‘วันนอร์’ ส่งทีมงานแจง ไม่แก้ ‘ญัตติซักฟอก’ ไม่บรรจุระเบียบวาระ!

11 มี.ค. 2568 - 13:15

  • ‘วันนอร์’ ส่งทีมงานแจงยืนยันคำเดิมลั่น ‘ไม่แก้ญัตติอภิปราย ไม่บรรจุระเบียบวาระ’

  • บอกหากยื่นกลับหลัง 19 มี.ค. จะอด ‘ซักฟอก’ สมัยประชุมนี้

  • แนะฝ่ายค้านถอยเพื่อให้ได้อภิปราย มั่นใจสังคมรู้ว่าเป็นใคร แม้ไม่ระบุชื่อในญัตติ

team_wannor_11mar25_SPACEBAR_Hero_31b8ebee80.jpg

ว่าที่ ร.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทีมงานประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรึกษาหารือกัน ในกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นคำโต้แย้งเรื่องให้ถอดชื่อคนนอกออกจากญัตติ โดยมี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานในการหารือ ประธานเห็นว่าว่า ญัตติที่พาดพิงถึงบุคคลภายนอก ถือว่า ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมและตามรัฐธรรมนูญ จึงมีดุลยพินิจว่า ฝ่ายค้านจะต้องแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยตัดชื่อบุคคลภายนอกออก ซึ่งยึดตามบรรทัดฐานในอดีต โดยให้สำนักการประชุมได้ตรวจสอบแล้วในอดีตไม่มีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กล่าวถึงชื่อบุคคลภายนอก มีแต่ใช้คำว่าบุคคลในครอบครัว อดีตสมาชิก ไม่มีการระบุชื่อโดยตรงในญัตติ จึงถือเป็นบรรทัดฐาน อย่างไรก็ตาม ญัตติที่การกล่าวถึงบุคคลภายนอกเคยมีเมื่อปี 2529 โดยมีการกล่าวถึง ชื่อบริษัทหนึ่ง แต่ในยุคนั้นมีเอกสิทธิ์ คุ้มครองร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้พาดพิงบุคคลภายนอกก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญพัฒนามา หากพาดพิงบุคคลภายนอกให้เสียหายก็สามารถฟ้องร้องได้ ส่วนที่ระบุว่าเมื่อมีการอภิปรายแล้วบุคคลภายนอกสามารถมายื่นคำชี้แจงได้นั้น ต้องแยกส่วนต่างหาก เพราะเป็นส่วนของการอภิปราย แต่กรณีนี้เป็นการระบุชื่อในญัตติ เมื่อญัตติเผยแพร่ มีชื่อบุคคลภายนอกแล้ว บุคคลที่มีชื่อไม่สามารถที่จะชี้แจงในลักษณะถ้าไม่ถูกอภิปรายได้ ถือเป็นกรณีที่แตกต่างกัน

“ท่านประธานจึงไม่ได้ให้ บรรจุระเบียบวาระ จริงอยู่ส่วนหนึ่งบอกว่า หากมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอกก็พร้อมรับผิดชอบ แต่ท่านก็บอกว่า ในฐานะที่ท่านเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ ถ้าชื่อของบุคคลภายนอกไปปรากฏในญัตติ ปรากฏต่อสาธารณชนแล้วท่านก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบเหมือนกัน เพราะท่านเป็นคนอนุญาต ใช้อำนาจอนุญาตให้บรรจุญัตติในส่วนนี้ ท่านประธานจึงเห็นว่า ควรที่จะต้องตัดบุคคลภายนอกออกไป ตอนนี้ท่านมีดำริให้นโยบายมาว่าถ้าไม่แก้ ก็ไม่บรรจุ”

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าว

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกล่าวด้วยว่า ในนามสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็จะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า ให้แก้ไขญัตติดังกล่าว ซึ่งหากแก้ไขและยื่นกลับมาเลย จะทันการอภิปราย ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ แต่หากยื่นมาหลังวันที่ 19 มี.ค. ก็จะไม่ทัน การอภิปรายในสมัยประชุมนี้ เพราะจะปิดสมัยประชุมในเดือนเมษายนแล้ว

ด้าน มุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าเพื่อให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งทุกคนก็อยากฟัง จึงคิดว่า ฝ่ายค้านน่าจะถอยไปอีกก้าวหนึ่ง และเวลาที่อภิปรายแม้ไม่ระบุชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่ง ก็เชื่อว่า สังคมรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร เพราะฉะนั้น คิดว่าไม่เห็นมีข้อแตกต่างอะไรมากนัก ในการที่ระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ครั้งนี้ จึงอยากให้เป็นข้อคิดของฝ่ายค้านช่วยลองนึกคิดพิจารณา และคำนึงถึงสาระสำคัญ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่าเอาเรื่องอื่นที่มีความสำคัญน้อยกว่า มาเป็นประเด็นหลัก ถ้าไม่มีการอภิปรายก็จะรู้สึกเสียดาย ทั้งนี้ย้ำว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยในวันอภิปราย เพื่อไม่อยากให้มีการประท้วงวุ่นวาย เกรงว่า จะไม่มีการอภิปรายด้วยซ้ำ เพราะความวุ่นวาย ในสภาฯ เคยเกิดขึ้นแล้ว ถึงขั้นล็อกคอประธานลงจากบัลลังก์ก็เคยมี เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ประธานจึงคิดว่าควรระงับไว้ก่อนเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าความรอบคอบของประธาน จึงต้องเข้มงวดในเรื่องนี้ จึงขอฝากไว้เป็นข้อคิด 

ด้าน อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีการพาดพิงว่าการที่ประธานให้ถอดชื่อบุคคลภายนอกในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีคนไปขอ โดยยืนยันว่า เรื่องนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตัวเอง โดยไม่มีใครไปขอ อยู่กับวันมูหะมัดนอร์มาเกือบ 40 ปี ยืนยันว่า วันมูหะมัดนอร์ไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น และเดือนนี้เป็นเดือนรอมฎอน เดือนถือศีลอดของชาวคนมุสลิม ไม่มีการพูดปด 

ส่วน คัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ประธานพูดอยู่เสมอว่า ต้องวางตัวเป็นกลาง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์