ภายหลังร่วมงานครบรอบ 75 ปีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวสะพัดขึ้นเรือยอร์ชจาก จ.ภูเก็ต ไปเกาะหลีเป๊ะ เพื่อคุยนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซียกลางทะเลช่วงแนวเขตประเทศไทย โดยทักษิณ พยักหน้ารับ พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “คุยกันแล้วเรียบร้อยดี”
ทั้งนี้ ทักษิณ ได้กล่าวเพิ่มเติมในภายหลังว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ได้พูดคุยเรื่องสถานการณ์ในภาคใต้ เรื่องอาเซียนและเมียนมาร์ รวมถึงสถานการณ์ของโลก หลังจากที่โลกได้เปลี่ยนแปลงไป โดยได้พูดคุยกันเยอะ โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศไทย อีกทั้งตอนนี้อาเซียนต่างคนต่างอยู่ จึงอยากให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง รวมกันเป็นหนึ่งและเป็นพลังของ 700 ล้านคน ให้มีพลังมากกว่าเดิม ถ้าไม่เช่นนั้นจะเป็นพลังของประเทศไทยกว่า 70 กว่าล้านและมาเลเซีย 20 กว่าล้าน การจะทำให้รวมกันจะทำให้เป็นพลังรวมกันได้ก็ต่อเมื่อร่วมไม้ร่วมมือกัน เป็นนโยบายรวมของอาเซียน
นอกจากนี้ ทักษิณ ยังกล่าวอีกว่า หลังกลับเข้ามาในประเทศไทยและใช้ชีวิตได้หนึ่งปีกว่า ว่าวันนี้เป็นห่วงเรื่องสื่อมวลชน เพราะหากสื่อไปขยายข่าวมากเกินไปจากเนื้อหาที่แท้จริง ซึ่งการอธิบายข่าวเป็นเรื่องที่ดี แต่การขยายข่าว บางทีอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด เพราะหากสื่อไปขยายข่าวมากเกินไปจากเนื้อหาที่แท้จริง ซึ่งการอธิบายข่าวเป็นเรื่องที่ดี แต่การขยายข่าวบางทีอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ ไม่อยากให้สื่อไปชี้นำสังคมด้วยอารมณ์หรือความรู้สึกของตนเอง อยากให้สื่อมวลชนอยู่กับความจริง อยู่กับหลักวิชาที่ถูกต้องมากกว่าอยู่ด้วยอารมณ์และความชอบไม่ชอบ

ขณะที่ Facebook ของนายกฯ มาเลเซีย ก็ได้โพสต์ภาพคู่กับ ทักษิณ พร้อมระบุว่า ได้พบกับเพื่อนที่ดีและอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเมื่อวานนี้ และได้พูดคุยกันอย่างกว้างขวางในหลายประเด็นสำคัญ รวมถึงบทบาทในฐานะที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการให้กับประธานอาเซียน
โดยการพูดคุยเน้นไปที่ประเด็นสำคัญในระดับภูมิภาค ได้แก่ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ การสร้างสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และการแก้ไขวิกฤตการณ์ในเมียนมา
เครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางและความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นของ ทักษิณ ในภูมิภาคนี้ เปิดโอกาสสำคัญให้มาเลเซียและอาเซียนสามารถเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ได้หารือเกี่ยวกับวิธีการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเลเซียและไทย ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ให้ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการรวมตัวในภูมิภาคที่ได้แบ่งปันกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย
นายกฯ มาเลเซีย ระบุอีกว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งคู่มีความเชื่อร่วมกันว่า มาเลเซียและไทยสามารถสร้างความสำเร็จร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่เพื่อประเทศของเราเท่านั้น แต่เพื่อภูมิภาคโดยรวม เรามุ่งมั่นที่จะทำให้วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นความจริง




