แม้สถานการณ์ฝุ่นของกรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มที่ลดลงและดีขึ้น แต่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลับยังเผชิญกับฝุ่นพิษนี้อย่างหนักเป็นระยะเวลาหลายวันและไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเร็วๆ นี้
โดยค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากเรื่องของพื้นที่และจุดกระจายความร้อนในประเทศและรอบข้างอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่หลายแหล่งได้ระบุไว้ว่าวิกฤตนี้คือความล้มเหลวของรัฐบาลไทยและอาเซียนในการจัดการมลพิษทางอากาศ
โดยค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากเรื่องของพื้นที่และจุดกระจายความร้อนในประเทศและรอบข้างอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่หลายแหล่งได้ระบุไว้ว่าวิกฤตนี้คือความล้มเหลวของรัฐบาลไทยและอาเซียนในการจัดการมลพิษทางอากาศ

SPACEBAR จึงชวนส่องนโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นี้ว่าพรรคไหนชูนโยบายเรื่องฝุ่นแบบแก้ปัญหาได้ตรงจุดและดูจะสามารถแก้ได้อย่างรวดเร็ว โดยแต่ละพรรคก็มีนโยบบายและไอเดียการจัดการที่แตกต่างกัน ดังนี้

พรรคเพื่อไทย
“เพื่อไทย” ยกปัญหาฝุ่น เทียบเท่าโควิด-19 โดยมีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียเป็นลำดับที่สอง เพราะมีการจัดเสวนาและแถลงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังรวมถึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย PM 2.5 โดยมอบหมายให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นประธานคณะกรรมการฯ โดยยืนยันว่า ต้องยกระดับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้เทียบเท่ากับโควิด-19 และหากได้เป็นรัฐบาลจะใช้เวลา 5 ปีในการแก้ปัญหานี้
พรรคก้าวไกล
แม้พรรคก้าวไกลจะถูกพูดถึงเป็นลำดับที่ 3 แต่ก็มีนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนเข้มข้น โดยคำถามสำคัญจากวงพูดคุย เกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เวทีพบปะประชาชนที่จ.น่าน เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ตอบคำถามเรื่องนี้โดยระบุว่าปัญหาฝุ่น่น PM 2.5 เป็นปัญหาที่มีต้นตอจากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ หากเป็นเขตเมือง มักเกิดจากรถยนต์ โรงงาน และการก่อสร้าง ส่วนในพื้นที่ชนบทมักเกิดจากการเผาไหม้จากภาคเกษตร การใช้พลังงานถ่านหิน หรือการเผาป่าที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ สาเหตุเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันมายาวนาน แต่การแก้ไขปัญหาไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะโครงสร้างอำนาจที่มีปัญหา

พรรคพลังประชารัฐ
(24 มี.ค.) ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยบนเวทีย่อยโซนกรุงเทพฯ เหนือ”พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ” ที่ศูนย์เยาวชนหลักสี่ การเคหะท่าทราย ว่าพรรคพลังประชารัฐต้องการมอบอากาศสะอาด น้ำบริสุทธิ์ เศรษฐกิจดี ต้องควบคู่กับสุขภาพที่ดีให้กับชาว กทม.โดยสิ่งที่ต้องการแก้ไขคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะปัจจุบันคนกรุงเทพต้องเผชิญกับอากาศที่ไม่ปลอดภัย เป็นพิษกับผู้สูงวัย เด็กเล็ก และผู้ป่วย ซึ่งฝุ่นพิษเกี่ยวข้องกับหลายเรื่องทั้งเรื่องผังเมืองที่อาจจะต้องแก้ไข ต้นไม้ที่อาจจะต้องปลูกเพิ่ม บางพื้นที่ก็เป็นพื้นที่ที่อากาศปิด ต้องพิจารณาว่า จะต้องติดเครื่องฟอกอากาศยักษ์เหมือนปักกิ่งโมเดล โดยพรรคพลังประชารัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้บรรจุยุทธวิธีแก้ไขปัญหานี้ในนโยบายของพรรคแล้ว โดยพร้อมทำทันที เพื่อนำอากาศบริสุทธิ์กลับคืนมาให้กับชาว กทม.

พรรคภูมิใจไทย
(27 มี.ค ) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการรับมือและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ประชาชนวิจารณ์รัฐบาลไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมเรื่องการรักษาพยาบาลและดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้งได้สั่งเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลโรคระบบทางเดินหายใจ
พรรคประชาธิปัตย์
( 13 มี.ค. ) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงถึงแนวทางการประกาศสงครามกับปัญหามลพิษ และฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการกำหนดเขตควบคุมมลพิษใจกลางเมือง 16 เขต โดย นายองอาจกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นความสำคัญของปัญหาฝุ่น PM 2.5 จึงพยายามหามาตรการและแนวทางต่าง ๆ เพื่อแก้ไข
พรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้ Sentiment ของพรรครวมไทยสร้างชาติจะถูกแสดงความคิดเห็นและถูกพูดถึงมากที่สุดในเรื่องฝุ่น PM 2.5 แต่เราก็พบว่าเป็นการพูดถึงในเชิง Negative มากกว่าการเห็นนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของฝุ่นจากพรรคนี้ เช่น ข่าวที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างไม่ใช่ข่าวของนโยบายหรือวิธีการแก้ปัญหา แต่เป็นข่าวการ “ไม่มีนโยบายแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง” ที่ถูกชูขึ้นมาเลยต่างหากจนเกิดเป็นข่าว “ตัวแทนภาคประชาชนยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สั่งแก้ปัญหา PM 2.5” มาแทน โดย Content ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ยังมีคลิปของนักข่าวจากข่าวสดที่พยายามจะถามเรื่องปัญหาฝุ่นและหมอกควัน แต่พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบว่า “สนใจการพัฒนากองทัพบ้างนะ ไม่ใช่สนใจเรื่องการเมืองอย่างเดียว” ซึ่งคลิปนี้ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ได้เคยให้ความเห็นเรื่องฝุ่นควันไว้ในคลิปรายการของเช้านี้หมอชิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคมไว้ว่า “ต้องขอร้องประชาชนว่าอย่าเผาเลยเถอะ เผาวัชพืชบ้างอะไรบ้าง ก้นบุหรี่บ้าง คือถ้าทุกคนช่วยกันมันเอาอยู่แน่นอน”ติดตามคอนเทนต์เลือกตั้งได้ในแคมเปญ SPACEBAR DATA VOTERS ฟังเสียงคนไทย เลือกตั้ง 66 ได้ที่นี่ datavoters2023




