อ่านกฎหมายฉบับไหน! ‘ทวี’ ไม่กังวล ‘เสรีพิศุทธ์’ ขู่เอาผิดเซ่นคดี ‘ชั้น 14’

28 ม.ค. 2568 - 11:12

  • ‘ทวี’ ไร้กังวล! หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ขู่เอาผิดเซ่นคดี ‘ชั้น 14’

  • บอกไม่รู้อ่านกฎหมายฉบับไหน แต่ ยธ.ใช้ ‘พ.ร.บ.ราชทัณฑ์’ ส่ง ‘ทักษิณ’ ไป รพ.ตำรวจ

  • ย้ำในกฎหมายไม่มีคำว่า ‘วิกฤติ’ ลั่นไม่ฟังคนอื่น นอกจาก ‘ป.ป.ช.’

Tawee_Sodsong_gave_opinion_on_14_th_floor_case_gambling_lord_Pataratida_Pacharawirapong_case_SPACEBAR_Hero_227294d35f.jpg

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุจะเอาคนที่เกี่ยวข้องกับการพักรักษาตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าคุกทั้งหมด ว่า เรื่องนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของ ป.ป.ช. อำนาจอยู่กับ ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ยังไม่ได้เวชระเบียนจาก รพ.ตำรวจ จะทำให้เป็นจุดอ่อนในเรื่องนี้หรือไม่? พ.ต.อ.ทวี เชื่อว่า ป.ป.ช.ต้องสอบสวนเรื่องนี้อยู่แล้ว อยู่ในดุลยพินิจ ป.ป.ช. ปกติเราจะมีกติกาอยู่แล้ว ถ้าเรื่องอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายหรือองค์กรอิสระ บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องไปให้การ

เมื่อตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครเห็นเวชระเบียน? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องถาม ป.ป.ช., ทาง ป.ป.ช.ไม่เห็นออกมาบ่นอะไรเลย

ส่วนเมื่อถามอีกว่า ในส่วนของเวชระเบียน ถ้า ป.ป.ช.ขอ จำเป็นต้องให้ทั้งหมดหรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในเรื่องรายละเอียด หน่วยงานเขาคงคุยกันแล้ว และยังไม่เห็น ป.ป.ช.ออกมาพูดอะไร

ป.ป.ช.เขาก็มีโฆษกสำนักงานอยู่แล้ว เดี๋ยวรอดู เพราะเราไม่อยากฟังจากคนที่ไม่ใช่ ป.ป.ช.พูด

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

เมื่อถามว่า เวชระเบียนจะเป็นตัวยืนยันใช่หรือไม่ว่า ทักษิณ ป่วยจริงหรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มั่นใจ แต่ ป.ป.ช.เขาจะใช้ดุลยพินิจ ซึ่งอาจจะมีการเรียกคนไปสอบแล้ว อาจจะเพียงพอแล้วก็ได้ ทั้งนี้ คำว่า ‘พยาน’ อาจจะมีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ ดังนั้น ปกติเมื่อเรียกไปไต่สวน เขาอาจจะใช้พยานอันใดอันหนึ่งก็ได้ ทั้งหมดอยู่ในดุลยพินิจของ ป.ป.ช.

ส่วนเมื่อถามต่อไปว่า ในส่วนของตัวท่านจะพิจารณาด้วยหรือไม่ ว่า อาการป่วยของ ทักษิณถึงขั้นวิกฤติและควรจะไปแผนกใดแผนกหนึ่งก่อนจะไปที่ชั้น 14 หรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีภาษานี้ในกฎหมายราชทัณฑ์

กฎหมายราชทัณฑ์บอกเพียงว่าถ้ามีอาการป่วยให้ส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว และให้อำนาจแพทย์ ซึ่งมีกระบวนการอยู่แล้วว่าอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ส่วนราชทัณฑ์แค่เจ้าหน้าที่พยาบาลก็ได้ หรือมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกก็ได้ เพราะเขาถือว่าโรงพยาบาลที่ส่งก็คือเรือนจำอยู่แล้ว

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

เมื่อถามอีกว่า ก่อนส่งตัวจำเป็นต้องขออนุญาตศาลก่อนหรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า กฎหมายไม่มีระบุไว้ เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน มาตรา 53 รัฐต้องปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งกฎหมายจะเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน ไม่มีข้อความกำกวม หรือให้เป็นสมบัติของใคร เช่น ไม่มีคำว่าวิกฤติ กฎหมายเมื่อคนทั่วไปได้อ่านก็ต้องเข้าใจ ผู้พิพากษาอ่านก็ต้องเข้าใจ หรือประชาชนที่รู้หนังสืออ่านก็ต้องเข้าใจ

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ มองว่าต้องขออนุญาตศาลก่อนที่จะเคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า “ไม่รู้ท่านอ่านกฎหมายฉบับไหน กรมราชทัณฑ์ต้องใช้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ซึ่งปีๆ หนึ่งเราก็ส่งเกือบแสนคน หลายหมื่นคน จะเป็นลักษณะอย่างนี้หมด”

เมื่อถามว่า เป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่ถูกลากเข้าไปอยู่ในกระบวนการนี้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เรามีความมั่นใจ มีการเตรียมการที่จะไปให้การอยู่แล้ว ถ้าเรียกเราพร้อมที่จะไปให้การ

ขณะที่ส่วนตัวกังวลหรือไม่ เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่าจะเอาผิดกับตัวท่านด้วย? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า “ไม่มีความกังวลเลย เพราะเราทำตามกฎหมายและระเบียบทุกอย่าง”

ปัด ‘เจ้าพ่ออาชญากรรมออนไลน์’ ถูกทำร้ายในคุกไทย พร้อมงัดกล้องวงจรปิดยืนยัน

สำหรับกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ ‘เสอจื้อเจียง’ ชาวจีนผู้ถือสัญชาติกัมพูชา ซึ่งรู้จักกันดีในฐานะเจ้าพ่ออาชญากรรมออนไลน์ หรือเจ้าพ่ออาณาจักรพนันชเวโก๊กโก่ อ้างถูกกระทำรุนแรงขณะถูกจำคุกในไทย

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า กรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว ยืนยันว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับเรื่องสิทธิมนุษยชนที่สูง เนื่องจากเรามี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหาย โดยมีกล้องวงจรปิดตลอด ซึ่งกรณีดังกล่าว เมืองชเวโก๊กโก่ หรือศัพท์ที่เขาส่งมาเป็นโครงการเอเชียแปซิกเมืองใหม่ ทางผู้ที่ถูกจับกุมในเรือนจำเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว เพราะเป็นเจ้าของโครงการนี้

และต่อมาพบว่า โครงการนี้เป็นศูนย์รวมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ ซึ่งคดีเกิดนอกประเทศ แต่มีหมายจับของรัฐบาลจีน จึงได้มีการประสานไทยส่งผู้ร้ายข้ามแดน และศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปแล้ว แต่เขายื่นอุทธรณ์ และระหว่างทาง มีทางการกัมพูชามายื่นขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย ซึ่งเราต้องฟังศาลอุทธรณ์ด้วย

ยืนยันการปฏิบัติต่อตัวเขาก็เหมือนกับผู้ต้องขังทั่วไปทนายสามารถเข้าพบได้ตลอด หากมีการทรมาน เราก็มีกล้องวงจรปิด ซึ่งทราบว่า ในระหว่างนั้นได้มีรายงานว่าเขาก็ได้พบหมอ อีกทั้งประเด็นนี้ ทางการจีนบอกว่าเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวกับการฉ้อโกงคนจีน เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท และมีเอกชนเสียหายจำนวนมาก เรื่องดังกล่าวเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งในประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศที่เกี่ยวข้องก็มาร่วมดำเนินการของไทยเองก็ยึดตามกฎหมาย แต่เราก็คุ้มครองสิทธิ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาไม่ต้องการกลับไปประเทศจีนใช่หรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในมุมมองของกลุ่มราชทัณฑ์ ต้องปฏิบัติต่อเขาเป็นกรณีพิเศษด้วยซ้ำไป เพราะหากเขาไม่พอใจก็จะมาให้ร้ายเจ้าหน้าที่ได้ คือการใช้ช่องทางที่ถูกควบคุมในประเทศไทยมาใช้ ซึ่งจะให้กรมราชทัณฑ์ชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง

เรือนจำไทยแม้จะมีสภาพแออัด แต่เรื่องสิทธิมนุษยชน เรามีกล้องติดตามความเคลื่อนไหว 24 ชั่วโมง และจะให้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเช็กดู

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

‘คดีแตงโม’ ยังอยู่ระหว่างสอบสวนของดีเอสไอ ลั่นต้องทำให้เร็ว เหตุสังคมจับตา

รมว.ยุติธรรม ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ ‘แตงโม’ ว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งเรื่องเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงและหลักฐานใหม่ ส่วนในคดีเก่าอยู่ในชั้นสอบสวนในชั้นศาล ซึ่งในครั้งนี้ ดีเอสไอได้ขอให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมสอบสวน เพราะเราจะต้องสร้างความเชื่อมั่น

ส่วนทางการแพทย์ ไม่ใช่เฉพาะความเชี่ยวชาญเท่านั้น แต่จะต้องเป็นแพทย์นิติเวช ส่วนในเรื่องทางน้ำจะต้องมีการดูเครื่องมือ ในวันนี้มีเทคโนโลยีสำคัญในการสืบสวนไปไกล ในบางประเทศสามารถค้นพบระบบการสื่อสารทางมือถือ อย่างเช่น คดีที่มีการสอบสวนร่วมกับตำรวจฟินแลนด์ สามารถเช็คโทรศัพท์ย้อนหลังกลับได้ว่า มีการใช้อย่างไรบ้าง

การสอบสวนของดีเอสไอต้องใช้หลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์และต้องมีความเป็นกลาง เพราะเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจ โดยเหตุที่เราต้องมีการตั้งเรื่องสืบสวนขึ้นมา เนื่องจากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่ไม่ได้ปรากฏในสำนวนมาก่อน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับทราบข้อมูลในการสืบสวนสอบสวนมาก่อนหรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำนวนการสอบสวนถือเป็นเรื่องลับ อยู่ที่พนักงานสอบสวนเท่านั้นที่จะทราบ

เมื่อถามว่า มีการตั้งกรอบระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนหรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า จะต้องทำให้เร็ว เพราะประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งหลักการสืบสวนสอบสวน หากทำช้าจะถือว่าเป็นความอยุติธรรม

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการจำลองเหตุการณ์ด้วยการนั่งเรืออีกหรือไม่? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า อยู่ที่พนักงานสอบสวน ตอนนี้น่าจะตั้งทีมสืบสวนสอบสวน ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญในหลายหน้าที่ เพราะเทคโนโลยีไปไกล ไม่ใช่ตำรวจไม่มีความสามารถ แต่อาจจะคิดไม่ถึง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์