‘คดีหมูเถื่อน’ ไมอืด! ยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

16 ม.ค. 2567 - 10:37

  • ‘ทวี’ ป้อง ‘ดีเอสไอ’ หลังถูกวิพากษ์ทำ ‘คดีหมูเถื่อน’ อืด

  • แจง พนง.สอบสวน ทำทั้งวันทั้งคืน บอก ‘ธรรมนัส’ ให้กำลังใจตลอด

  • ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู สาวถึงใครให้เรียกมาสอบ ยันยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

Tawee_defends_DSI_after_being_criticized_not_making_progress_in_illegal_pork_case_SPACEBAR_Hero_340625ea40.jpg

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถึงความล่าช้าในการทำคดี ‘นำเข้าหมูเถื่อน’ และข้อสังเกตถึง ‘ตัวละคร’ ในคดีนี้ที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ก็ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้โดยยืนยันว่า พนักงานสอบสวนทำคดีความทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้ทำตามความรู้สึก

ยอมรับว่าเรื่องนี้ มีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร โดยเฉพาะเรื่องปศุสัตว์ ที่สำคัญได้มีการกำชับพนักงานสอบสวนว่าให้พยานหลักฐานมันเป็นสิ่งที่พูด อย่าใช้ความรู้สึก หากสาวถึงใคร ไม่ใช่ไปดำเนินคดี แต่ให้เรียกเขามาสอบ รวมทั้งอยากให้พนักงานสอบสวนใช้ความรอบคอบ ให้ศาลเป็นผู้ออกหมายจับ

ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ แสดงความไม่ค่อยพอใจเรื่องความล่าช้าหลังจากส่งเรื่องไปนานแล้วนั้น พ.ต.อ.ทวี ก็อ้างว่า ท่านก็อยากแก้ปัญหา แต่กับผมไม่เห็นจะพูดอะไร เหมือนให้กำลังใจกันตลอด ส่วนเมื่อถามว่า หากเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีหรือนักการเมือง จะดำเนินการอย่างไร พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า “นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทำตรงไปตรงมา”

เมื่อถามต่อไปว่า จะสามารถจับตัวการใหญ่ได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ไม่ได้ตั้งธงว่าจะจับใคร ถ้าหลักฐานถึงใครก็ต้องดำเนินการ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเรา ประชาชนก็จับตามองอยู่ เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ใช่มวยล้มต้มคนดู หรือเจอตอใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ก็ระบุว่า

ไม่หรอก ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน จะเห็นว่าพอเรื่องเป็นสำนวนแล้ว พนักงานสอบสวนก็ช่วยใครไม่ได้ ถึงแม้พนักงานสอบสวนจะสั่งสำนวนอย่างไร แต่อัยการจะเป็นผู้สั่งอีกที ถ้าสำนวนไม่รอบคอบ อัยการก็จะเข้ามา โดยหลักการคือ ต้องยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่บุคคลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ และที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เกษตรกรรายย่อยได้รับการคุ้มครอง เพราะหากนำเข้าโดยหลบภาษี ไม่ได้ตรวจโรคทางปศุสัตว์ หากไปขายในร้านหมูกระทะ ก็เหมือนเป็นการทำลายตลาด

ส่วนอีกนานหรือไม่จะได้เห็นผู้กระทำความผิด พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ก็เห็นอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีตัวผู้ต้องหาจะบังคับระยะเวลาว่ากี่วัน และพนักงานสอบสวนก็ต้องมีเวลาให้อัยการพิจารณาสำนวน

ปัดกลั่นแกล้ง หลัง ‘อดีต รมว.แรงงาน’ ขู่ฟ้องกลับดีเอสไอ เหตุตั้งข้อหา ‘ค้ามนุษย์’ งานเก็บผลไม้ฟินแลนด์ ยันไม่กระทบกำลังใจเจ้าหน้าที่ ชี้ทุกอย่างยึดพยานหลักฐาน

สำหรับกรณีที่อดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ขู่ฟ้องกลับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ตั้งข้อกล่าวหา 2 อดีตรัฐมนตรี และ 2 ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีพบหลักฐานเกี่ยวข้องขบวนการส่งแรงงานไทยเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในงานเก็บผลไม้ป่าในสาธารณรัฐฟินแลนด์ มีการหักค่าหัวคิวเฉลี่ยรายละ 3,000 บาท มูลค่าความเสียหาย 36 ล้านบาท

รมว.ยุติธรรม ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ แล้ว คดีดังกล่าวเป็นคดีความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน และมีการแจ้งข้อหาจากทางตำรวจฟินแลนด์ โดยเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งให้ทราบว่า มีการสอบสวนของหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งพบพยานหลักฐาน และมี พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ (M Rap) ก็สามารถรับฟังพยานหลักฐานได้ เพราะตำรวจฟินแลนด์คงไม่รู้จักคนไทย จากนั้น ทางอัยการสูงสุด ในฐานะพนักงานสอบสวนร่วมกับดีเอสไอ ได้สอบสวนพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานทางวิทยาศาสตร์ และทั้ง 2 หน่วย มีความเห็นร่วมกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง

ตามรายงานยังระบุว่า ตำรวจประเทศฟินแลนด์ ได้เข้ามาสอบในประเทศไทยหลายครั้ง แต่ไม่ขอพูดในรายละเอียด เพราะเกรงว่าจะมีเสียหาย การทำงานของดีเอสไอพยายามยกระดับพนักงานสอบสวนให้มีความเชี่ยวชาญ โดยยึดถือพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ที่สำคัญคือ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร

เมื่อถามว่า การที่ถูกฟ้อง ไม่มีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า เป็นธรรมดา ทุกคดีจะมีลักษณะแบบนี้ เราพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกคน

หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือคิดว่ามีพยานหลักฐานอะไรก็ชี้แจงได้ เพราะการสอบสวนของดีเอสไอ ผมได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเพื่อพิสูจน์การกระทำผิด และความบริสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่มีปัญหา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์