2 ก.ค.66 ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใรวันที่ 4 ก.ค.นี้ ซึ่งมีวาระเลือกประธานและรองประธานสภาฯว่า ขณะนี้ตนยังรอดูว่าพรรคอันดับหนึ่งและพรรคอันดับสองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะมีข้อสรุปหรือข้อตกลงกันได้หรือไม่ อย่างไร หากทั้ง 2 พรรคตกลงกันไม่ได้ ถือว่าไม่ชอบธรรมที่ตนจะเลือก เพราะที่ผ่านมาให้โอกาสในการพูดคุยแล้ว หากยังไม่สามารถตกลงกันได้ ต่างคนต่างเสนอ ตนจะใช้ดุลยพินิจว่าจะเลือกใคร โดยเป็นการตัดสินใจโดยอิสระ
เมื่อถามว่าหากพรรคอันดับหนึ่งเสนอชื่อเข้ามาด้วย จะตัดสินใจอย่างไร ปรีดา กล่าวว่า เป็นขั้นตอนที่ต้องดูความเหมาะสม คุณสมบัติต่างๆ รวมถึงพิจารณาบุคคลที่สังคมยอมรับ และทำให้สภาฯ เดินได้ ซึ่งตนจะลงคะแนนให้กับคนที่ตนมองว่าเหมาะสมที่สุด
เมื่อถามถึงนิด้าโพลที่ระบุว่าประชาชนอยากได้ประธานสภาฯที่ทำงานได้ทุกพรรคอย่างเป็นกลาง ปรีดา กล่าวว่า ตนเห็นด้วย เพราะประธานสภาฯ คือ เสาหลัก ซึ่งต้องเป็นกลาง ไม่ใช่ทำงานเพื่อพรรคตัวเองที่ผ่านมา จะเห็นว่าหากประธานสภาฯเป็นกลาง จะทำให้งานเดินได้แต่หากเอนเอียง พบว่ามีปัญหา
“สังคมตอนนี้จับตาว่าสภาฯ จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้หรือไม่ แม้ประธานสภาฯ จะเป็นคนของพรรคใด ต้องวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด ต้องยึดหลักความมถูกต้อง และทำประโยชน์เพื่อประเทศ” ปรีดา กล่าว
เมื่อถามถึงการตัดสินใจเลือกแคนดิเดตนายกฯ ปรีดา กล่าวว่าต้องรอให้การเลือกประธานสภาฯ เสร็จสิ้นก่อน เพราะหากเลือกไม่ได้ จะวุ่นวายเดินต่อไม่ได้ อย่างไรก็ดีตนมองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของประชาชน แต่เป็นเรื่องของนักการเมืองที่จะยอมกันหรือไม่ หากฝ่ายที่รวบเสียงกันได้ ตั้งรัฐบาลได้ ควรให้เขาทำงาน ขณะที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบการทำงานหากพบทุจริตต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ขณะเดียวกันประธานสภา ต้องเป็นหลักในการทำงานเพื่อประเทศ
เมื่อถามถึงการดีลกันของพรรคเล็ก 1 เสียง ปรีดา กล่าวว่า ไม่มีการดีลกัน ที่ผ่านมายังไม่ได้หารือกับใคร มีแค่เจอกันวันรายงานตัวต่อสภาฯ เท่านั้น ทั้งนี้ตนพร้อมทำงานร่วมกันได้กับทุกพรรค เพื่อให้การทำงานในสภาฯเป็นแบบอย่างกับสังคมและทำประโยชน์ให้ประเทศ
เมื่อถามว่าหากพรรคอันดับหนึ่งเสนอชื่อเข้ามาด้วย จะตัดสินใจอย่างไร ปรีดา กล่าวว่า เป็นขั้นตอนที่ต้องดูความเหมาะสม คุณสมบัติต่างๆ รวมถึงพิจารณาบุคคลที่สังคมยอมรับ และทำให้สภาฯ เดินได้ ซึ่งตนจะลงคะแนนให้กับคนที่ตนมองว่าเหมาะสมที่สุด
เมื่อถามถึงนิด้าโพลที่ระบุว่าประชาชนอยากได้ประธานสภาฯที่ทำงานได้ทุกพรรคอย่างเป็นกลาง ปรีดา กล่าวว่า ตนเห็นด้วย เพราะประธานสภาฯ คือ เสาหลัก ซึ่งต้องเป็นกลาง ไม่ใช่ทำงานเพื่อพรรคตัวเองที่ผ่านมา จะเห็นว่าหากประธานสภาฯเป็นกลาง จะทำให้งานเดินได้แต่หากเอนเอียง พบว่ามีปัญหา
“สังคมตอนนี้จับตาว่าสภาฯ จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้หรือไม่ แม้ประธานสภาฯ จะเป็นคนของพรรคใด ต้องวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด ต้องยึดหลักความมถูกต้อง และทำประโยชน์เพื่อประเทศ” ปรีดา กล่าว
เมื่อถามถึงการตัดสินใจเลือกแคนดิเดตนายกฯ ปรีดา กล่าวว่าต้องรอให้การเลือกประธานสภาฯ เสร็จสิ้นก่อน เพราะหากเลือกไม่ได้ จะวุ่นวายเดินต่อไม่ได้ อย่างไรก็ดีตนมองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของประชาชน แต่เป็นเรื่องของนักการเมืองที่จะยอมกันหรือไม่ หากฝ่ายที่รวบเสียงกันได้ ตั้งรัฐบาลได้ ควรให้เขาทำงาน ขณะที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบการทำงานหากพบทุจริตต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ขณะเดียวกันประธานสภา ต้องเป็นหลักในการทำงานเพื่อประเทศ
เมื่อถามถึงการดีลกันของพรรคเล็ก 1 เสียง ปรีดา กล่าวว่า ไม่มีการดีลกัน ที่ผ่านมายังไม่ได้หารือกับใคร มีแค่เจอกันวันรายงานตัวต่อสภาฯ เท่านั้น ทั้งนี้ตนพร้อมทำงานร่วมกันได้กับทุกพรรค เพื่อให้การทำงานในสภาฯเป็นแบบอย่างกับสังคมและทำประโยชน์ให้ประเทศ



