‘สีหศักดิ์’ ชี้ปม ‘เขื่อนดักตะกอนกัมพูชา’ ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ–ความเห็นคณะประนอมฝ่ายไทย

23 มิ.ย. 2569 - 14:51

  • ‘สีหศักดิ์’ แจงปมปัญหา ‘เขื่อนดักตะกอนกัมพูชา’

  • ย้ำยึดกฎหมายระหว่างประเทศและความเห็นคณะประนอมฝ่ายไทย

  • หากกระทบ ‘เส้นเขตแดนทางทะเล’ อาจต้องพิจารณาใหม่อีกครั้ง

‘สีหศักดิ์’ ชี้ปม ‘เขื่อนดักตะกอนกัมพูชา’ ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ–ความเห็นคณะประนอมฝ่ายไทย

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการใช้กฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) แก้ปัญหา “เขื่อนดักตะกอนของกัมพูชา” ที่อาจรุกล้ำอธิปไตยของไทย และสร้างผลกระทบเรื่องระบบนิเวศที่บ้านหาดเล็ก จ.ตราด ว่า “คงเป็นประเด็นหลักในการพิจารณา เรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเล”

เมื่อถามว่า ก่อนจะมีการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเล ต้องให้ฝ่ายกัมพูชารื้อเขื่อนดักตะกอนออกก่อนหรือไม่ สีหศักดิ์ กล่าวว่า “คงต้องฟังความเห็นจากคณะประนอมฝ่ายไทยว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เราก็ว่าตามนั้น เรายึดตามกฎหมายระหว่างประเทศ” พร้อมย้ำว่า ต้องมีการหารือกับคณะประนอม ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งประธานคณะประนอมเรียบร้อยแล้ว

สำหรับ “เขื่อนดักตะกอน” จำเป็นต้องรื้อหรือไม่ สีหศักดิ์ กล่าวว่า “ต้องไปดูก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดนมากน้อยเพียงใด ถ้ามีผลกระทบต่อเส้นเขตแดนคงต้องพิจารณากันอีกครั้ง”

พร้อมตรวจสอบปม ‘ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนจังหวัดชายแดนใต้’

นอกจากนี้ สีหศักดิ์ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และรองประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ร่วมกันชี้แจงการแก้ไขปัญหาภาคใต้

โดยสีหศักดิ์ กล่าวว่า “เราได้มีการประชุมไปรอบหนึ่งแล้ว พร้อมกำหนดแนวทางการทำงาน เพราะมีคณะอนุกรรมการที่เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก เพื่อไปพูดคุยในพื้นที่ และหากได้ข้อมูลก็จะนำมาหารือกันในคณะกรรมการชุดใหญ่ หลังจากที่มีการฟังผลของคณะอนุกรรมการที่ไปพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ในกรอบของคณะกรรมการใหญ่จะต้องมาพิจารณาในภาพรวมอีกครั้ง ในมิติความมั่นคง การพัฒนา และการพูดคุย รวมถึงการทำงานร่วมกับประเทศมาเลเซียด้วย” พร้อมยืนยันว่า คณะกรรมการได้รับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยตลอด

เมื่อถามถึงกระแสข่าว “หน่วยงานความมั่นคงมีการดักฟังโทรศัพท์ของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 2,000 ราย” สีหศักดิ์ ชี้แจงว่า “คงต้องลงไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะต้องพูดคุยกัน”

ด้าน พล.ท.อดุลย์ ยอมรับว่า “การก่อเหตุในพื้นที่ถี่ขึ้น” ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ขณะที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลเรื่องการพัฒนา และจะมีคณะพูดคุยเข้าไปเป็นกลไก โดยมีคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อน

ขณะนี้ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอนุกรรมการที่ได้จัดตั้งมี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ลงพื้นที่ไปขับเคลื่อนแล้วหนึ่งรอบ และคิดว่าน่าจะกลับขึ้นมารายงานผล

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์