‘บิ๊กเต่า’ เร่งสอบเบอร์ 9 ตร.น้ำ เผย ‘เสี่ยโจ้’ 2 สัญชาติ ล่องหนได้

24 มิ.ย. 2567 - 15:45

  • ‘บิ๊กเต่า’ เร่งสอบข้อมูลโทรศัพท์ 9 ตำรวจน้ำ เอี่ยว ‘เรือน้ำมันเถื่อน’ ล่องหนหรือไม่ ขอเวลาอีกสัปดาห์ ขยายผลออกหมายจับเพิ่ม เผย ‘เสี่ยโจ้’ ไม่ได้อยู่ไหนไกล เป็นบุคคลสองสัญชาติ จึงล่องหนได้

Thai_Marine_Police_Division_illegal_oil_ship_SPACEBAR_Hero_3cba8e581e.jpg

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. และ คณะเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีเรือน้ำมันเถื่อน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยใช้เวลานานร่วม 2 ชั่วโมง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของเราที่บกพร่องต่อหน้าที่จนเป็นเหตุให้เรือน้ำมันเถื่อนของกลางหาย รวมไปถึงเรื่องการขยายผลจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน และ กรณีของแชตไลน์ต่างๆที่หลุดออกมา ซึ่งทั้งหมดค่อนข้างคืบหน้าไปพอสมควร 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตำรวจ บก.ปปป. ได้ร่วมกับ ตำรวจ บก.รน. ตรวจสอบหลายมิติ รวมไปถึงนำโทรศัพท์มือถือของเจ้าหนาที่ตำรวจ บก.รน. ทั้ง 9 นาย ส่ง บก.ปอท. ตรวจสอบข้อมูล ก่อนส่งต่อให้ บก.ป. หรือ กองปราบทำการวิเคราะห์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของเรือของกลางหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องก็จะเร่งดำเนินการเอาผิด เช่นเดียวกับกรณีการตรวจสอบ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเรือหาย คาดว่าวันจันทร์หน้า (1ก.ค.) ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น 

“สำหรับเคสนี้เราดำเนินการบนสมมุติฐานเดียวกันกับเคสกำนันนก เพราะมีเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ มีหน้าที่ แต่ไม่ปฏิบัติ ทำให้เสียหาย ซึ่งเราจะดำเนินการในรูปคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าหากพบว่าผิดจริง ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องตรวจสอบเจ้าหน้าที่รับส่วนขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนนั้น เบื้องต้นสั่งการให้ ตำรวจ บก.ปปป. เร่งดำเนินการตรวจสอบ และจะเรียกผู้ที่ถูกพาดพิงมาสอบปากคำทุกคน คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปวันจันทร์หน้าเช่นเดียวกัน ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

“อย่างที่รู้กันเมื่อ 3-4 ปี ก่อน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง เข้าไปมีส่วนร่วมในการเก็บผลประโยชน์จากขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน แต่เราไม่มีหลักฐาน ซึ่งทางเราเองก็อยากได้ข้อมูลเหล่านี้เช่นเดียวกัน”

เมื่อถามถึงกรณีติดตามตัวเสี่ยโจ้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เสี่ยโจ้ ไม่ได้ไปไหนไกล อยู่ใกล้ๆบ้าน เท่าที่ทราบปัจจุบันเจ้าตัวมีสัญชาติกัมพูชาเพิ่มมา กลายเป็นบุคคลสองสัญชาติ ทำให้สามารถล่องหนได้ 

ส่วนเรื่องหมายแดง ยืนยันว่า หากมีการออกหมายจับแล้ว จะเร่งดำเนินการในส่วนของหมายแดงต่อทันที หากถามว่า เสี่ยโจ้เกี่ยวกับคดีนี้ไหมนั้น ตนมองเกี่ยวพันอยู่แล้ว เรามั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่พอสมควร แต่ขอรวบรวมเพิ่มให้สมบูรณ์กว่านี้อีกสักหน่อย สัปดาห์หน้าน่าจะชัดเจน 

ด้าน พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า สำหรับคดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นเรื่องจับเรือน้ำมันเถื่อน 5 ลำ ทางกองปราบอยู่ระหว่างเร่งทำข้อมูลรายงานสืบสวน เพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ.กับตัวแทนจาก อัยการสูงสุด นำไปพิจารณา เช่นเดียวคดีเรือน้ำมันเถื่อนของกลางหาย ขณะนี้ก็ใกล้จะแล้วเสร็จ เพราะผู้ต้องหา พยานบุคคลต่างๆเป็นกลุ่มเดียวกัน เพียงแต่ทำผิดต่างกรรมต่างวาระ หรือ ต่างมิติ

“ยืนยันว่าจากการตรวจสอบกรณีเรือหาย ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องการขยายผลออกหมายจับ เสี่ย จ. หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 4-5 คนนั้น คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะตอนนี้พอทราบข้อมูลแล้วว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง รวมไปถึงทราบแล้วว่าเรือที่มารับถ่ายโอนน้ำมันกลางทะเลน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นของใคร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์