ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ MOA พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทย สิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอด ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองก็ได้รับผลกระทบคือกระบวนการนิติสงครามที่ใช้องค์กรอิสระมาห้ำหั่นกัน เป็นสิ่งที่ทุกคนได้รับผลกระทบ คงจะไปห้ามพรรคเพื่อไทยไม่ได้ แต่หวังว่าจะเห็นการมุ่งหน้าแก้ไขปัญหาประเทศเป็นหลัก
ส่วนจะดูเป็นการย้อนแย้งหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็รับหลักการของพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้อภิปรายในสภาไปแล้ว เป็นสิ่งที่สังคมเองก็มองเห็น ว่าการพรรคเพื่อไทยมายื่นคำร้องในวันนี้ ย้อนแย้งต่อสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยกระทำในอดีตหรือไม่ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยเองก็เคยตอบรับข้อเสนอทุกข้อของพรรคประชาชน แต่วันนี้กลับมีการยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าการทำ MOA เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายแล้วต้องเป็นไปตามกระบวนการ รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าต้องหวั่นไหวอะไร มั่นคงและทำหน้าที่ต่อไปให้เต็มที่
สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าตอนมาตกลงกันไม่รู้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า รู้หรือไม่รู้ ก็คงไปตอบแทนไม่ได้ เชื่อว่าสาธารณะก็ติดตามข่าวสารอยู่ทุกวัน คงประเมินตามเหตุผลที่เพื่อไทยออกมาให้เหตุผลว่าน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยระบุว่าหากยื่น แถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะยื่นอภิปรายทันทีพรรคประชาชนจะร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า กว่าจะถึงการแถลงนโยบายอาจใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน ไทม์ไลน์อยู่ที่ประมาณปลายเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค. จึงยังเร็วไป ที่จะบอกว่าเมื่อมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจออกมา แล้วพรรคประชาชนจะดำเนินการไปทางใด หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามาเมื่อไหร่ เราพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่มีออมมือแน่นอนในฐานะฝ่ายค้าน แต่ขณะเดียวกันต้องถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยที่มีจำนวน สส. เพียงพอในการยื่นไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ว่าจะใช้กลไกที่สำคัญ ที่พรรคฝ่ายค้านเสียงข้างมากจะใช้เป็นกลไกในการควบคุมรัฐบาล เสียงข้างน้อยให้เดินไปตาม MOA เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด เป็นการตรวจสอบจริงๆหรือเป็นการล้างแค้นกันทางการเมือง สิ่งที่ประชาชนต้องการตอนนี้คือการเดินหน้าทำงานในสภา ที่ฝ่ายค้านมีความเข้มแข็ง เพื่อยุบสภาภายใน 4 เดือนและแก้รัฐธรรมนูญ
ส่วนการกระทำของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นตรวจสอบ MOA แบบนี้จะเป็นเหมือนเด็กงอแงหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ พร้อมย้ำว่าอยากให้ทุกพรรคทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
เมื่อถามว่าจะทำงานฝ่ายค้านกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐสภาจะกลายเป็นเสาหลักในการผลักดันวาระของประเทศ เพราะรัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย สิ่งที่ทุกพรรคควรจะมีสมาธิอย่างเต็มที่ในช่วงกรอบเวลา 4 เดือน คือการใช้เสียงของ สส. ของตัวเองในสภาอย่างไร เพื่อให้ประเทศเดินหน้ามากกว่าใช้ทำลายล้างกัน
ส่วนฉากทัศน์ที่มีการประเมินว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่อยู่เป็นองค์ประชุม แต่เสียงของรัฐบาลก็มีมีน้อยเกินทำให้พรรคประชาชนต้องแบกรัฐบาลหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแบก ในทางปฏิบัติเมื่อมีความ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยกฎหมายที่เสนอโดยรัฐมนตรีแล้วกังวลว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ก็จะไม่มีการเสนอตั้งแต่แรก สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับพรรคประชาชน หรือพรรคประชาชนเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทย 3 รูปแบบนี้เท่านั้นที่จะทำให้กฎหมายผ่านสภาได้
ณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ส่งช่อดอกไม้ไปแสดงความยินดีกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีว่าเป็นระเบียบปฏิบัติปกติของทางเจ้าหน้าที่สภา นำเรียนตามข้อเท็จจริงว่า ไม่ได้เป็นณัฐพงษ์ที่สั่งการ แต่ส่งไปตามระเบียบที่เขาทำส่ง เหมือนกับตอนที่แสดงความยินดีแบบประธาน หรือรองประธานสภาฯ ได้รับการแต่งตั้งคิดว่าไม่ได้ติดขัดอะไร
ทั้งนี้ มองโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าอย่างไรบ้างนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องปล่อยไปเป็นตามกระบวนการจนกว่าจะมีการถวายสัตย์ รวมถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้านการโผ ครม. อยู่ที่อนุทินคนเดียว ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เพราะหากเราไปยุ่งเกี่ยว เส้นแบ่งการทำหน้าที่ฝ่ายค้านกับรัฐบาลก็ไม่ถูกต้อง ชื่อหรือโผ ครม. ที่ออกมาอาจจะยังไม่นิ่ง ยืนยันตั้งแต่วันนี้ว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของ นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออนุทิน พรรคประชาชนยังทำอย่างเต็มที่ไม่ออมมือแน่นอน
เมื่อถามว่า มีอะไรอยากจะฝากบอกอนุทินหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้อนุทินดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามสัญญาที่เซ็นไว้ใน MOA และทุกย่างก้าวของรัฐบาลต่อจากนี้ ประชาชนรวมถึงพรรคประชาชน ในฐานะฝ่ายค้านจับตาดูอยู่ หากทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือใช้อำนาจบริหารในทางไม่ชอบเราคงสามารถรอมชอมได้ จะเดินหน้าตรวจสอบและใช้กระบวนการในสภาอย่างเต็มที่
ส่วน สส. พรรคประชาชนดักทางไว้ก่อนเลยว่าไม่เอารัฐมนตรีที่มาจากการค้ามนุษย์ หมายถึงใคร ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนสามารถให้ความเห็นได้ ส่วนตัวยังไม่ขอแสดงความเห็น รอการประกาศอย่างเป็นทางการและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาถึงจะเป็นการนับหนึ่งของการทำงานของคณะรัฐมนตรีใหม่ และพรรคประชาชนก็จะเดินหน้าตรวจสอบในวันนั้น เราโหวตเลือกอนุทินให้ยุบสภา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจเป็นของอนุทิน เราพร้อมเดินหน้าตรวจสอบคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
เมื่อถามถึงความกังวลในการแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่ตรงตำแหน่ง ซึ่งพรรคประชาชนพูดมาโดยตลอดว่าต้องใช้คนให้ถูกที่มีข้อกังวลหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีข้อห่วงใยแบบประชาชนทั่วไป ต้องการเห็นคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ ของดให้ความเห็น เพราะถ้าพูดไปในฐานะหัวหน้าพรรค จะเป็นการจัดคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรรอแค่ถวายสัตย์และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ทั้งนี้ ฟังแถลงของอนุทินครั้งแรกแล้วเป็นอย่างไรบ้างนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่าอยู่ในกรอบที่มีการตกลงกันใน MOA อยากให้อนุทินเดินหน้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน




