(28 กุมภาพันธ์ 2566) คณะผู้แทนประเทศไทย ประกอบด้วย เชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) และตัวแทนจากกระทรวงแรงงานและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางเข้าหารือกับ ซินดี ดายเออร์ ผู้อำนวยการแผนกต่อต้านการค้ามนุษย์ ณ กระทรวงการต่างประเทศ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อสรุปกรอบการดำเนินการ ในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ ในการจัดทำ TP Report ปี 2566 หลังจากปีที่แล้ว ไทยได้รับการปรับระดับ จาก 2.5 เป็น 2
นอกจากความคืบหน้าด้านการปราบปรามแล้ว ในครั้งนี้ ศพดส.ตร. ยังได้นำเสนอความก้าวหน้าในการคัดแยกเหยื่อ และการเยียวยาผู้เสียหาย โดยให้ผู้เสียหายเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา โดยระบุว่าในปี พ.ศ. 2565 มีคดีค้ามนุษย์ทั้งสิ้น 250 คดี มีผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ทั้งสิ้น 569 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาแล้ว 322 คน คิดเป็น 62.04% ทำให้สหรัฐอเมริกา ชื่นชมถึงความตั้งใจจริงของประเทศไทย ในการแก้ปัญหา
ขณะเดียวกัน ในปีนี้ได้มีการหยิบยกปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ขึ้นมาเป็นหัวข้อในการนำเสนอเพิ่มเติม ซึ่งได้รับความสนใจจากอเมริกาเป็นอย่างมาก โดยพบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ และนอกจากการหารือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์แล้ว ในวันต่อไป จะมีการพบปะหารือกับผู้เกี่ยวข้องด้านการใช้แรงงานภาคบังคับ ที่รัฐสภาด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การเดินทางมาในปีนี้ ก็เพื่อเป็นการชี้แจงถึงความคืบหน้าให้รัฐบาลสหรัฐมองเห็นความจริงจังและความเอาใจใส่ในการแก้ปัญหาด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทยหลังจากที่ปีที่แล้วไทยได้รับการปรับจาก 2.5 มาเป็น 2 และหากเราสามารถ ดำเนินแผนโครงการด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าในปีหน้า โอกาสที่ไทยจะได้รับปรับเป็นเทียร์ 1 ก็จะมีมากขึ้น และยังส่งผลดีต่อภาคการส่งออกการค้าการลงทุนด้วยเช่นกัน
นอกจากความคืบหน้าด้านการปราบปรามแล้ว ในครั้งนี้ ศพดส.ตร. ยังได้นำเสนอความก้าวหน้าในการคัดแยกเหยื่อ และการเยียวยาผู้เสียหาย โดยให้ผู้เสียหายเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา โดยระบุว่าในปี พ.ศ. 2565 มีคดีค้ามนุษย์ทั้งสิ้น 250 คดี มีผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ทั้งสิ้น 569 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาแล้ว 322 คน คิดเป็น 62.04% ทำให้สหรัฐอเมริกา ชื่นชมถึงความตั้งใจจริงของประเทศไทย ในการแก้ปัญหา
ขณะเดียวกัน ในปีนี้ได้มีการหยิบยกปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ขึ้นมาเป็นหัวข้อในการนำเสนอเพิ่มเติม ซึ่งได้รับความสนใจจากอเมริกาเป็นอย่างมาก โดยพบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ และนอกจากการหารือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์แล้ว ในวันต่อไป จะมีการพบปะหารือกับผู้เกี่ยวข้องด้านการใช้แรงงานภาคบังคับ ที่รัฐสภาด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การเดินทางมาในปีนี้ ก็เพื่อเป็นการชี้แจงถึงความคืบหน้าให้รัฐบาลสหรัฐมองเห็นความจริงจังและความเอาใจใส่ในการแก้ปัญหาด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทยหลังจากที่ปีที่แล้วไทยได้รับการปรับจาก 2.5 มาเป็น 2 และหากเราสามารถ ดำเนินแผนโครงการด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าในปีหน้า โอกาสที่ไทยจะได้รับปรับเป็นเทียร์ 1 ก็จะมีมากขึ้น และยังส่งผลดีต่อภาคการส่งออกการค้าการลงทุนด้วยเช่นกัน





