สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ว่า ทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาบอกว่ามีการเจรจากับทางอิหร่าน แต่ก็มีการเสริมกำลังทหารของฝ่ายสหรัฐฯ เข้าไปอีก ส่วนทางอิสราเอลก็ยังมุ่งมั่นที่จะโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่าน ขณะเดียวกัน ทางอิหร่านก็บอกว่าไม่มีการเจรจา และกล่าวว่ายังมีการโจมตีจุดอื่นๆ เพิ่มเติม
สีหศักดิ์ กล่าวว่า “รู้สึกว่าขณะนี้จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เราก็หวังว่า ข่าวของการพูดคุยทางการทูตจะเป็นจริง หรืออย่างน้อยก็เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามไปสู่โต๊ะเจรจาทางการทูต ไม่อยากให้มีการเพิ่มความตึงเครียด ไม่อยากให้มีการเสริมกองกำลัง ไม่อยากให้มีการโจมตีเพิ่มเติม”
เพราะขณะนี้ ทั่วโลกได้รับผลกระทบอยู่แล้ว ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ ความผันแปร ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่กระทบทุกๆ ประเทศ จึงอยากให้ทุกๆ ฝ่ายพยายามที่จะหาลู่ทางเข้าสู่การเจรจา
สีหศักดิ์ เผยด้วยว่า จากที่ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ใน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรก ขอให้ทางการอิหร่านช่วยเหลือไทยในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือเรือ “มยุรี นารี” ซึ่งลอยอยู่ในน่านน้ำของอิหร่าน ซึ่งขณะนี้เรายังไม่รู้ชะตากรรมของลูกเรือที่ยังค้างอยู่บนเรือ 3 คน ซึ่งก่อนนี้ทางประเทศโอมานได้ช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรี นารี” ออกมาแล้ว 20 คน และเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกล่าวอีกว่า “วันนี้ท่านทูตอิหร่านก็ได้โทรศัพท์มาที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อแจ้งว่าทางโอมานกับทางอิหร่านได้มีการปฏิบัติการร่วมกัน และสามารถเข้าถึงเรือ “มยุรี นารี” ของไทยได้แล้ว และบอกว่าสามารถที่จะเข้าถึงลูกเรือ 3 คนได้แล้ว แต่มีความไม่ชัดเจนคือ ท่านทูตอิหร่านยังยืนยันไม่ได้ว่าชะตากรรมของลูกเรือ 3 คนเป็นอย่างไร”
“ซึ่งเราก็พยายามตรวจสอบอยู่ เราก็หวังว่าลูกเรือทั้ง 3 คนยังมีชีวิตอยู่ แต่ตรงนี้เราก็ต้องรอการยืนยันข่าวนี้จากทางการอิหร่านหรือโอมาน เพราะการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างอิหร่านกับโอมาน ตรงนี้ก็เป็นผลจากการที่ผมได้โทรศัพท์ไปหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน”
ขณะนี้เราก็ต้องตั้งความหวังไว้ก่อน แต่ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมเป็นอย่างไร
สีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องหนึ่งที่ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยผมได้ยืนยันว่าประเทศไทยเราไม่ได้เป็นประเทศคู่กรณีในความขัดแย้ง และมีกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเดินเรือโดยปลอดภัย เรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุสก็มีหลักการนี้อยู่ เมื่อเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือ “มยุรี นารี” ไปแล้ว ผมก็ขอไปว่า ถ้ามีเรือไทยที่จะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุส ก็ขอให้อิหร่านช่วยให้เรือไทยเดินทางโดยปลอดภัยได้หรือไม่ ซึ่งทางอิหร่านก็บอกว่าจะดูแลให้และขอให้ไทยแจ้งรายชื่อเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุส
ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ได้แจ้งแนวปฏิบัติให้กับทางอิหร่านแล้ว ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศขอไปสองลำ คือ ลำหนึ่งเป็นเรือของบางจาก อีกลำเป็นเรือของเอสซีจี เคมีคอล ก็เพิ่งทราบข่าวมาเมื่อวานว่า เรือของบางจาก สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุสไปได้ด้วยความปลอดภัยและมุ่งสู่ประเทศไทยแล้ว ก็หวังว่าเรืออีกลำหนึ่งของไทยจะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยด้วยความปลอดภัย
ตรงนี้ก็ถือเป็นข่าวดี และตรงที่เราสามารถเข้าถึงเรือ “มยุรี นารี” ได้ แต่ที่เรายังเป็นห่วงก็คือชะตากรรมของลูกเรือ 3 คนที่ติดค้างอยู่บนเรือมยุรี ก็อยากจะถือโอกาสนี้ขอบคุณทางการอิหร่านที่ช่วยดูแล และมีการปฏิบัติการกู้ภัยร่วมกันกับโอมาน และขอบคุณโอมานกับอิหร่านที่ช่วยให้เรือไทยและเรือขนส่งสินค้าของไทยเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุสมาได้ด้วยความปลอดภัย




