หลัง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช ที่พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลานพระบรมรูปทรงม้า
ก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวได้ถาม นายกรัฐมนตรี ถึงข้อเสนอของภาคประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ต่ออายุคดีสลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ ที่จะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดย นายกฯ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ขอไปก่อนนะคะ
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ที่ถูกถามในประเด็นนี้เช่นกัน ระบุว่า เรื่องนี้ต้องไปถาม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เพราะการจะออกกฏหมายต้องมีการศึกษาก่อนว่าทำได้หรือไม่ และส่วนตัวมองงว่า อายุความมีศักดิ์เป็นกฎหมาย แล้ว พ.ร.ก. จะใหญ่กว่ากฎหมายได้อย่างไร ย้ำเรื่องนี้ต้องไปถามภูมิธรรม
ส่วนประเด็นที่ พ.ต.อ.ทวี เคยให้สัมภาษณ์เรื่องคดีตากใบ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า หวังจะมีปาฏิหาริย์ หมายความว่าอย่างไร พ.ต.อ.ทวี อธิบายว่า เมื่อเราตั้งใจทำงานอะไรด้วยความพยายามก็อาจจะประสบผลสำเร็จได้ แต่ไม่ได้มีความหมายหรือสัญญาณอะไร เพียงแค่รับทราบจากฝ่ายสืบสวนว่า มีการไปพิสูจน์ทราบถึงที่อยู่แล้ว แต่ยังไม่พบตัวตอนนี้ยังไม่ได้หมดหวัง ยังมีเวลาต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องนี้ตะกระทบกับฐานเสียงพรรคประชาชาติหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า ยังไม่กังวลเรื่องฐานเสียง ต้องกังวลเรื่องความยุติธรรมก่อน เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม แต่การรื้อฟื้นคดีก่อนขาดอายุความก็มีการมาเริ่มเอาในปีสุดท้าย คือช่วงเดือนมกราคม 2567 แต่ความพยายามของกระบวนการยุติธรรมก็ทำไปจนกระทั่งมีหมายจับ
พร้อมยอมรับในนามของผู้ปฏิบัติก็มีความกังวล เพราะอายุความเหลือน้อย ส่วนการหลบหนีก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเขาเห็นช่องว่างของอายุความที่ใกล้หมด ซึ่งมีหลายกรณีที่หลบหนีไปจนคดีหมดอายุความ จึงเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และหากคดีนหมดอายุความ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน ก็ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งเข้าใจว่าญาติของผู้เสียหายเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปทำร้ายผู้ต้องหา เพียงแค่ต้องการความเป็นธรรมให้ผู้ที่สูญเสีย
“ขอย้ำว่า คดีตากใบผ่านมาหลายรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลนี้มีความรับผิดชอบด้วยซ้ำที่ไม่อยากให้คดีนี้ขาดอายุความ จึงได้รื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เราไม่สามารถไปแทรกแซงศาลและอัยการได้ โดยในมุมของประชาชนที่ฟ้องร้องคดีก็จะมีความภูมิใจว่าครั้งหนึ่งเคยออกหมายจับอดีตแม่ทัพได้ เพราะที่ผ่านมาญาติพี่น้องผู้สูญเสียเคยถูกออกหมายจับอย่างเดียว แต่วันนี้เขาคืนความเป็นธรรมด้วยการทำให้กระบวนการยุติธรรมออกหมายจับฝ่ายราชการได้”
— พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี ยังระบุว่า หากมีช่องทางใดที่รัฐบาลสามารถทำได้ก็จะทำ รวมถึงข้อเสนอที่ให้ออก พ.ร.ก. พบว่าหากออก พ.ร.ก.จะยืดอายุความแค่ 8 คน หรือทั้ง 4,000 คน หรือผู้ที่ไม่ออกหมายจับอีกเป็นแสนคน จึงอาจถูกมองว่าเป็นการออกกฏหมายเพื่อใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่ แต่หากรัฐบาลทำได้ก็อยากทำ
ส่วนข้อสังเกตว่าอาจมีผู้ต้องหาหลบหนีไปประเทศลาว พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า การตามจับผู้ต้องหาในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เช่นกรณีของแป้งนาโหนด ที่กระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปช่วยสนับสนุนข้อมูล แต่ในกรณีของคดีตากใบ ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่าผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการ ผู้บังคับบัญชาควรนำตัวมาให้
เมื่อถามว่าภาคประชาสังคมอาจนำเรื่องนี้ไปฟ้องต่อศาลระหว่างประเทศ พ.ต.อ.ทวี มองว่า ต้องขอชื่นชมประชาชนทุกภาคส่วน เพราะเรื่องความยุติธรรมเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ รัฐบาลไม่มีความกังวลแต่อย่างใด เพราะรัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือใคร และไม่มีอคติในการช่วยเหลือใคร อีกทั้งยังต้องการให้ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเรายึดหลักว่าใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเป้าหมายหลักสุดท้าย




