'ผู้นำฝ่ายค้านฯ' ใช้มติสภา ส่งหนังสือถึง 'ประธานสภาฯ' แจ้ง 'นายกฯ' เข้าประชุม

1 ต.ค. 2569 - 17:09

  • สืบเนื่องปิดประชุมหนี หลังโดนท้วง 'ญัตติน้ำท่วม' พ่วงให้ 'นายกฯ' เข้าแจงสภาฯ 'โสภณ' ถาม ทำไมไม่ทักตั้งแต่ตอนเสนอ ยืนกราน อนุมานเอาเองไม่ได้ ขอให้จบด้วยดี ขณะ 'ณัฐพงษ์' ย้ำ ไม่ได้ตีรวน แต่หากผ่านไป ถือว่าเห็นชอบ 'อนุทิน' ต้องทำตามกฎหมาย มาวันอื่นก็ได้ เหน็บ ใครก็ถามหา อยากให้อยู่ในห้องประชุม เหตุเห็นยังลงตรวจครัว ภท.ได้ ทั้งที่ไม่มีภารกิจด่วน

'ผู้นำฝ่ายค้านฯ' ใช้มติสภา ส่งหนังสือถึง 'ประธานสภาฯ' แจ้ง 'นายกฯ' เข้าประชุม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่งหนังสือถึงโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร

โดยรายละเอียดในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ด้วยกระผมได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการรับมือกับเหตุภัยพิบัติในอนาคต โดยขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 54 (1) ประกอบข้อ 47 ซึ่งประธานสภาผู้แหนราษฎร ได้เห็นชอบให้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับญัตติดังกล่าวแล้วตามข้อ 88

ดังนั้น จึงขอให้ท่านดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 47 และมติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยแจ้งให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการเตรียมรับมือกับเหตุภัยพิบัติในอนาคต

ณัฐพงษ์ ระบุด้วยว่า กระทู้ถามไม่มา กรรมาธิการไม่มา ลองดูว่า มติสภาจะมาไหม เมื่อวาน 30 กันยายน 2569 ตนเองนฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการรับมือกับเหตุภัยพิบัติในอนาคต โดย ‘ขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม’ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบให้เสนอญัตติแล้ว และที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับญัตติดังกล่าว

ดังนั้น จึงขอให้ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภาและมติของที่ประชุมสภา แจ้งให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภา เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา และแสดงความรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของประชาชน

อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 13 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ที่มีโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ภายหลังสมาชิกอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องแนวทางการจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุทกภัยรวม 7 ญัตติเสร็จสิ้น

โสภณ ได้ถามสมาชิกว่า เนื่องจากญัตติเรื่องนี้ มีทั้งญัตติที่ขอให้ส่งคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการ และญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษา ดังนั้น จะขอรับฟังความคิดเห็นของวิปทั้งสองฝ่าย เชิญท่านใด

ร่มธรรม ขํานุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล เสนอให้ส่งญัตติเรื่องนี้ ไปให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ

โสภณ กล่าวว่า เนื่องจากมีสมาชิกเสนอญัตติเรื่องนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการ หากผู้ที่เสนอญัตติและสมาชิกไม่คัดค้านตามข้อบังคับ ดังนั้น ขออาศัยอำนาจตามข้อที่ 88 ถามมติจากที่ประชุมว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลุกขึ้นหารือเพื่อความชัดเจนว่า ตามที่ประธานถามคำถามในที่ประชุมนั้น ไม่ผิด ตนเองไม่ได้ขัดข้อง แต่ญัตติที่ตนเองได้เสนออาจจะต่างกับเพื่อนสมาชิกอื่นเล็กน้อย คือมีการประกอบตามข้อบังคับข้อที่ 47 เข้าไปในญัตติด้วย นั่นคือการขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจง และส่งให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ

โสภณ ระบุว่า ถือว่ารับทราบแล้ว ท่านเพียงแต่เสนอเพื่อทราบ ไม่ประสงค์ที่จะให้มีการลงมติใช่หรือไม่

ณัฐพงษ์ อธิบายว่า การลงหรือไม่ลงมติ เป็นไปตามข้อบังคับ ถ้าท่านประธานประสงค์จะใช้ตามข้อบังคับข้อที่ 88 แล้วไม่มีสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ ลุกขึ้นคัดค้าน ก็แปลว่า ทุกญัตติในวันนี้ ที่เราได้อภิปรายเกี่ยวข้องกับญัตติน้ำท่วมผ่านเป็นมติของสภาถูกต้อง ถ้าผ่านเป็นมติของสภา แปลว่าสภาก็ต้องดำเนินการตามญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกแต่ละคนได้เสนอ ซึ่งตนเองขอให้นายกฯ เข้าร่วมประชุม

โสภณ กล่าวอีกว่า อย่างที่ตนเองสรุป ก็รับทราบตามข้อเสนอ แต่เมื่อญัตติมันได้ผ่านไปแล้ว การพิจารณาได้ผ่านไปแล้ว ที่ประชุมก็รับทราบตามที่นายณัฐพงษ์ให้บันทึกไว้ ก็เป็นได้แค่นี้ เพราะว่ามันผ่านมาแล้ว จะให้นายกฯ มานั่งฟังมันก็จบไปแล้ว

​พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เสริมว่า เจตนารมณ์ของนายณัฐพงษ์ตอนเสนอญัตติเรื่องน้ำท่วม ประกอบญัตติตามข้อ 47 แน่นอนคือต้องการให้ท่านนายกฯ มาเข้าร่วมประชุมในวาระนี้ เพื่อมารับฟังด้วยตนเอง และลุกขึ้นมาชี้แจง หากมีประเด็นที่ต้องการจะตอบคำถามของเพื่อนสมาชิก แต่ในเมื่อท่านนายกฯ ไม่ได้มาร่วมประชุมในวาระดังกล่าว ในข้อบังคับไม่ได้ระบุชัดว่า การที่เสนอญัตติให้นายกฯ หรือรัฐมนตรีมาร่วมประชุม จะต้องเป็นเฉพาะในการพิจารณาของญัตติเรื่องน้ำท่วมในวันนี้เพียงเท่านั้น

"กล่าวง่ายๆ คือหากสมมติสภาเห็นชอบตามข้อ 47 ตามที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ เสนอ ความจริงก็อาจจะถือได้ว่า นายกฯ สามารถเข้ามาประชุมในวันอื่น เพื่อมาชี้แจงประเด็นนี้ได้ด้วยเช่นกัน" พริษฐ์ ระบุ

โสภณ เห็นว่า ข้อ 47 จะต้องเสนอด้วยลายลักษณ์อักษร และมีผู้รับรอง ขอนายณัฐพงษ์ว่า ในทางปฏิบัติ เป็นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าญัตติได้จบไปแล้ว ตนเองได้ใช้ข้อ 88 สมาชิกก็ไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ส่วนที่จะกลับไปย้อนไปว่า ใช้ข้อบังคับที่ 47 นั้น มันก็จบไปแล้ว ฉะนั้น ขอให้จบตามนี้

ณัฐพงษ์ ชี้แจงเพื่อความชัดเจนว่า ตนเองไม่ได้อยากตีรวนกระบวนการในสภา แต่ยืนยันว่า เราต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ญัตติที่ตนเองเสนอ หากเสนอญัตติแยกกัน เข้าใจว่าตามข้อบังคับข้อที่ 47 ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ เว้นแต่เป็นญัตติเช่นเดียวกับญัตติข้ออื่นๆ ถ้าประธานอนุญาตเห็นสมควร ซึ่งประธานในที่ประชุม ก็เห็นสมควรให้ตนเองได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นไปตามข้อบังคับทั้งหมด ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของกระบวนการการเสนอ

แต่พอผ่านกระบวนการบรรจุญัตติ อภิปรายจนจบ เข้าสู่ขั้นตอนการลงมติ หากจะใช้ข้อ 88 ผ่านเป็นมติ หรือจะต้องลงมติกันในวันนี้ ถ้าผ่านเป็นมติไปแล้ว สมมติญัตติตนเองได้รับความเห็นชอบในสภาในวันนี้ ตามหลักปฏิบัติ ความตั้งใจตนเองอยากจะให้นายกฯ เข้าร่วมประชุมในประเด็นน้ำท่วม ถ้ามาวันนี้คือจบ แต่ถ้าไม่จบ ไม่ได้มาในวันนี้ แล้วจะอย่างไรต่อ นี่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ที่เราจะต้องมีการหารือกัน

"ถ้าผ่านเป็นมติไปแล้ว ตามข้อบังคับ นายกฯ มีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ปฏิบัติตามกฎหมาย" ณัฐพงษ์ เน้นย้ำ

โสภณ มองว่า ท่านจะอนุมานเอาว่า ท่านใช้ข้อบังคับที่ 47 แล้วประธานในที่ประชุมอนุญาต แต่ก็ไม่มีข้อบังคับเขียนอนุญาตไว้แบบนี้ ฉะนั้น ตนเองว่ามันจบด้วยดีแล้ว เราก็เปิดโอกาส ที่จริงถ้าเราประสงค์ดี ที่จะทำเรื่องนี้ให้รัฐบาลได้ไปดำเนินการ ตามข้อตกลงเราจะจบกันในเวลาประมาณ 20:00 น. ตนเองก็อนุโลมนั่งมาจนขณะนี้เวลา 21:00 น. เพราะถือว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านจะพูดเกิน หรืออะไร ตนเองก็ไม่ได้ติงท่าน

โสภณ ยังไล่เรียงว่า ตนเองได้ถามว่า มีท่านใดเป็นเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ จึงขอใช้ข้อ 88 ขณะนั้น ก็ไม่มีท่านใดที่จะเห็นแย้ง หลังจากนั้นท่านผู้นำฝ่ายค้านฯ ยกมือ ตนเองนึกว่าจะหารือเรื่องอื่นก็อนุญาต ฉะนั้น ถ้าดูตามบรรยากาศที่ดำเนินการมา มันจบแล้ว ก็ขอให้อย่าเอาเรื่องนี้ มาเป็นประเด็นอีกเลย

ณัฐพงษ์ ย้ำอีกว่า ตนเองไม่ได้พยายามตีรวนเป็นประเด็น แต่เพื่อให้การประชุมถูกตามข้อบังคับ มีความราบรื่นไม่ขัดต่อกฎหมาย ตามข้อบังคับข้อที่ 47 นั้น ไม่ได้มีการบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ ถ้าไม่ได้บัญญัติไว้ แต่ประธานในที่ประชุมอนุญาต ก็สามารถเสนอเป็นญัตติในที่ประชุมได้ด้วยวาจา เหมือนกับญัตติในเรื่องอื่นๆ เพราะฉะนั้น การขอให้นายกฯ มาเข้าร่วมประชุม ชอบด้วยข้อบังคับทุกประการในการเสนอญัตติลักษณะนี้

โสภณ ย้ำด้วยว่า จะอนุมานเอาเองไม่ได้ ถ้านายณัฐพงษ์จะให้นายกฯ มาฟังจริง ท่านต้องทักท้วง ว่าเมื่อรับญัตติไปแล้ว ขณะนี้นายกฯ อยู่ไหน ทำไมไม่มา ท่านต้องทักท้วงประเด็นญัตติของท่าน ว่าท่านเสนอด้วยวาจา แล้วบวกข้อ 47 ซึ่งในข้อบังคับ ก็ไม่มีอนุโลมไว้ว่า ให้สามารถทำได้ในคราวเดียวกัน ฉะนั้น ตนเองวินิจฉัยว่า ญัตติเรื่องที่เราปรึกษาหารือกันวันนี้ เราจบกันด้วยที่ข้อ 88 ทุกท่านรับทราบตามนี้

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า "ผมเป็นผู้อภิปราย ในฐานะผู้เสนอญัตติ ผมเป็นคนตั้งคำถามด้วยตัวเองว่า วันนี้นายกฯ อยู่ไหน ตลอดการอภิปรายในวันนี้ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ลุกขึ้นถามเช่นเดียวกันว่า วันนี้นายกฯ อยู่ไหน สิ่งที่พวกเราเห็น คือภาพนายกฯ ไปตรวจโรงครัวของพรรคภูมิใจไทย ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้ติดภารกิจเร่งด่วนอย่างอื่น แต่พวกเราอยากจะให้นายกฯ มาอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้แค่นั้นเอง"

ส่วนขั้นตอนในการลงมติ ณัฐพงษ์ไม่ได้ขัดข้อง ถ้าประธานจะใช้ข้อบังคับตามข้อที่ 88 ตนเองยินดี

โสภณ ยังยืนยันว่า ก็อย่างที่ตนเองวินิจฉัยเบื้องต้น ว่าทราบแล้วตามที่ท่านเสนอ พอแล้ว จบแล้ว ถ้าไม่มีอย่างอื่น จึงสั่งปิดประชุม ในเวลา 21.04 น.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์