‘เท้ง’ โต้ ‘ปิยบุตร’ ยันพรรคประชาชนไร้เงาครอบงำ

21 เม.ย. 2569 - 15:35

  • ‘เท้ง’ โต้ ‘ปิยบุตร’ ยันพรรคประชาชนไร้เงาครอบงำ ยันเพื่อน สส. มาด้วยอุดมการณ์ไม่ใช่แค่หาทางเข้าสภาฯ บอกเป็นพรรคที่เป็นระบบราชการน้อยสุด ลั่น ผมคงต้องลาออก ถ้ามีใครบอกว่าเลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร เพราะเข้ามาการเมืองจากอาสาเหมือนกัน

  • ป้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโพสต์แซะ ‘พี่หนู-พี่เน’ ทำคนวิจารณ์ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่ชี้ชัดถึงปัญหา ชี้ เป็นสิทธิแสดงความเห็นได้ แจงยิบงบบินสเปนประชุม GPM ใช้ทรัพยากรพรรคเอง

  • เผย ปชน.ดีเดย์เปิดตัว ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ ต้น พ.ค.นี้แน่ แต่ยังอุบส่งใคร ยันเชื่อมั่นทีมของพรรค เป็นตัวเลือกดีที่สุดในสนามเมืองหลวง แก้ปัญหาคอร์รัปชัน-ดันกฎหมายมีอำนาจเต็ม

‘เท้ง’ โต้ ‘ปิยบุตร’ ยันพรรคประชาชนไร้เงาครอบงำ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความเห็นของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาแสดงความเห็นว่า พรรคประชาชนต่อสู้ทางความคิดน้อยไปนั้น ก็เคารพในความเห็นของปิยบุตร การออกมาวิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะ การชี้นําทางความคิด นอกจากเป็นหน้าที่หลักของพรรคประชาชน ที่เราเสนอเป็นพรรคทางเลือก ให้อํานาจของประชาชนเป็นอํานาจที่สูงสุดของประเทศนี้ บรรดานักคิดนักวิชาการต่างๆ ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ช่วยกันชี้นําสังคม

ส่วนที่ปิยบุตรแสดงความเห็นว่าตอนตั้งพรรคประชาชน ตั้งใจจะทำพรรคให้เป็นยานพาหนะในการสร้างความเปลี่ยนแปลง  แต่ตอนนี้บางคนใช้ยานพาหนะนี้ให้ตนเองเป็น สส. ณัฐพงษ์ ระบุว่า ภาพรวมยังเชื่อมั่นในสมาชิก เพื่อน สส.ทุกชุดว่า ทุกคนมาด้วยอุดมการณ์ความแน่วแน่ อยากมาทําการเมืองให้พรรคประชาชนจริง ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก็พร้อมน้อมรับ เชื่อว่ากระบวนการสรรหาจะดีมากขึ้นทุกวัน พร้อมจะทําให้ดีมากกว่านี้ในอนาคต พรรคเรามีระบบราชการน้อยที่สุด และเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุด ยืนยันว่า ทุกการตัดสินใจใหญ่ๆ ของพรรคที่ผ่านมา เราฟังทุกองคาพยพของพรรค

ณัฐพงษ์ ย้ำว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค หากคิดว่ามีอะไรในพรรคที่ต้องเสริมให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นหน้าที่ของแกนทําที่จะลงไปทําสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น โจทย์หลักของพรรคประชาชนในตอนนี้ คือทําให้เห็นว่าเราเป็นตัวเลือกที่สําคัญ แต่ก็คงไม่ใช่ตัวเลือกเดียว เพราะจะถือเป็นการดูถูกดูแคลนพรรคการเมืองอื่น

แต่เราจะเป็นทางเลือกที่สําคัญ ที่จะทําให้ประชาชนเห็นว่า เป็นทางออกของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จทั้งหมด และยิ่งใช้อํานาจละเว้นพวกพ้อง มุ่งทําลายล้างฝั่งตรงข้าม ประชาชนไม่เคยได้รับความยุติธรรมเลย ก็จะยิ่งทําให้ประชาชนเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น หากรัฐบาลยังทําแบบนี้ต่อไป รัฐบาลจะทําลายตัวเอง

ส่วนการแสดงออกของปิยบุตรนั้น ทําให้ทุกคนเห็นว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่าพรรคประชาชนมีคนนำ ก็ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาก็มีโอกาสคุยกับปิยบุตร ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน ยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน

ส่วนที่เราต้องการสร้างการเมืองของประชาชน ที่มวลชนทุกคนเป็นเจ้าของพรรค และยังยึดคําพูดว่า พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ความคิดในเชิงอุดมคติ การชี้นําทางความคิดที่เกิดขึ้น เป็นการประท้วงทางความคิดที่สําคัญ ทําให้เข้ามาเล่นการเมืองในวันนี้

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า แต่สิ่งที่สําคัญมากกว่า คือการทําให้ความคิดทางอุดมคติเหล่านั้น เกิดขึ้นเป็นจริงได้อย่างไร ซึ่งก็มีการลงพื้นที่มาโดยตลอด พบเจอผู้สนับสนุนของพรรค ที่อยากจะออกมาร่วมทําบางอย่างกับพรรค ที่ไม่ใช่ 4 ปีออกไปเข้าคูหา หลายคนโกรธแค้นระบบการเมืองของประเทศ ทุกคนเรียกร้องอยากให้พรรคประชาชนมีพื้นที่ ให้ทําภารกิจอะไรสักอย่างร่วมกับพรรค เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน

“ถ้ามีใครบอกว่า เลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร ผมเองก็คงต้องลาออกจากนักการเมือง เพราะผมเข้ามาทํางานการเมือง เพราะอาสาเหมือนกัน ดังนั้น ยังคงเชื่อว่า การทําระบบอาสาสมัคร ยังมีอยู่ในทุกหน่วยเลือกตั้ง และระบบการจัดตั้งที่เข้มแข็ง ใช้เงินแบบที่ทํากันอยู่ จะเป็นกลไกสําคัญ ที่จะทําให้เราทําการเมืองในอุดมคติเป็นจริงมากขึ้น”

ณัฐพงษ์ กล่าว

ณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า พรรคประชาชนเดินทางเข้าร่วมประชุม Global Progressive Mobilisation (GPM) ที่ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 17–18 เมษายน 2569  ใช้งบประมาณในการดูงานจากไหน ว่า การไปดูงานที่สเปน เป็นการรวมพรรคการเมืองที่หัวก้าวหน้าทั่วโลก และพรรคประชาชนเองก็เป็นสมาชิก ที่ผ่านมาเราก็มีการไปร่วมงานนี้อยู่ตลอด เพราะฉะนั้นในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณไม่น่าเป็นข้อกังวลหรือข้อห่วงใยอะไร อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เราใช้ทรัพยากรของพวกเราในการดูงานเอง

ส่วนกรณีที่ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์วิจารณ์พี่หนูพี่เน จนทำให้เกิดการวิจารณ์ว่าไม่มีวุฒิภาวะ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า การแสดงความเห็นของ สส. แต่ละท่านสามารถทำได้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า แต่การแสดงความเห็นในลักษณะแบบนี้จะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี และสะท้อนเป็นตัวแทนความเห็นพรรคได้หรือไม่ และจะทำให้แฟนคลับพรรคลดลง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่จะยึดโยงผู้สนับสนุนพรรคให้เดินหน้าต่อไป คือการทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า ณัฐพงษ์ และ สส.พรรคประชาชนยังคงยืนอยู่ตรงนี้และทำหน้าที่ทุกอย่างอย่างเต็มที่ เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์รายวันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ กับสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ผู้บริหารและองคาพยพทุกส่วน ที่จะมาถอดบทเรียนเรื่องร่วมกันว่าอะไรเป็นเข็มทิศที่จะทำให้พรรคประชาชนมุ่งไว้ข้างหน้า ทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าการเดินทางแบบนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง

ณัฐพงษ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ที่ กกต.เปิดรับสมัครช่วงเดือน มิ.ย.นี้ ว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในสนามการเลือกตั้ง กทม.นั้นช่วงต้น พ.ค.นี้ พรรคประชาชนจะเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. โดยก็พอทราบวันที่ แต่ขอเผื่อวันไว้เผื่อเลื่อน อย่างไรก็ดีจะเปิดตัวช่วงต้น พ.ค.อย่างแน่นอน

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับตัวแทนผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค เชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกดีสุด ที่เชื่อมั่นแบบนี้เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงใน กทม. มีหลายเรื่องเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการเสนอกฎหมายให้ผู้ว่าฯมีอำนาจแท้จริง ต้องใช้เสียง สก. และ สส.ที่เข้มแข็ง ผลักดันให้ทำได้จริง

ณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่นหลายแห่งมีปัญหา แต่สุดท้ายแล้วตัวนายกฯ หรือผู้บริหารเองแม้ตั้งใจอันดี แต่ต้องยอมประนีประนอมกับสมาชิกสภาท้องถิ่น ถึงจะเปลี่ยนผ่านงบประมาณได้ ต้องเอางบประมาณไปหารกับสมาชิกสภา โดยที่ผ่านมาเราอาจเห็นปัญหางบประมาณของ กทม. เช่น ลู่วิ่งที่แพง ถ้าเราไม่ได้เสียง สก. หรือเสียงผู้บริหารเข้มแข็ง จะถูกการเมืองต่อรองตลอด

“ผมเชื่อมั่นในทีมของพรรคประชาชนเช่นเดียวกันว่า เราพร้อมเป็นตัวเลือกหนึ่งให้ กทม. เป็นทีมเข้มแข็ง สก.ทำงาน ไม่รับเงินทอนแน่นอน ถ้ามีเราพร้อมตรวจสอบคนของเราเช่นกัน ซึ่งคน กทม.คาดหวังในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้”

ณัฐพงษ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์