เรื่องฝุ่นใครจะแก้ได้เร็ว? ส่องนโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของแต่ละพรรค

7 เม.ย. 2566 - 10:56

  • SPACEBAR จึงชวนส่องนโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นี้ว่าพรรคไหนชูนโยบายเรื่องฝุ่นแบบแก้ปัญหาได้ตรงจุดและดูจะสามารถแก้ได้อย่างรวดเร็ว โดยแต่ละพรรคก็มีนโยบบายและไอเดียการจัดการที่แตกต่างกัน

TAGCLOUD_pm2_5_policy_SPACEBAR_Thumbnail_015f549ffb.jpeg
แม้สถานการณ์ฝุ่นของกรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มที่ลดลงและดีขึ้น แต่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลับยังเผชิญกับฝุ่นพิษนี้อย่างหนักเป็นระยะเวลาหลายวันและไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเร็วๆ นี้  

โดยค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากเรื่องของพื้นที่และจุดกระจายความร้อนในประเทศและรอบข้างอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่หลายแหล่งได้ระบุไว้ว่าวิกฤตนี้คือความล้มเหลวของรัฐบาลไทยและอาเซียนในการจัดการมลพิษทางอากาศ 
INFO_TAGCLOUD_pm2_5_policy_Cover_02_2cf53754a6.jpeg
SPACEBAR จึงชวนส่องนโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นี้ว่าพรรคไหนชูนโยบายเรื่องฝุ่นแบบแก้ปัญหาได้ตรงจุดและดูจะสามารถแก้ได้อย่างรวดเร็ว โดยแต่ละพรรคก็มีนโยบบายและไอเดียการจัดการที่แตกต่างกัน ดังนี้ 
INFO_TAGCLOUD_pm2_5_policy_INFO_01_8f8cc376b3.jpeg

พรรคเพื่อไทย 

“เพื่อไทย” ยกปัญหาฝุ่น เทียบเท่าโควิด-19  โดยมีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียเป็นลำดับที่สอง เพราะมีการจัดเสวนาและแถลงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังรวมถึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย PM 2.5 โดยมอบหมายให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นประธานคณะกรรมการฯ โดยยืนยันว่า ต้องยกระดับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้เทียบเท่ากับโควิด-19 และหากได้เป็นรัฐบาลจะใช้เวลา 5 ปีในการแก้ปัญหานี้
INFO_TAGCLOUD_pm2_5_policy_INFO_02_accce2b328.jpeg

พรรคก้าวไกล

แม้พรรคก้าวไกลจะถูกพูดถึงเป็นลำดับที่ 3 แต่ก็มีนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนเข้มข้น โดยคำถามสำคัญจากวงพูดคุย เกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เวทีพบปะประชาชนที่จ.น่าน เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 
 
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ตอบคำถามเรื่องนี้โดยระบุว่าปัญหาฝุ่น่น PM 2.5 เป็นปัญหาที่มีต้นตอจากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ หากเป็นเขตเมือง มักเกิดจากรถยนต์ โรงงาน และการก่อสร้าง ส่วนในพื้นที่ชนบทมักเกิดจากการเผาไหม้จากภาคเกษตร การใช้พลังงานถ่านหิน หรือการเผาป่าที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ สาเหตุเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันมายาวนาน แต่การแก้ไขปัญหาไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะโครงสร้างอำนาจที่มีปัญหา
Microsoft_Teams_image_01786268af.jpeg

พรรคพลังประชารัฐ 

(24 มี.ค.) ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยบนเวทีย่อยโซนกรุงเทพฯ เหนือ”พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ” ที่ศูนย์เยาวชนหลักสี่ การเคหะท่าทราย ว่าพรรคพลังประชารัฐต้องการมอบอากาศสะอาด น้ำบริสุทธิ์ เศรษฐกิจดี ต้องควบคู่กับสุขภาพที่ดีให้กับชาว กทม. 
โดยสิ่งที่ต้องการแก้ไขคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะปัจจุบันคนกรุงเทพต้องเผชิญกับอากาศที่ไม่ปลอดภัย เป็นพิษกับผู้สูงวัย เด็กเล็ก และผู้ป่วย ซึ่งฝุ่นพิษเกี่ยวข้องกับหลายเรื่องทั้งเรื่องผังเมืองที่อาจจะต้องแก้ไข ต้นไม้ที่อาจจะต้องปลูกเพิ่ม บางพื้นที่ก็เป็นพื้นที่ที่อากาศปิด ต้องพิจารณาว่า จะต้องติดเครื่องฟอกอากาศยักษ์เหมือนปักกิ่งโมเดล โดยพรรคพลังประชารัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้บรรจุยุทธวิธีแก้ไขปัญหานี้ในนโยบายของพรรคแล้ว โดยพร้อมทำทันที เพื่อนำอากาศบริสุทธิ์กลับคืนมาให้กับชาว กทม.
INFO_TAGCLOUD_pm2_5_policy_INFO_04_8dcf1ca1be.jpeg

พรรคภูมิใจไทย 

(27 มี.ค ) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการรับมือและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ประชาชนวิจารณ์รัฐบาลไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมเรื่องการรักษาพยาบาลและดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้งได้สั่งเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลโรคระบบทางเดินหายใจ
INFO_TAGCLOUD_pm2_5_policy_INFO_05_5d82bdecff.jpeg

พรรคประชาธิปัตย์ 

( 13 มี.ค. ) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงถึงแนวทางการประกาศสงครามกับปัญหามลพิษ และฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการกำหนดเขตควบคุมมลพิษใจกลางเมือง 16 เขต โดย นายองอาจกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นความสำคัญของปัญหาฝุ่น PM 2.5 จึงพยายามหามาตรการและแนวทางต่าง ๆ เพื่อแก้ไข
INFO_TAGCLOUD_pm2_5_policy_INFO_06_fdda27912e.jpeg

พรรครวมไทยสร้างชาติ 

แม้ Sentiment ของพรรครวมไทยสร้างชาติจะถูกแสดงความคิดเห็นและถูกพูดถึงมากที่สุดในเรื่องฝุ่น PM 2.5 แต่เราก็พบว่าเป็นการพูดถึงในเชิง Negative มากกว่าการเห็นนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของฝุ่นจากพรรคนี้ เช่น ข่าวที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างไม่ใช่ข่าวของนโยบายหรือวิธีการแก้ปัญหา แต่เป็นข่าวการ “ไม่มีนโยบายแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง” ที่ถูกชูขึ้นมาเลยต่างหากจนเกิดเป็นข่าว “ตัวแทนภาคประชาชนยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สั่งแก้ปัญหา PM 2.5” มาแทน โดย Content ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ยังมีคลิปของนักข่าวจากข่าวสดที่พยายามจะถามเรื่องปัญหาฝุ่นและหมอกควัน แต่พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบว่า “สนใจการพัฒนากองทัพบ้างนะ ไม่ใช่สนใจเรื่องการเมืองอย่างเดียว” ซึ่งคลิปนี้ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ได้เคยให้ความเห็นเรื่องฝุ่นควันไว้ในคลิปรายการของเช้านี้หมอชิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคมไว้ว่า “ต้องขอร้องประชาชนว่าอย่าเผาเลยเถอะ เผาวัชพืชบ้างอะไรบ้าง ก้นบุหรี่บ้าง คือถ้าทุกคนช่วยกันมันเอาอยู่แน่นอน”

ติดตามคอนเทนต์เลือกตั้งได้ในแคมเปญ SPACEBAR DATA VOTERS ฟังเสียงคนไทย เลือกตั้ง 66 ได้ที่นี่ datavoters2023

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์