พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกขอเวชระเบียนจากโรงพยาบาลตำรวจถึง 3 ครั้ง แต่กลับไม่ได้รับว่า เรายินดีและยืนยันว่า ราปฏิบัติตามกฎหมาย สังคมอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากในเรือนจำมี 3 ความเข้าใจคือ 1.เรือนจำเลย 2.ในโรงพยาบาล 3.ที่คุมขังอื่น อันนี้อยู่ในกฎหมาย และกฎหมายดังกล่าวถูกแก้ในสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป้าหมายเพื่อต้องการลดความแออัด แต่ไม่ว่าอยู่ที่ใด เราจะปฏิบัติเหมือนกับอยู่ในเรือนจำ
ดังนั้นจึงเชื่อว่า ทางเรือนจำจะส่งหลักฐานในกรณีของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปให้ ซึ่งไม่มีสักนาทีที่ทักษิณออกจากห้องรักษาตัว เช่นเดียวกับนักโทษทั่วไปที่ออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่นๆ เช่นกัน ทั้งไปกลับและค้างคืน
และยืนยันว่า ยินดีจะให้ข้อมูล แม้แต่กรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหนังสือมา และผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยเรื่องเดียวกันผู้เสียหายคนเดียวกัน แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่าไม่มีความผิด แต่ กสม. มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ ในทางกฎหมายถ้าหน่วยงานอิสระ รับไว้ตรวจสอบ อีกองค์กรหนึ่ง ไม่ควรจะมีความเห็นต่างกัน มันอยู่ในเอกสาร แต่อย่างไรเราจะให้ความร่วมมือและพร้อมจะชี้แจง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่าง 2 หน่วยงาน จะทำให้ได้เปรียบในการชี้แจงหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบละเอียด แต่ กสม.ไม่ได้สอบ ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบเพียงพยาน และตามรายงานได้เข้าไปพบทักษิณด้วย
ทั้งนี้ การอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ถือว่าอยู่ในอำนาจของกรมราชทัณฑ์หรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การเยี่ยมอยู่ในระเบียบของการเยี่ยม เราชี้แจงไปแล้ว แต่สามารถขอหลักฐานได้ การพูดของคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่เรื่องหลักฐานนั้นสำคัญ ยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ เราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย
ส่วนได้รับรายงานว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าเยี่ยมทักษิณหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ได้รับรายงาน และเรื่องนี้เป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์




