่ได้เป็นนายกฯ และก้าวไกลไม่ได้ตั้งรัฐบาล ชัยธวัช ตุลาธน กุนซือพรรคก้าวไกลพูดเป็นนัยทำนองว่า ถ้าเกิดขึ้นจริง ก้าวไกลยังรอได้ 
TAGCLOUD_domsom_future_of_time_SPACEBAR_Photo02_3b158aa49e.jpeg
ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (คนซ้ายสุด) ในวันมารายงานตัวกับรัฐสภา. (AFP)
“คงไม่แลกหรือทำอะไรทุกอย่าง เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล ไม่ได้อยู่ในความคิดของเรา เราทำพรรคอนาคตใหม่มาถึงพรรคก้าวไกลไม่ได้เพื่อชนะเลือกตั้งมาแชร์อำนาจ พรรคเหล่านี้มีเยอะพออยู่แล้ว ...ถ้าเช่นนั้นไม่ต้องมีพรรคก้าวไกลดีกว่า” 

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น เดือนมีนาคม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล เคยให้สัมภาษณ์กับ ปรัชญา นงนุช เหยี่ยวสาวการเมือง SPACEBAR ในรายการ คุยฟ้าฝ่า Spotlight ว่าการทำงานการเมืองสร้างพรรคการเมืองต้องใช้เวลา 

ปรัชญา: เล่นเกมยาว? 

ธนาธร: ใช่ 

ปรัชญา: แม้ว่ารอบนี้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล 

ธนาธร: คุณคิดว่าสร้างพรรคการเมืองใช้เวลากี่ปี? 

ปรัชญา: เป็นสิบยี่สิบปีในการสร้าง 

ธนาธร: (พยักหน้า) ผมพูดตั้งแต่ตั้งพรรคมาแรกๆ (ชูสามนิ้ว) 3 สมัย 3 การเลือกตั้ง



การมาถึงของพรรคก้าวไกล (อดีตพรรคอนาคตใหม่) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้การเมืองไทยมหาศาล ตั้งแต่การนำเสนอประเด็นที่แหลมคม การทำลายสถิติพรรคไร้พ่ายของเพื่อไทย จนมาถึงการครองใจคนรุ่นใหม่ โดยมี "ด้อมส้ม" เป็นฐานเสียงกลุ่มใหญ่ 

สมมติว่า ในพ.ศ.2566 พิธาไม่ได้เป็นนายกฯ และก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล (ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดในระบอบประชาธิปไตย) แล้วรออีกสมัย (เหมือนที่ธนาธรให้สัมภาษณ์) หรือสองสมัย หรือมากกว่านั้น ความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะได้นำประเทศมีโอกาสแค่ไหน 

SPACEBAR ได้ลองทำแบบจำลองอย่างง่ายๆ ด้วยการตั้งสมมติฐานว่า "ด้อมส้ม" ส่วนใหญ่เป็นคน GEN Y (เกิด พ.ศ.2524-2539: อายุระหว่าง 26-41 ปี) และ GEN Z (เกิด พ.ศ.2540-2555: อายุระหว่าง 10-25 ปี) และคาดว่าตัวแปรต่างๆ ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล และยังไม่มีพรรคการเมืองก้าวขึ้นมาเสนอแนวคิดใหม่ท้าชิง ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นตอนนี้ราวกับเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าอย่างซื่อสัตย์ 

มาลองดูกันว่า ‘ด้อมส้ม’ หรือฐานแฟนของพรรคก้าวไกลจะมีขนาดเท่าไหร่ เมื่อคนแต่ละรุ่นถึงคราวผลัดเปลี่ยนไปตามสายธารกาลเวลา 
INFO_02_1_717de0364f.jpeg
จากแบบจำลอง SPACEBAR ได้วางฉากทัศน์ถึงการเลือกตั้งในอนาคตอีก 3 สมัย (พ.ศ.2570, 2574, 2578) ‘ด้อมส้ม’ ที่เป็นฐานเสียงของพรรคก้าวไกลที่เราตั้งสมมติฐานว่าเป็นคนรุ่นใหม่ จะเพิ่มขึ้นแค่ไหน โดยคิดจากสถิติประชากรไทย พ.ศ.2565 และจำนวนคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 75% (สถิติคนมาเลือกตั้ง พ.ศ.2566) แล้วหักลบค่าความแปรปรวนที่หมายถึงคนบางส่วนอาจไม่ได้เป็นด้อมส้มออกอีก 5% 
INFO_03_1_2f256dc45c.jpeg
ผลลัพธ์จากแบบจำลองจะเห็นว่า จำนวน ‘ด้อมส้ม’ จะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ จำนวนจะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ภายใต้เงื่อนไขว่าพรรคก้าวไกลยังเป็นพรรคในใจของคนรุ่นใหม่ 

กลับมาที่ พ.ศ.2566 อนาคตของพิธาและพรรคก้าวไกลจะออกหัวหรือก้อย ยังยากจะคาดเดา พวกเขาจะได้ขึ้นมานำหรือไม่ หรือต้องรออีกหนึ่งสมัยเพื่อนั่งนายกฯ และเป็นรัฐบาล คงต้องติดตามกันต่อไป 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์