‘ทวี’ ปัดข่าวลือ ‘วันนอร์’ นั่งปธ.สภา 1 ปี

8 ก.ค. 2566 - 16:41

  • ‘ทวี’ ปัดข่าวลือ ‘วันนอร์’ นั่งปธ.สภาฯแค่ 1 ปี เหตุปัญหาสุขภาพ

  • ย้ำ ‘ถ้ารบ.อยู่ 4 ปีท่านก็อยู่ 4 ปี’

  • ยัน หลักการเลือกนายกฯ ต้องเคารพเสียงข้างมาก-ยึดจริยธรรม ชี้ ถ้าส.ส.เลือกใครเป็นนายกฯ ส.ว. ก็ควรเห็นชอบ

Tawee_refuse_rumour_Wannor_is_council_president_Just_one_year_SPACEBAR_Thumbnail_1f8ae417ca.jpeg
พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาชาติที่จะอยู่ในวาระเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นว่า ตนไม่เคยได้ยินกระแสข่าวนี้ ยืนยันว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าประธานรัฐสภาต้องมีความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และต้องไม่เป็นผู้บริหารของพรรคการเมือง ซึ่งวันมูหะมัดนอร์มีคุณสมบัติ ดังนั้นการบริหารงานในฐานะประธานรัฐสภาก็เป็นที่จับจ้อง เพราะบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติมีความสำคัญมาก เชื่อว่าวันมูหะมัดนอร์ได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ส่วนจะดำรงตำแหน่งกี่ปีนั้น ‘ถ้ารัฐบาลอยู่ 4 ปีท่านก็จะอยู่ 4ปี’ 
 
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สาเหตุที่ขออยู่ 1 ปี เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ พล.ต.อ.ทวี กล่าวยืนยันว่า “ไม่มี  ไม่เคยได้ยิน”
 
ส่วนท่าทีของ 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ต่อการโหวตพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 13 ก.ค. นี้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า โดยปกติพรรคที่เป็นฝ่ายตั้งรัฐบาล จะมีวิปของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นจะมีการประชุมวิปของทั้ง 8 พรรค มาพูดคุยกัน ในส่วนของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นการประชุมร่วมรัฐสภา ก็จะมีวิปของ ส.ว. และ ส.ว. หารือกัน ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ 
 
เมื่อถามว่า ท่าทีของ 8 พรรคร่วม คือการเสนอชื่อ พิธา เพียงชื่อเดียวในการโหวตครั้งแรกใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า 8 พรรคได้ประกาศตามเอ็มโอยู ว่าจะเสนอชื่อ พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี  เมื่อถามว่า มีการมองว่าหากพิธา ไม่สามารถโหวตผ่านได้ในรอบแรก ก็ไม่ควรมีการเสนอชื่อเป็นรอบที่สอง เหมือนเช่นกรณีการโหวตบุคคลในองค์กรอิสระ พล.ต.อ.ทวี กล่าวว่า อย่างที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้พูดเอาไว้ ว่าไม่มีกฎหมายบัญญัติในเรื่องดังกล่าวไว้  ตัวอย่างเช่น จะเห็นได้ว่าการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการเลือก 4- 6 ครั้ง ก็ยังเป็นคนเดิมอยู่ ก็ต้องส่งชื่อไป เพราะกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ เช่นเดียวกับการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ในหลักการประชาธิปไตย มีหลักการเคารพเสียงข้างมาก เช่น รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า หากมีการร่วมกัน ก็ต้องใช้เสียงข้างมากเป็นสำคัญ ดังนั้นเสียงข้างมากในการบริหารประเทศจะต้องเป็นของ ส.ส. เราจึงเห็นว่า ถ้า ส.ส. มีมติเลือกใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนของ ส.ว. ก็ควรให้ความเห็นชอบ คล้ายกับความเห็นชอบขององค์กรอิสระ และหาก ส.ว. เข้าใจว่า ส.ส. จะต้องไปบริหารประเทศ  
 
“เสียงส่วนใหญ่ ส.ว. หลายคนได้ออกมาส่งสัญญาณแล้วว่าคงไม่เลือกรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นการส่อเจตนาว่าไม่ต้องการให้เป็นประชาธิปไตย  เพราะ ส.ว. ไม่ได้บริหารบ้านเมือง เมื่อครบกำหนดตามบทเฉพาะกาล 5 ปี ส.ว. ก็จะมีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และการเลือกนายกรัฐมนตรี มีเรื่องจริยธรรม ของ ส.ส. และ ส.ว. อยู่แล้ว เช่น ฝั่ง ส.ส. จะเลือกด้านความรู้และด้านความสามารถ และด้านจริยธรรม หากเอานโยบายของพรรคที่ไปหาเสียง และประชาชนให้การยอมรับเอามาเป็นเรื่องจริยธรรมจะไม่ถูกต้อง เพราะเรื่องนโยบายต้องให้ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นผู้เลือก ซึ่งผมเชื่อว่าในวันที่ 13 ก.ค. นี้ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะ ส.ว. หลายคนได้ออกมาส่งสัญญาณแล้ว” พ.ต.อ.ทวี กล่าว 
 
เมื่อถามว่า มองว่า พิธา จะโหวตผ่านในรอบแรกเลยหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ แต่ต้องเลือกตามจริยธรรม ในการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญของแต่ละองค์กรอยู่แล้ว จริยธรรมในส่วนของ ส.ส. คือเลือกตามความรู้ ความสามารถ และมาตรฐานคุณธรรม และเมื่อเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นผู้เลือกมาแล้ว นั่นคือพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้คะแนนเสียงสูงสุด รวมทั้งพรรคอื่นๆ ดังนั้นการใช้ดุลพินิจต้องอยู่ในครรลอง ไม่ใช่ตามอำเภอใจ 
 
เมื่อถามว่า มีความเชื่อมั่นในเสียงของ ส.ว. หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ส.ว. เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย เราก็เคารพ ตนไม่ได้เป็นผู้ไปประสานกับ ส.ว. ว่าจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้ต้องถามพรรคก้าวไกล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์