ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารับทราบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายตอนหนึ่งว่า “ผ่านแผนพัฒนามา 16 ปี เมื่อปีที่ผ่านมามีการวิจัยพบว่าคน 3 จังหวัด มีจำนวน 2.9 ล้านคน เท่ากับ 3.2% ของจีดีพี และมีความยากจนจำนวนมาก ซึ่งงานวิจัยระบุว่าปัญหาเกิดจากแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ เพราะงบประมาณแก้ปัญหาความไม่สงบ ได้งบ 5 แสนล้านบาท แต่ประชาชนมีรายได้น้อย มีงบที่เก็บท้องถิ่นใช้ในภาคใต้เพื่อบริหาร 3-4% ส่วน 89% เป็นการสงเคราะห์โดยรัฐบาลกลาง”
การใช้งบมากเป็นเพราะความมั่นคงของรัฐไม่ใช่ความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงราย ทำให้พบว่า 3 จังหวัดชายแดนใต้ล้าหลังมาก ทั้งที่มีทรัพยากร และมีอัตราการเกิดจำนวนมาก ความท้าทายในมิติของการพัฒนาต้องทำอย่างไรให้เศรษฐกิจในภาคใต้ดีขึ้น เช่น การนำซอฟต์โลนลงไปในพื้นที่ แต่ไม่เข้าใจว่าชายแดนภาคใต้มีดอกเบี้ยไม่ได้เพราะขัดหลักศาสนา ถือว่าไม่เข้าใจ ทั้งนี้การแก้ปัญหาด้วยการพูดคุย ไม่ใช่กดทับ หรือจับผิด หากทหารนำจะถูกมองว่าเป็นการจ้องจับผิด วันนี้การพูดคุยคือทางออกและเชื่อว่าจะมีข้อยุติ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อไปว่า “แต่สิ่งที่เป็นห่วงในมิติที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดูความมั่นคง ทั้งนี้มีประเด็นที่ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ เป็นผู้เสียหาย เขาต้องสืบสวนคู่ขนาน ทราบหรือไม่ว่า พ่อของกมลศักดิ์ เป็นข้าราชการ เขาเข้าโรงเรียนนายร้อย น้องเป็นปลัดอำเภอ แต่ถูกยกระดับให้เป็นข้าศึก ให้เป็นผู้เห็นต่าง”
คนที่มารับสารภาพบอกว่า หากขจัดคนนี้แล้วจะทำให้บ้านเมืองสงบ นี่เป็นความรู้สึกของคนที่ปลุกเร้า ผมว่าเป็นอันตรายมาก และไม่ควรใช้ความมั่นคงอยู่เหนือความยุติธรรม หรือใช้กฎหมายอยู่เหนือความยุติธรรม บริบทที่เกิดกับคุณกมลศักดิ์ หากไม่สุดตามพยานหลักฐาน แล้วตัดตอนที่บุคคลซึ่งญาติของเขามาเล่าแล้วว่าใครคนสั่ง คนดำเนินการ ดังนั้นเป็นเรื่องที่ สมช. ต้องลงไปดูเพื่ออำนวยความยุติธรรม
พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า “การพูดคุยไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่การแก้ปัญหาต้องทำทางรัฐศาสตร์ คือ การกระจายอำนาจ บริหารและการปกครอง เมื่อสังคมหวาดระแวงใช้พื้นที่แห่งนี้แก้ปัญหา ปัจจุบันชายแดนภาคใต้ถูกโจมตีด้วยยาเสพติด ที่เป็นปัญหาทำลายคน ดังนั้นขอให้ช่วยขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเพราะเป็นสิ่งสำคัญ”




