เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกลุ่ม ‘สว.พันธุ์ใหม่’ เผยถึงความคืบหน้าการส่งตัวแทนกลุ่มชิงตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา ว่า ทางทางกลุ่มได้ข้อสรุปว่า จะส่งคนลงในทุกตำแหน่ง แต่ชื่อคนหรือจะส่งใครนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป และคงจะได้หารือกันก่อนจะถึงวันที่ 23 ก.ค.นี้ ในเรื่องตัวบุคคลคงต้องมีการประสานและพูดคุยกันก่อนว่าจะส่งใคร แต่ยืนยันโดยหลักการว่า ส่งทุกตำแหน่ง ทั้งประธานวุฒสภา และรองประธานสภา ทั้ง 2 ตำแหน่ง
การที่เราบอกว่า จะส่งคนนั้นคนนี้ แต่จากสภาพการณ์ความเป็นจริงในเชิงปริมาณหรือจำนวนเสียงโหวต มันสู้เขาไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น เราก็ยันในหลักการ คือ สื่อสารไปยังกลุ่มส่วนใหญ่ว่า ขอให้พื้นที่ทำงานของคนส่วนน้อยด้วย แต่หลักการในการการันตีนั้น สำหรับผมเป็นใครก็ได้ แต่ขอให้เขายืนยันว่า จะไม่ตัดทิ้ง คืออย่างน้อยบรรจุวาระของคนที่เป็นเสียงส่วนน้อยในการทำงานข้างหน้าได้ เราหวังอย่างนั้น แน่นอนว่า ในการส่งคนลงชิง ในแง่ของจำนวนคนโหวต เราไม่สามารถที่จะไปเป็นคนกำหนดเกมได้เลย ดังนั้น สิ่งที่เราส่งไป อย่างน้อยก็คือเป็นการบอกกล่าวกับเพื่อนสมาชิกด้วยกัน หรือแม้กระทั่งคนที่จะดำรงตำแหน่งจริง ๆ ว่าโครงการทางการเมืองที่จะทำให้วุฒิสภาของเราเป็นสภาที่เป็นพื้นที่ของการรับฟังเสียงทุกเสียงที่ไม่ปัดตกไป มันควรจะทำอย่างไร เพื่อให้เป็นผลดีกับประชาชน ผมคิดว่าอันนี้ คือแนวทางที่เราจะสื่อสารไป หรือส่งคนลงก็เพื่อสื่อสารในพื้นที่ตรงนั้น
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับกลุ่มอื่น ๆ หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ 36 สว.กลุ่มอิสระ ได้นัดหารือกันที่โรงแรมย่านรัชดา เพื่อผลักดัน ‘บุญส่ง น้อยโสภณ’ สว. ชิงเก้าอี้รองประธานวุฒิสภา เทวฤทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการพูดคุยนั้น ก็มีการพูดคุยกันเพื่อหยั่งแนวหรือไอเดียกันอยู่ แต่ว่าไม่ได้มีเรื่องของการพูดคุยกันว่าจะต้องเลือกคนนั้นคนนี้
หลักการของเราคือ อยากเรียกร้องกับกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มใหญ่ว่า อย่างน้อยก็ให้พื้นที่กับของการทำงานของคนที่อาจจะเป็นส่วนน้อยด้วย เป็นแนวทางของเราที่ทำได้เท่านี้ เพราะในเรื่องจำนวนเราก็คงไปสู้กับกลุ่มใหญ่เขาไม่ได้อยู่แล้ว
ดังนั้น การคุยกันในเชิงของตำแหน่งหรือตัวบุคคล เราก็เพียงแค่หวังว่า มันจะผลักดันให้วุฒิสภาเป็นพื้นที่ ๆ สามารถรองรับเสียงของคนกลุ่มน้อยได้ด้วย แม้ในเรื่องต่าง ๆ ต้องฟังเสียงข้างมากในการตัดสินมติ แต่จำเป็นที่ต้องเคารพเสียงส่วนน้อยด้วย เป็นแนวทางที่เราส่งสารไปยังทุก ๆ กลุ่ม
ส่วนขณะนี้กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ มีสมาชิกจำนวนเท่าไรนั้น เทวฤทธิ์ บอกว่า กลุ่มของเราถ้าตามจำนวนตัวเลขที่เปิดเผยต่อสาธารณะก็คือ 30 คน แต่เข้าใจว่า ภาวะตอนนี้มันก็มีคนที่เข้มข้น และคนที่อาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจ หรือมาอยู่เพื่อดูแนวทาง
เมื่อถามว่า มีสมาชิกทับซ้อนกับกลุ่มที่สนับสนุน ‘บุญส่ง’ ที่มีการนัดหารือกันก่อนหน้านี้หรือไม่ นายเทวฤทธิ์ ยอมว่า “ใช่ แต่ทับซ้อนหลักหน่วย และอยู่ที่ว่าเขาเห็นว่าแนวทางไหนมันตรงใจเขามากกว่ากัน”
ส่วนที่ดูเหมือนเวลานี้มีการล็อกตำแหน่ง ‘ประธาน-รองประธานวุฒิสภา’ ไว้แล้วนั้น เทวฤทธิ์ มองว่า ตามหลักการควรเลือกตามจุดยืนว่าเขาแสดงวิสัยทัศน์ไว้ว่าอย่างไร จะทำให้วุฒิสภาแตกต่างจากสภาก่อนหน้านี้อย่างไร หรือทำให้วุฒิสภาเป็นพื้นที่ของการรับฟังทุกเสียงของสมาชิกหรือภาคประชาชนข้างนอกจริง ๆ คิดว่าถ้าเขาคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อสาธารณะ ก็ควรจะเลือกตามสิ่งที่เขาแสดงวิสัยทัศน์ เป็นการพูดในเชิงอุดมคติ
แต่ในข้อเท็จจริงก็คงจะโน้มเอียงไปในทางคนที่มีกลุ่มก้อน แต่ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า แม้ภาพมาแบบนั้น แต่เขายังไม่ได้ลองปฏิบัติงาน จึงต้องรอดูการปฏิบัติงานของเขาก่อน
ถึงแม้จะมาจากกลุ่มบ้านใหญ่หรือไม่ ซึ่งบ้านใหญ่ก็ยังมีประชาชนที่แวดล้อมเขา และประชาชนก็อาจจะเรียกร้องกับเขามากกว่า สว.ที่มาจากทหาร ในชุดก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวอยากทำงานหรืออยู่ในกรรมาธิการชุดใด เทวฤทธิ์ กล่าวว่า ด้วยความที่เรามาจากภาคประชาสังคม กรรมาธิการที่จะตอบโจทย์บทบาทของภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน ก็เล็งไว้ที่กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งน่าจะเข้าใกล้ที่สุดในเรื่องการทำงานด้านภาคประชาสังคม และสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน จึงคิดว่าน่าจะใช้กลไกของกรรมาธิการชุดนี้ในการทำงาน




