‘อนุทิน’ นำทีมลงนาม MOU หน่วยงานรัฐบาล ‘ประกาศสงครามสแกมเมอร์’

6 พ.ย. 2568 - 14:17

  • ‘อนุทิน’ นำทีมรัฐบาลลงนาม MOU รวม 15 หน่วยงาน

  • ประกาศ “สงครามกับอาชญากรรมออนไลน์” วาระแห่งชาติ เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก 5 ด้าน

  • ลั่น “ไม่มีเกี้ยเซียะ มีแต่ลุยลูกเดียว เพื่อปกป้องประชาชน”

‘อนุทิน’ นำทีมลงนาม MOU หน่วยงานรัฐบาล ‘ประกาศสงครามสแกมเมอร์’

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วย “ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการลงนามร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่

  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
  • สมาคมธนาคารไทย
  • สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ
  • กระทรวงพาณิชย์

โดยมีผู้ร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง, ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, นภินทร ศรีสรรพางค์ และ สันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

thai-government-launches-war-against-online-scammers-SPACEBAR-Photo04.jpg

จากนั้น นายกฯ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจฯ และประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมกล่าวว่า “วันนี้ ผมในนามรัฐบาลและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และตัวแทนภาคเอกชน ได้มาร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างพร้อมเพรียงกัน”

“วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศไทยของเราได้มีการรวมตัวประกาศสงครามกับอาชญากรรมออนไลน์ สงครามนี้เป็นสงครามที่เราจะต้องชนะเท่านั้น เพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยสแกมเมอร์ที่กำลังบ่อนทำลายประเทศอยู่ทุกวัน เพราะเมื่อหนึ่งคนเป็นเหยื่อ ครอบครัวทั้งครอบครัวก็ได้รับผลกระทบ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของคนจำนวนมากต้องประสบกับความทุกข์ร้อนและความเครียดอย่างแสนสาหัส ศักยภาพชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของประเทศถูกบ่อนทำลายจากการกระทำของมิจฉาชีพ ชื่อเสียงที่ต้องเสื่อมเสีย ภาพลักษณ์ที่ถูกบั่นทอน มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ความเสียหายที่ซ่อนอยู่จากภัยของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเหล่านี้มีมากมายจนไม่สามารถที่จะประเมินค่าได้”

นี่คือภัยแห่งความมั่นคงอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลของผมได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลจะต้องแก้ไข ป้องกัน และปราบปรามให้สูญสิ้นไปให้จงได้ ดังนั้นการรวมพลังลงนามบันทึกความเข้าใจในวันนี้ สิ่งที่เราได้ร่วมกันลงนามไปนั้นไม่ใช่เป็นแต่เพียงเอกสาร แต่คืออาวุธที่เราจะใช้ในการต่อสู้กับอาชญากรอย่างเป็นระบบ เพราะนี่คือวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของประเทศ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนในทุกด้าน ทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี และนโยบายทรัพยากรทุกสิ่ง เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งออนไลน์สแกมเมอร์ให้เห็นผลจริง ทั้งในระยะสั้นและยั่งยืนในระยะยาว เพื่อประเทศไทยของเราจะได้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากภัยสแกมเมอร์ให้กับประชาชน และต้องทำให้เป็นดินแดนต้องห้ามของอาชญากรรมทุกรูปแบบ ประเทศไทยต้องปลอดภัยจากสแกมเมอร์

อนุทิน ชาญวีรกูล

thai-government-launches-war-against-online-scammers-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

นายกฯ ระบุว่า เอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกใน 5 ด้านหลัก คือ

  • บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิดหรือผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
  • สร้างระบบประสานงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวน
  • ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทันที ตัดเส้นทางการเงินอาชญากรไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินได้อีกต่อไป
  • ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเอไอในการตรวจจับเส้นทางเงินและพฤติกรรมของมิจฉาชีพ เพื่อสกัดก่อนที่จะเกิดเหตุ
  • เป็นสิ่งที่สำคัญมากคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้มีความรู้เท่าทันและต้องมีการแจ้งกระแส เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศได้ระมัดระวัง

และพร้อมกันนี้ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับสงครามป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

นายกฯ ระบุด้วยว่า “ภาพที่ปรากฏกับท่านทั้งหลายในวันนี้น่าจะมีความชัดเจนว่ารัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญ เราเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นเจ้าของสแกมเมอร์ เป็นผู้ที่มีส่วนร่วม ผมคิดว่าภาพในวันนี้คงปรากฏและทำให้ชัดเจนเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าไม่มีใครที่จะมีความอดทนต่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทำร้ายประเทศไทย ทุกท่านที่ปรากฏตัวร่วมกันลงนามบนเวทีแห่งนี้เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เดินทางมาถึงจุดสูงสุดในการเป็นผู้บริหารองค์กร ที่แต่ละท่านรับผิดชอบอยู่ ไม่มีอะไรที่จะต้องทำให้ท่านหวั่นไหวในอนาคต”

thai-government-launches-war-against-online-scammers-SPACEBAR-Photo02.jpg

สิ่งที่ทุกท่าน รวมถึงตัวของผมด้วย มีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ที่จะปฏิบัติก็คือ จะต้องร่วมกันปราบปราม ปกป้องประชาชนชาวไทยให้ปลอดภัยจากภัยสแกมเมอร์เหล่านี้ให้จงได้ พวกเราทุกคนมีอายุราชการเหลือไม่กี่ปีแล้ว ผมมั่นใจว่าพวกเราทุกคนที่อยู่บนที่แห่งนี้เป็นเพื่อนกันหมด เป็นพี่เป็นน้อง ไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชา เป็นแต่เพียงสายงานเท่านั้น แต่ความรู้จัก ความผูกพัน ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันคือเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ เป็นน้องที่เราสามารถแสวงหาความร่วมมือและสร้างพลัง ใช้โอกาสนี้และใช้ความเป็นพี่น้อง เป็นหัวหน้ารัฐบาล และเป็นเพื่อนรักกับ ผบ.ตร. เป็นพี่ของอธิบดีดีเอสไอ เป็นพี่ของผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เป็นเพื่อนร่วมงานของปลัดกระทรวงหลายท่าน และเป็นคนตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นผมจะไม่มีวันที่จะต้องเกรงใจใครที่ตั้งใจจะมาทำร้ายประชาชนของผม ขอให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ผมรู้จักเพื่อนพี่น้องของผมเหล่านี้ดี พวกเราจะไม่มีวันหมดหน้าที่ หรือแม้เกษียณอายุราชการไปแล้ว บอกกับตัวเองไม่ได้ว่าในขณะที่มีอำนาจมีหน้าที่ มีภารกิจอยู่ไม่ทำเรื่องให้สำเร็จ ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อน ตายตาไม่หลับ

อนุทิน ชาญวีรกูล

thai-government-launches-war-against-online-scammers-SPACEBAR-Photo03.jpg

นายกฯ กล่าวอีกว่า “พวกเราทุกคนมาถึงจุดนี้ได้ เราต้องทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ด้วยเกียรติยศ และได้ทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายมาอย่างสุดความสามารถ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทุกคนขอให้ความมั่นใจว่า เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ และเรื่องนี้ไม่มีเกี้ยเซียะ เรื่องนี้มีแต่ลุยลูกเดียวเท่านั้น และเราจะถือว่าสิ่งเหล่านี้คือผลงานของเรา คือบุญคุณของประชาชนที่เราจะนำมาทดแทน และเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำขึ้นมา เพื่อเป็นการขออภัยประชาชนในสิ่งที่เกิดความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เราตั้งใจจะทำอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในทีมของเรา ทีมไทยแลนด์”

ด้าน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “ในวันที่ 10 พ.ย. นายกฯ จะเดินทางลงพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อส่งตัวผู้ที่ข้ามแดนผิดกฎหมาย ซึ่งข้ามจากเคเค พาร์ค (KK Park) เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ยังประเทศไทย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นแหล่งอาชญากรรมร้ายแรงระดับโลก ที่เมียนมาได้กวาดล้าง และบุคคลเหล่านี้ได้ข้ามมาสู่ประเทศไทย”

thai-government-launches-war-against-online-scammers-SPACEBAR-Photo05.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์