‘ทวี’ แย้มอาจมี ‘สว.’ หลุด 20 คน เซ่นพิษฮั้วเลือกสว. ขีดเส้น 3 เดือนรู้ผล

7 มี.ค. 2568 - 12:56

  • ‘ทวี’ แย้มอาจมี ‘สว.’ หลุดตำแหน่ง 20 คน เซ่นพิษฮั้วเลือกสว. ขีดเส้นตาย ‘DSI’ รวบรวมหลักฐาน 3 เดือน

  • แจงรับคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ แต่หากพบหลักฐาน ‘อั้งยี่-มั่นคง’ เหมารวมได้ เผยมีพยานแล้วกว่า 7,000 คน

tawee_dsi_7_mar_2025_SPACEBAR_Hero_67ac62f1d9.jpg

ที่รัฐสภา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันถึงมติคณะกรรมการคดีพิเศษ หรือ กพค. ที่ใช่เสียง 11 เสียง รับคดีฮั้วเลือกสว. เป็นคดีพิเศษ ในฐานความผิดฟอกเงิน ว่า สามารถทำได้ เพราะ จากการสอบสวนพยานสามารถเชื่อได้ว่ามีเงินสะพัดในการเลือก สว. ครั้งนี้กว่า 300 ล้านบาท มูลค่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน ดีเอสไอสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องพิจารณาความผิดเรื่องการจ้างให้ดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดฐานยุยงส่งเสริมไม่ให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ เพราะ หากสืบสวนสอบสวนความผิดฐานฟอกเงิน แล้วพบการประทำที่เข้าข่ายความผิดเหล่านี้ รวมถึงความอาญาที่เกี่ยวข้องกฎหมายก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษไปได้เลย

เมื่อถามว่าหลักฐานอะไรที่ทำให้เชื่อได้ว่ามูลค่าเงินเกิน 300 ล้านบาท พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ใช้มูลฐานความเชื่อได้ว่า ยกตัวอย่างเช่น การออกหมายจับของศาล เขาให้ใช้หลักฐานพอสมควร กรณีนี้ใช้เกณฑ์ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาในการออกหมายจับของศาลฎีกา ที่บางครั้งใช้บันทึกสายลับไม่ได้ มีการสอบพยานเลยก็ออกหมายจับได้ 

ดังนั้น ในคดีนี้มีพยานยืนยันว่ามีการใช้เงิน 400-500 ล้านบาท โดยการจ่ายเงินเป็นช่วงๆ เมื่อมีพยานจึงถือมูลฐานอันเชื่อได้ว่า ที่ประชุมจึงมีมติรับเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายฟอกเงิน ส่วน ความผิดฐานอั้งยี่ การได้มาซึ่งสว. หรือการฮั้ว และความผิดอื่นๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116(3) ที่มีการร้องทุกข์ไว้ หากมีความเชื่อมโยงก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษ ตอนนี้ดีเอสไอ มีพยานประมาณ 7,000 คน เป็นผู้ที่เข้าไปในพื้นที่การเลือกสว. ระดับประเทศ ที่เมืองทองธานี ถึง 3,000 คน 

เราจะดูพยานหลักฐานนี้ โดยได้ส่งหนังสือขอให้พนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และพิสูจน์ความผิดไม่ต้องห่วง โดย ให้เวลาดีเอสในการรวบรวมหลักฐานไม่เกิน 3 เดือน เพราะเขาสอบมานานแล้ว 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เงินจูงใจให้เลือกเข้าข่ายเป็นการซื้อเสียงซึ่งอยู่ในอำนาจของกกต. ตอนนี้ดีเอสไอพยายามล่วงลูก กกต.ด้วยการอ้างกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่าไม่ใช่ มันเหมือนบริษัทหลบเลี่ยงภาษีมันก็มีความผิดเป็นหลายกรรม แต่อันนี้เป็นความผิดอั้งยี่ มีการสมคบกันกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ถือเป็นหนึ่งความผิดแล้ว 

เมื่อถามว่าเราเป็นการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อให้ได้คดีนี้มาอยู่ในมือใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ไม่ใช่ มีผู้มาร้องทุกข์และมีการสืบสวน และจริงๆ แล้วกกต.เป็นฝ่ายมาขอให้เราทำ เราจึงต้องร่วมมือกับ กกต. และเมื่อพบพยานหลักฐานแล้ว กกต. ก็สามารถนำไปพัฒนานิดหน่อย และใช้ในการยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อถอดถอนได้ และ คิดว่าหลักฐานที่มีการจ่ายเงินน่าจะถึง 20 คน ถ้ากกต.ร่วมมือกัน ซึ่งตอนนี้ก็คิดว่าเขาร่วมมือเพราะเขาส่งหนังสือมา และเราไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจเขาตราบใดที่เขายังไม่ยกเลิกดีเอสไอและตำรวจเข้าไปร่วมสืบสวนคดีฮั้วเลือกสว. เราก็พยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ เพราะ อำนาจของกกต. คือการเดินหน้าถอดถอนบุคคลที่ได้ซึ่งตำแหน่งสว.โดยมิชอบ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ไม่กังวลที่ สว. ตอบโต้ด้วยการยื่นถอดถอนจากตำแหน่งฐานกระทำความผิดด้านจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพราะเรื่องความยุติธรรมไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่มีความสำคัญเท่ากัน แต่เรื่องนี้เราพิจารณาให้ดีมันกระทบต่อความมั่นคงด้านนิติบัญญัติ อำนาจในการออกกฎหมายก็ได้รับผลกระทบ 

จึงอยากเรียนไปถึง สว. ว่า ถ้าสอบสวนออกมาท่านไม่ผิด ก็จะได้สง่างาม ยืนยันจะไม่ใช่ความรู้สึกในการแก้ปัญหา จะใช้พยานหลักฐานเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของพนักงานสอบ อัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์