พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่าน ว่า ในส่วนของการอพยพประชาชนกลับประเทศไทย เบื้องต้นกองทัพอากาศจะเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมการตามนโยบายของรัฐบาล
กองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่าน หากเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงจนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้ พร้อมวางแผนสำรองใช้เรือในการเคลื่อนย้ายประชาชน
โดยได้เตรียมแผนรองรับไว้เช่นกัน ในกรณีที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายหรือไม่พึงประสงค์ เช่น มีการปิดน่านฟ้า จนไม่สามารถใช้เครื่องบินในการเคลื่อนย้ายประชาชนได้ โดยกองทัพเรือได้เตรียม “แผนสอง” ด้วยการใช้เรือในการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่
ขณะที่ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทยในพื้นที่ กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมกำลังทางเรือเพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือและอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยตามนโยบายของรัฐบาล
กองทัพเรือได้วางแผนการปฏิบัติการในการอพยพทางทะเลผ่านท่าเรือที่อยู่ในเขตปลอดภัยและใกล้เคียงเขตการสู้รบ สะดวกในการเคลื่อนย้ายประชาชนชาวไทยจากจุดรวมพลต่างๆ ทั้งนี้ การดำเนินการในขั้นปฏิบัติขึ้นอยู่กับการประสานงานของกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ
ในด้านการจัดกำลัง กองทัพเรือได้เตรียมเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ซึ่งมีขีดความสามารถรองรับการลำเลียงประชาชนได้ประมาณ 1,000 คน พร้อมเรือคุ้มกัน ประกอบกำลังเป็นหมู่เรือเฉพาะกิจ โดยจะใช้ระยะเวลาเดินทางถึงพื้นที่ประมาณ 2 สัปดาห์
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีข้อจำกัดด้านการใช้ห้วงอากาศ ส่งผลให้การอพยพทางเรืออาจจะเป็นอีกทางเลือกหนี่ง แม้จะใช้ระยะเวลามากกว่า แต่สามารถรองรับกำลังคนได้จำนวนมากและมีความอ่อนตัวในการปฏิบัติมาก
กองทัพเรือขอย้ำว่า แผนดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมในขั้นต้น และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์จริง โดยพร้อมสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลในการคุ้มครองประชาชนคนไทยในต่างประเทศ และพร้อมปฏิบัติทันทีเมื่อได้รับการสั่งการ




