สำหรับคนที่ติดตามการเมืองไทย วันที่ 26 กรกฎาคมของทุกปี มักเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ชื่อของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ กลับมาอยู่บนหน้าสื่อในฐานะ ‘วันคล้ายวันเกิด’ ของอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 โดยปี 2569 ‘ทักษิณ’ มีอายุครบ 77 ปี แต่วันเกิดครั้งนี้ไม่ได้ถูกจับตาเพียงเพราะตัวเลขของอายุ หากยังเป็นช่วงเวลาที่เขาเดินทางกลับประเทศไทยมาเกือบ 3 ปี ช่วงเวลาที่ชีวิตดำเนินอยู่บนสองเส้นขนานที่แทบไม่เคยแยกจากกัน นั่นคือ ‘การเมือง’ และ ‘กระบวนการยุติธรรม’
เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ ‘ทักษิณ’ แทบไม่เคยหายไปจากหน้าสื่อ แม้หลายช่วงเวลาจะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่ทุกการปรากฏตัว ทุกคำให้สัมภาษณ์ และทุกความคืบหน้าของคดีความ ล้วนกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตา และถูกตีความเชื่อมโยงกับทิศทางการเมืองไทยอยู่เสมอ ราวกับว่าเส้นแบ่งระหว่าง ‘ตัวบุคคล’ กับ ‘ภูมิทัศน์การเมือง’ ยังคงแยกออกจากกันได้ยาก
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย หลังใช้ชีวิตในต่างประเทศยาวนานกว่า 15 ปี โดยยืนยันว่า ‘การกลับบ้านครั้งนี้' เป็นไปตามฤกษ์ที่กำหนดไว้ ไม่เกี่ยวข้องกับการลงมติเลือก ‘นายกรัฐมนตรี' ในวันเดียวกัน แม้จังหวะเวลาจะทำให้ทั้งสองเหตุการณ์ถูกพูดถึงควบคู่กัน
ความจำของผู้คนในจังหวะที่ ‘ทักษิณ’ ก้าวลงพื้นท่าอากาศยานดอนเมือง คือ การถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ และการพบครอบครัว สมาชิกพรรคเพื่อไทย และมวลชนคนเสื้อแดงที่เดินทางมารอต้อนรับ ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที โดยการถูกนำตัวไปยังศาลฎีกา และส่งต่อเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาในคดี
ในคืนเดียวกัน แพทย์ราชทัณฑ์ได้มีความเห็นให้ส่งตัว ‘ทักษิณ’ ไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังมีอาการนอนไม่หลับ แน่นหน้าอก และความดันโลหิตสูง ซึ่งการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ กลายเป็นที่ของการตั้งข้อสังเกตร่วมของถูกสังคม ในมิติความเสมอภาคของกระบวนการยุติธรรม มีการใช้เสียดสีทางการเมืองต่างๆ เช่น ‘เทวดาชั้น 14’ ทำให้อาการป่วยของเขา ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสุขภาพ หากแต่ค่อยๆ ขยายวงไปสู่กลายประเด็นการเมือง ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลานั้น
การถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของการ ‘ข้ามขั้ว’ ของ ‘พรรคเพื่อไทย’ และการอยู่รักษาตัวนอกเรือนจำของ ‘ทักษิณ’ กลายเป็นเรื่องที่ถูกผสมโรง จนทำให้ ‘ขบวนการเสื้อแดง’ และแฟนคลับของพรรค ในปีกต่างๆ มีท่าทีออกห่างและหายไป ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผลการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ของ ‘พรรคสีแดง’ ตกต่ำลง
ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งให้กลับไปรับโทษในเรือนจำอีกครั้ง และได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เดินทางกลับ ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ หลังรับโทษประมาณ 8 เดือน พร้อมเงื่อนไขคุมประพฤติที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ก่อนที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ส่งผลให้พ้นโทษโดยสมบูรณ์ และมีการถอดอุปกรณ์ EM ในเวลาต่อมา
เมื่อมองภาพรวมตลอดเกือบ 3 ปี หลังกลับประเทศไทย จะเห็นว่า ‘จังหวะชีวิต’ ของ ‘ทักษิณ’ ถูกกำหนดปัจจัยหลายประการ ขณะเดียวกัน ทุกความเคลื่อนไหวของเขาก็ยังส่งแรงสะเทือนไปถึงการเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็นต่อประเด็นสาธารณะ การพบปะนักการเมือง หรือผู้นำระดับนานาชาติ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้ทักษิณจะไม่ได้กลับมาในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็กลับมาในฐานะบุคคลที่ทุกความเคลื่อนไหวยังคงมีนัยต่อภูมิทัศน์การเมืองไทย และยังถูกตีความผ่านบริบททางการเมืองแทบทุกครั้ง
ขณะที่ในวันนี้ 26ก.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 77 ปี กลุ่มผู้สนับสนุนและคนเสื้อแดง ที่อาจจะดูเจือจางลงไปบ้าง ก็ยังแสดงความตั้งใจ - บ้างนัดหมายเลือกจัดกิจกรรมในรูปแบบเรียบง่าย เน้นการทำบุญ สืบดวงชะตา และเป่าเค้กวันเกิด แทนการจัดงานเฉลิมฉลองขนาดใหญ่เช่นในอดีต อีกเหตุผลสำคัญคือ ‘ทักษิณ’ วางบทบาทโลว์โปร์ไฟล์ แต่เปิดให้ ‘คนเพื่อไทย’ เข้าอวยพรวันเกิดเท่านั้น
จาก ‘เวทีชุมนุมขนาดใหญ่’ สู่การรวมตัว ‘เชิงสัญลักษณ์’ ที่เน้นการแสดงออกถึง ‘ความผูกพัน’ มากกว่า ‘พลังทางการเมือง’ ในแง่หนึ่งก็สะท้อนถึง ‘วัฏจักรการเมือง’ ในแต่ละช่วง ที่มีขึ้น-มีลง
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจปฏิเสธ ได้ว่า ในวัย 77 ปี ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังคงถูกจับตา และไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขอายุ หากเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านต่างๆ มาตลอดเกือบ 3 ปี ชื่อของเขายังคงเป็นหนึ่งใน ‘ตัวแปรสำคัญ’ ของการเมืองไทย และยังถูกคงจับตาทุกครั้งที่ก้าวเดิน ไม่ว่าจะอยู่ใน ‘สถานะ’ ใดก็ตาม




