THACCA สะดุด! โจทย์ใหญ่รัฐบาลเดินต่ออย่างไร

19 ก.ย. 2569 - 14:49

  • “ร่าง พ.ร.บ.THACCA” สะดุด หลังนายกฯ ไม่ลงนามรับรอง

  • ‘จิราพร’ ย้ำโจทย์สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

  • ฝากรัฐบาลเดินหน้าต่อ ดัน “ซอฟต์พาวเวอร์” เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

THACCA สะดุด! โจทย์ใหญ่รัฐบาลเดินต่ออย่างไร

เมื่อ “THACCA” ที่เคยถูกวางให้เป็นกลไกใหม่สำหรับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ต้องสะดุดลงตรงด่านสำคัญ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อโครงสร้างที่จะเข้ามาร้อยทุกอย่างให้เป็นระบบยังไม่เกิดขึ้น แต่หลายโครงการซอฟต์พาวเวอร์ยังเดินหน้า รัฐบาลจะวางทางต่อให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยอย่างไร

ย้อนกลับไปวันที่ 17 ก.ย. เว็บไซต์รัฐสภาเผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ โดยหนึ่งในร่างกฎหมายที่ปรากฏสถานะสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ พ.ศ. .... หรือที่รู้จักกันว่า “พ.ร.บ.THACCA” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในช่วงรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และต่อเนื่องถึงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเสนอโดย จิราพร สินธุไพร สส.พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน จึงต้องให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา อย่างไรก็ตาม สถานะบนเว็บไซต์รัฐสภาระบุว่า “นายกรัฐมนตรีไม่ลงนามรับรอง”

นอกจากร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ยังมีร่างกฎหมายอีก 3 ฉบับที่ปรากฏสถานะในลักษณะเดียวกัน ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเสนอโดย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กับคณะ, ร่าง พ.ร.บ.การพนัน เสนอโดย นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กับคณะ และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย เซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับคณะ

THACCA กับภารกิจสร้าง “ระบบนิเวศ” วัฒนธรรมสร้างสรรค์

จิราพร ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.THACCA กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายจัดตั้ง “สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์” หรือ Thailand Creative Culture Agency (THACCA) เพื่อเป็นองค์กรใหม่ที่ทำหน้าที่สร้างกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งแต่การออกแบบนโยบายไปจนถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในภาพรวม

แนวทางสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวก เพื่อสร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและคนทำงานในแต่ละอุตสาหกรรม

แนวคิดการจัดตั้ง THACCA มีที่มาจากความพยายามผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ในช่วงรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เคยได้รับมอบหมายให้ศึกษาและจัดทำร่างกฎหมายร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างกลไกสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระยะยาว

4 ผลงานสร้างฐานต่อยอด THACCA

จิราพร ระบุว่า ระหว่างการจัดทำร่าง พ.ร.บ.THACCA รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ผ่าน “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” แม้มีข้อจำกัดในการทำงาน แต่สามารถผลักดันมาตรการที่เป็นรากฐานของระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลายด้าน

ประเด็นแรก คือ การปลดล็อกกฎหมายและมาตรการสิทธิประโยชน์ เช่น การเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ การเพิ่มมาตรการคืนเงิน หรือ Cash Rebate เป็น 30% เพื่อดึงดูดกองถ่ายต่างประเทศ รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้เทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศ

ในอุตสาหกรรมหนังสือ มีการผลักดันให้หนังสือไม่เป็นสินค้าควบคุมฉลาก ขณะที่อุตสาหกรรมกีฬามีการขยายวีซ่ามวยไทย เพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้ามาเรียนมวยไทยและผลักดันมวยไทยสู่ตลาดโลก

ส่วนมาตรการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ การจัดทำร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิศิลปินและการแบ่งผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมในอุตสาหกรรมดนตรี รวมถึงการจัดทำร่างกฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเกมฉบับใหม่

ประเด็นที่สอง คือ การพัฒนาทักษะผ่านนโยบาย OFOS ด้วยการอบรม Upskill และ Reskill ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมทั้งอาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี การออกแบบ และศิลปะ

ประเด็นที่สาม คือ การสนับสนุนเงินทุนให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งการจัดงานและเทศกาลภายในประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือก

และประเด็นที่สี่ คือ การผลักดันผู้ประกอบการไทยออกสู่ตลาดโลก อาทิ โครงการ Music Exchange ซึ่งสนับสนุนศิลปินไทยกว่า 48 วง เดินทางไปแสดงใน 46 เทศกาลดนตรี 12 ประเทศ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมเกม หนังสือ ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ ให้เข้าร่วมงานเทศกาลและงานประกาศรางวัลในต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ

แม้ไม่ใช่เรือธงรัฐบาลปัจจุบัน แต่หลายโครงการยังเดินต่อ

จิราพร ระบุว่า แม้ พ.ร.บ.THACCA จะไม่ใช่นโยบายเรือธงของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยยังสานต่อหลายโครงการภายใต้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เช่น มาตรการ Cash Rebate สำหรับกองถ่ายภายในประเทศ การจัดงาน Gamescom Asia x Thailand Game Show งาน Bangkok International Film Festival และ Thailand Music Awards

เธอมองว่าโครงการเหล่านี้เป็นผลจากการขับเคลื่อนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติร่วมกับภาคเอกชน และสะท้อนว่าหลายมาตรการที่วางไว้ก่อนหน้านี้ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้โครงสร้างองค์กรตามร่าง พ.ร.บ.THACCA จะยังไม่เกิดขึ้น

ร่างไม่ผ่าน แต่ “โจทย์” ยังอยู่ที่รัฐบาล

จิราพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเสนอ พ.ร.บ.THACCA เพื่อจัดตั้งองค์กรใหม่เข้ามาดูแลระบบนิเวศของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่ได้วางรากฐานไว้ ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างชัดเจน ต่อเนื่อง และเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อยังมีความเห็นแตกต่างกันระหว่างหน่วยงานราชการ และร่างกฎหมายไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรี จึงฝากให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพิจารณาว่าจะมีแนวทางใดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต และกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย

จิราพรยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะใช้ทุกกลไกที่กำกับดูแลเพื่อผลักดันงานด้านนี้ต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน

“งานยังเดิน” แต่ “สำนักงาน THACCA” ยังไม่เกิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานะ THACCA ปัจจุบันต้องแยกเป็น 2 ส่วน โดย THACCA ในฐานะองค์กรตามกฎหมายยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งมีเป้าหมายจัดตั้งสำนักงาน THACCA ไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรี หลังถูกระบุเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในขั้นตอนดังกล่าวได้

ส่วนที่สอง การขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมสร้างสรรค์และ Soft Power ยังดำเนินต่อไปผ่านกลไกนโยบายที่มีอยู่ ทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และคณะอนุกรรมการใน 14 สาขา ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันยังสานต่อโครงการบางส่วนจากนโยบายเดิม

ดังนั้น แม้งานด้าน THACCA ยังเดินหน้า แต่ “สำนักงาน THACCA” ในฐานะองค์กรตามกฎหมายยังไม่ได้จัดตั้งขึ้น และการผลักดันให้เป็นองค์กรถาวรยังสะดุดจากร่าง พ.ร.บ.ที่ไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญหลังจากนี้ไม่ได้มีเพียงว่า “THACCA จะเกิดขึ้นหรือไม่” แต่ยังอยู่ที่รัฐบาลจะออกแบบกลไกใดเพื่อให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เดินหน้าต่อเนื่อง และเปลี่ยนศักยภาพทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์